posttoday

พิศาล อัครเศรณี พระเอกตำนานตบจูบ

12 พฤษภาคม 2556

ถ้าพูดถึงพระเอกส่วนใหญ่ล่ะ ต้องนึกถึงสุภาพบุรุษรูปหล่อ ใจดี อบอุ่น ช่างเอาอกเอาใจ ขี้เล่น เท่ และอีกหลายอย่างที่ทำให้ผู้หญิงรู้สึกโชคดี๊โชคดีที่ได้อยู่เคียงข้าง และเก็บเอาไปฝันหวานต่อได้อีก

โดย...นายใจดี

ถ้าพูดถึงพระเอกส่วนใหญ่ล่ะ ต้องนึกถึงสุภาพบุรุษรูปหล่อ ใจดี อบอุ่น ช่างเอาอกเอาใจ ขี้เล่น เท่ และอีกหลายอย่างที่ทำให้ผู้หญิงรู้สึกโชคดี๊โชคดีที่ได้อยู่เคียงข้าง และเก็บเอาไปฝันหวานต่อได้อีก แต่จะมีใครสักกี่มากน้อยที่คิดถึงพระเอกมาดโหดเหี้ยม ซาดิสม์ กักขฬะ วาจาดุเดือด ตบเป็นจูบ มิหนำซ้ำยังตบเองจูบเองอีกด้วย!!

และถ้านึกถึงพระเอกซาดิสม์ ตบจูบ แล้วละก็ คงจะไม่มีชื่อไหนเทียบชั้นเท่าชื่อของ “พิศาล อัครเศรณี” ซ้ำยังขึ้นหิ้งเป็นตำนานพระเอกรุ่นน้องรุ่นลูกยากที่จะมาวัดรอยเท้าได้ แม้จะสวมบทบาทเหี้ยมโหด ฉุดกระชากลากถูเหมือนกัน แต่อารมณ์มันยังไม่ได้ไม่ถึงขั้นซาดิสม์อย่างตำนานเขาฝากไว้ให้ดู

ผลงานที่เด่นสุด คือ “ไฟรักอสูร” (2526) รื่องนี้เล่นครบสูตรพระเอกตบจูบ ซาดิสม์ และส่งให้ชื่อของพิศาลโด่งดังมากไปพร้อมๆ กับฉายาพระเอกตบจูบนั่นล่ะ เพราะคาแรกเตอร์ตัวละครแบบนี้ทำให้แตกต่างจากพระเอกโดยทั่วไป แต่ถึงแม้จะร้ายยังไงนางเอกและคนดูก็รักและให้อภัยเสมอ เพราะตัวละครก็แอบมีมุมอ่อนโยน ที่ร้ายก็เพราะรักมากโกรธมาก แต่ด้วยความรักจริงที่แสดงออกมาให้นางเอกสัมผัสได้ ท้ายที่สุดพระเอกก็ยังเป็นพระเอกที่ได้ตัวและหัวใจนางเอกไปครอง

นอกจากนี้ ยังมีผลงานอีกหลายเรื่องช่วยตอกย้ำภาพพระเอกตบจูบกระชากความนิยมได้ตลอด อาทิ มนต์รักอสูร (2521) เลือดทมิฬ (2522) หัวใจเถื่อน (2528) อุ้งมือมาร (2529) ฯลฯ และนอกจากเล่นเองแล้ว พิศาลยังขยับฐานะจากพระเอกมาเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ เล่นเองกำกับเอง มีผลงานตามออกมาอีกมากมาย ทั้งงานด้านจอเงินและจอแก้ว ถึงตอนนี้ก็ได้อีกฉายาว่า “ผู้กำกับซาดิสม์”

เด็กรุ่นใหม่อาจจะรู้จักชื่อของพิศาล ในฐานะพ่อของนางเอกเจ้าบทบาท “อ้อม พิยดา” ซึ่งเป็นนางเอกลูกไม้ใต้ต้นที่เดินตามรอยเท้าพ่อเข้าสู่วงการบันเทิง ซึ่งจะว่าไปแล้วก็เหมือนกับพรหมลิขิตที่ขีดเส้นทางไว้แล้วสำหรับครอบครัวนี้ เพราะตัวพิศาลเองก็เดินเข้าสู่วงการบันเทิงตามพี่ๆ น้องๆ ญาติกาตระกูล “อัครเศรณี” เช่นเดียวกัน

พิศาล เป็นน้องชายของ “กิตติ อัครเศรณี” อดีตผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ชื่อดัง ด้วยชีวิตที่ค่อนข้างยากลำบากในวัยเยาว์ พิศาลผู้มีบุคลิกแบบนักสู้มาตั้งแต่เด็ก ถึงกับเคยสมัครขึ้นชกมวยอาชีพตามเวที เพื่อหาเงินมาช่วยเหลือครอบครัว โดยไม่ได้มีความคิดอยากเป็นนักแสดงมาก่อนเลยสักครั้ง

จุดเปลี่ยนมาถึงในช่วงประมาณปี 2505 เมื่อ “ถนอม อัครเศรณี” (อาของพิศาล) อดีตนักแสดงและนักตอบปัญหาหัวใจทางหน้าหนังสือพิมพ์ชื่อดัง นามปากกาว่า “ศิราณี” ได้นำพาเขาให้เข้ามาสอบอ่านข่าวทางวิทยุที่สำนักข่าวสารอเมริกัน (USIS) พิศาลจึงเริ่มผันตัวจากนักกีฬามาเป็นสู่วงการวิทยุอย่างเต็มตัว ในเวลาเพียงไม่นานเขากลายเป็นทั้งผู้ประกาศข่าว นักจัดรายการ นักพากย์สารคดี รวมทั้งเล่นละครวิทยุอีกหลายสิบเรื่อง ทั้งที่สถานีวิทยุ ททท. และสถานีโทรทัศน์ช่อง 4 บางขุนพรหม

“อัมพิกาเทวี” คือละครร้องเรื่องแรกของพิศาล จากการชักชวนของ “ชาญยุทธ สระแก้ว” นักเขียนบทละครเพลงทางโทรทัศน์ โดยรับบทเป็นขุนศึก ความยากในสมัยนั้นต้องแสดงสดออกจอโทรทัศน์ร่วมครึ่งชั่วโมง แม้จะเป็นนักแสดงใหม่ ตื่นเต้นจนแสดงไปสั่นไปบ้างก็ตามที จนได้รับคำชมจากหลายคนว่า สามารถแสดงอารมณ์ออกมาได้อย่างดีเยี่ยม นับเป็นจุดเริ่มต้นในฐานะนักแสดงได้อย่างสวยงาม ส่วนผลงานการกำกับครั้งแรก คือ ภาพยนตร์เรื่อง “วิวาห์เงินผ่อน” (2518)

ในโลกภาพยนตร์ไทย พิศาลมีผลงานการแสดงมากมายกว่า 30 เรื่อง ในช่วงระหว่างปี 25212530 เริ่มต้นจากการรับบทนำในภาพยนตร์รักโรแมนติกเรื่อง “รักเอย” (2521) ของ ม.จ.ทิพยฉัตร ฉัตรชัย ซึ่งก็ได้สร้างความประทับใจให้แก่ผู้ชมอีกเช่นกัน และเคยได้รับรางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี สาขาผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม จากเรื่อง “พิศวาสซาตาน” (2529)

ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 เม.ย.ที่ผ่านมา พิศาลได้รับเชิญจากหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) มาประทับรอยพิมพ์มือรอยพิมพ์เท้า ณ ลานดารา นับเป็นอีกหนึ่งการจารึกพระเอกหนังไทยเจ้าของฉายาตบจูบหนึ่งเดียวคนนี้ของไทย

ข่าวล่าสุด

"จีไอเอส" ดัน GIS สู่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ชู 6 กลไกขับเศรษฐกิจไทยแข่งโลก