
เทคนิคการเลือกซื้อทองคำรูปพรรณ
โดย...สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)
โดย...สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)
หลายๆ ท่านอาจจะสงสัยว่า มีองค์ประกอบใดบ้าง ที่นำมาใช้ในการพิจารณาในการเลือกซื้อทองรูปพรรณ แล้วองค์ประกอบอะไรที่มีผลทำให้ราคาทองรูปพรรณมีความแตกต่างกัน มาอ่านกันเลย...
ขนาดกะรัต
ทองรูปพรรณจะอยู่ในรูปของทองกะรัต ไม่ว่าจะเป็น 10k 14k 18k และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งทั้งหมดก็จะมีคุณสมบัติของสีแตกต่างกันไป และด้านราคาก็จะเพิ่มขึ้นตามขนาดกะรัตของทองรูปพรรณเช่นกัน โดยราคาของทองรูปพรรณ 10k อยู่ในช่วงประมาณ 1420 เหรียญสหรัฐต่อกรัม ทองรูปพรรณ 14k อยู่ที่ 2030 เหรียญสหรัฐต่อกรัม และทองรูปพรรณ 18k อยู่ที่ 2737 เหรียญสหรัฐต่อกรัม โดยสามารถสังเกตกะรัตของทองรูปพรรณได้จากตราประทับบนตัวทองรูปพรรณชิ้นนั้นได้เลย
น้ำหนัก
จะเป็นตัวบอกถึงปริมาณของทองคำที่ใส่ลงไปในทองกะรัตต่างๆ ซึ่งน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น ทำให้ราคาและความแข็งแรงของทองรูปพรรณสูงตามไปด้วยเช่นกัน เพราะว่าน้ำหนักทองที่เพิ่มขึ้นจะไปช่วยลดการโค้งงอและการหักได้
การออกแบบ
การออกแบบทองรูปพรรณนั้นจะเน้นถึงความพิเศษ ความประณีต การสลักลวดลาย และความเรียบร้อย อีกทั้งยังมีการเพิ่มลักษณะของพื้นผิวเข้าไปอีก ไม่ว่าจะเป็นแบบผิวเงา แบบผิวด้าน และแบบผิวซาติน ลักษณะการออกแบบที่แตกต่างกัน ทำให้ต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะสีต่างๆ ของทอง และรูปแบบใหม่ๆ ที่ผู้ผลิตใส่เข้าไป โดยงานฝีมือจะมีราคาที่สูงกว่างานทั่วๆ ไป
ความประณีตและคุณภาพ
ปัจจุบันทองรูปพรรณส่วนใหญ่จะผลิตด้วยเครื่องจักร เพราะจะได้ทองรูปพรรณที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน แต่ก็มีงานฝีมือที่ผลิตออกมาให้เราได้เลือกซื้อกันอย่างมากมาย และยังเป็นที่นิยมของท้องตลาด เพราะมีลวดลายที่สวยงามกว่าที่ผลิตโดยเครื่องจักร เวลาเลือกซื้อทองรูปพรรณจุดแรกที่ควรสังเกต คือ บริเวณจุดเชื่อมต่อ ข้อต่อ และตัวสลัก เพราะว่าทั้ง 3 จุดนี้มักจะแตกหักได้ง่าย จึงควรตรวจสอบดูให้แน่ใจว่ามีความแข็งแรงทนทาน รวมทั้งตรวจสอบแหล่งที่มาของทองที่นำมาผลิต ซึ่งอาจมีการประทับตราบนตัวเรือนทอง โดยแหล่งที่มาต่างกันราคาก็จะต่างกันไปด้วย







