
ไต้หวันในมุมสีเขียว
เพิ่งกลับจากไต้หวันมา สิ่งแรกที่ปะทะใบหน้าเราตรงๆ นั่นคือความร้อนอบอ้าวแบบฉบับไทยแลนด์
โดย...โจ เกียรติอาจิณ / ภาพ วิชช์ญะ ยุติ+ลิขสิทธิ์จากหนังสือ Taijing National Park
เพิ่งกลับจากไต้หวันมา สิ่งแรกที่ปะทะใบหน้าเราตรงๆ นั่นคือความร้อนอบอ้าวแบบฉบับไทยแลนด์
อยู่ที่ไต้หวันร่วมหนึ่งสัปดาห์ แทบจะเจอแดดเปรี้ยงน้อยมากกกกก ที่เหลือ อากาศเย็นสบาย บางวันฝนตกปรอยๆ จนมีโอกาสเดินถือร่ม ประหนึ่งตัวเองกำลังสวมมาดพระเอกหน้าตี๋ “เคอเจิ้นตง” (พระเอกดังของไต้หวัน) เลยทีเดียว
ไปไต้ไหวันครานี้ ไม่ได้สิงสถิตอยู่แค่ทางภาคเหนืออย่างไทเปเท่านั้น แต่ยังหนีไปแถบภาคกลางและล่องลงใต้ไปฟังเสียงคลื่นสูดกลิ่นทะเล ที่สำคัญ ป่าเขาลำเนาไพรก็ได้ไปย่ำมาด้วย เรียกว่าเป็นทริปสีเขียวลุยๆ มันส์ๆ สมคำเจ้าภาพผู้เทียบเชิญ “สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประจำประเทศไทย” บอกไว้ไม่มีผิด
ว่ากันถึงการจัดการพื้นที่สีเขียวของไต้หวันนั้น ถือว่ายอดเยี่ยมใช้ได้ ทุกฝ่ายร่วมแรงร่วมใจผนึกพลังอย่างแข็งขัน รัฐบาลพร้อมทุ่มงบสนับสนุนไม่อั้น ทั้งยังปั้นบุคลากรรุ่นใหม่มาสานต่อจากคนรุ่นเก่า ขณะเดียวกัน การสร้างความรู้ความเข้าใจกับประชาชนเรื่องอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแบบยั่งยืนก็รุดหน้ามาก
จึงไม่แปลกที่เราจะได้เห็นประเทศขนาดเล็กๆ เช่นไต้หวัน ไม่ว่าจะเดินอยู่กลางเมืองหลวง หรือจะยืนอยู่ในชนบทต่างจังหวัด ทุกอณูก็ล้วนแล้วแต่มีกรีน สเปซอยู่รอบกาย
และนี่ก็เป็นบางเสี้ยวที่เราเก็บมาเล่าในฐานะ 4+1 พื้นที่สีเขียว ที่อยากให้คุณๆ ไปสัมผัส รับรองว่าจะติดอกติดใจ มากกว่านั้น คุณจะไม่รู้สึกเสียดายค่าตั๋วแน่ๆ เมื่อได้ย่างกรายเข้าไปเยี่ยมเยือน
1.ศูนย์ศึกษาไก่ฟ้าไถหนาน
คนชอบส่องต้องไปนะฮะ ไม่ได้ชวนไปส่องสาว หรือส่องหนุ่มหรอก แต่ไปส่องไก่ฟ้าต่างหาก ที่นี่โอบล้อมด้วยธรรมชาติ ป่า สวน หนองน้ำ ไม่ได้เมคกันขึ้นลอยๆ แล้วก็ไม่ได้เซ็ตเอาหน้านักข่าว เพราะเขามีไก่ฟ้าให้ส่องจริงๆ เขาจัดบริเวณให้ส่องและจับจ้องไก่ฟ้าแบบห้ามละสายตา ไก่ฟ้าตัวเป็นๆ ก็จะเดินสวยๆ ออกมาอวด แนบตากับกล้องส่องทางไกล ใครเตรียมไปก็เลือกที่เหมาะๆ ได้เลย ถ้าไม่มีก็ใช้วิธีขอส่องจากคนข้างๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นมืออาชีพที่ชอบส่องไก่ฟ้าเป็นกิจวัตร เหนืออื่นใด อย่าพลาดติดกล้องถ่ายรูปตัวโปรดไปด้วยละ ใช้ตาส่องแล้ว ก็ใช้กล้องถ่ายรูปแนบกับกล้องส่องทางไกล เก็บภาพสวยๆ ไว้เป็นที่ระลึก เช่นภาพที่เราเก็บมาฝากก็ใช้วิธีอย่างที่ว่า สวย+ชัดมั๊ยเล่า
(รายละเอียดเพิ่มเติม http://jacana.tw)
2.วนอุทยานแห่งชาติซีโถว
เหมาะมากสำหรับคนเลิฟการท่องไพร เขาทำดีและสะดวกที่จะเดินไปตามทาง มีสะพานไม้เชื่อมต่อไปยังจุดต่างๆ เสมือนเดินอยู่บนสกายวอล์ก มองจากด้านล่างจะเห็นความสมบูรณ์ของป่าไม้ หรือจะข้ามสะพานไม้ไผ่ไปอีกฟาก ก็จะเจอกับป่าสน ไฮไลท์ของที่นี่คือไจแอนท์ทรี หรือต้นไม้ยักษ์ ที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 2,000 ปี เป็นของคู่บารมีที่ใครๆ ต้องแชะรูปคู่ รวมไปถึงป่าไผ่ ที่นี่ก็ค่อนข้างสมบูรณ์ ตามรายทางมีไผ่กว่า 50 สายพันธุ์ขึ้นดารดาษให้ชม คนที่จะมาเดินป่าต้องเตรียมตัวให้พร้อม ร่างกายสำคัญที่สุด แข้งขาต้องแกร่ง วันที่เราไปมีฝนตก แม้ไม่หนัก แต่ก็ทำเอาเปียกปอน หมอกปกคลุมทุกอณูจนถ่ายภาพไม่สวยเลย ทางที่ดีก่อนไปควรเช็กสภาพอากาศ อย่าลืมเด็ดขาด เสื้อหนาวและเสื้อกันฝน มันเทศเผา น้ำเปล่า เอาไว้กินกันหิวและกันหนาว (ไง)
(รายละเอียดเพิ่มเติม www.exfo.ntu.edu.tw)
3.อุทยานแห่งชาติไต้เจียง
1 ใน 8 อุทยานแห่งชาติของไต้หวัน เป็นเสมือนเส้นเลือดหล่อเลี้ยงให้ไต้หวันเป็นมากกว่าเกาะเล็กๆ น่าจะเรียกว่าอุทยานทางทะเลที่สมบูรณ์อีกแห่ง ด้วยเพราะฉายา Song of the Earth มีนาเกลือเหมือนบ้านเราด้วยละ บางจุดก็เลี้ยงหอยนางรมกลางทะเล บางจุดนั้นเป็นลากูน ชื่อชีกู นกนานาชนิดบินมาพำนักที่นี่ เราไม่ได้ลงไปดูใกล้ๆ เพราะตลอดทางมีฝนตก เลยได้แต่มองดูไกลๆ ยืนยันจากปากเจ้าหน้าที่พานำชมว่าวันแดดแจ่มฟ้าเจิดที่นี่จะเหมาะแก่การถ่ายรูปมากๆ ไม่ว่าจะตอนอรุณรุ่ง หรือตอนโพล้เพล้ สวยจัด!! ถ้าไปช่วงน้ำลดก็จะยลโฉมกับหาดทราย เดินเล่นได้สบายๆ หรือใคร่จะไปนั่งเรือชมป่าชายเลนก็ได้ เราไปลองมาแล้ว ระยะสั้นๆ ทว่า “ป่าชายเลนซีเฉ่า” ก็สร้างความประทับใจไม่น้อย โดยเฉพาะฉากจบที่มี “วัดต้าจง” ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดไม้ ราวกับหนังจีนกำลังภายใน
(รายละเอียดเพิ่มเติม www.tjnp.gov.tw)
4.อุทยานแห่งชาติเกนติง
มาถึงที่นี่เกือบจะมืดค่ำ ถนนที่นำเราไปสู่ที่พักเต็มไปด้วยร้านรวงและร้านอาหาร ทันใดนั้นสายตาเราก็เหลือบไปเห็นป้ายภาษาไทยขึ้นหราหน้าร้านอาหารแห่งหนึ่ง ถามไกด์เธอเล่าว่าคนไทยชอบมาที่นี่ ใจชื้นขึ้นมาหน่อย หวังจะเจอคนไทย แต่ไปๆ มาๆ ก็ไม่เจอ ที่นี่มีดีที่ทะเล ถือเป็นเมืองตากอากาศชั้นเยี่ยม วันหยุด อากาศร้อน คนก็จะแน่นหาด การจัดการพื้นที่สีเขียวที่นี่เน้นความสะดวกและความเป็นระเบียบ ชายหาดสะอาดสะอ้าน ไม่มีเก้าอี้ชายหาด หรือควันจากเตาของย่างให้รำคาญใจ เราเดินเลียบชายฝั่งดูความสวยสมบูรณ์ของทะเล ทางเดินน่าเดินมาก โขดหิน ซอกหิน ถ้ำ อีกทั้งหน้าผาที่มองเห็นวิวไกลสุดลูกหูลูกตา มุมถ่ายรูปงามๆ สามารถหาชมได้จาก 3 พื้นที่นี้ “ฉวนฟ่านซือ” “เออหลวนปี้” “หลงผาน” โดยเฉพาะสวนหลงผาน วิวสวยเวอร์ อยู่ริมทะเล แต่ลมแรงจัดโคตร พร้อมจะปลิวทุกสิ่งอย่าง ยิ่งคนผอม มีสิทธิ์ลอยไปตามลมได้ไม่ยาก
(รายละเอียดเพิ่มเติม www.ktnp.gov.tw)
1.ห้องสมุดสาธารณะไทเป สาขาเป่ยโถว
ไม่อยู่ใกล้ทะเล ไม่ได้เป็นอุทยาน ที่นี่คือห้องสมุด อยู่ใจกลางกรุงไทเป พรั่งพร้อมด้วยคอนเซปต์ กรีน ไลบราลี ตั้งแต่การออกแบบก่อสร้าง เน้นประหยัดพลังงาน ไฟฟ้ามาจากแผงโซลาร์เซลล์ ตัวอาคารเน้นแสงสว่างจากธรรมชาติ เพื่อลดการใช้แสงสว่างจากไฟฟ้า มองมุมสูงจะเห็นเป็นรูปสามเหลี่ยม ระเบียงและดาดฟ้าคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยมากกว่าจะเป็นทางเดินธรรมดา นอกจากนั้น ที่นี่ยังสร้างด้วยไม้เกือบทั้งหลัง เดินเสียงดังก็ได้ยินกันทั่ว จงระมัดระวังในการเดินแต่ละก้าวย่าง รอบๆ แวดล้อมด้วยต้นไม้ มีเสียงน้ำตกไหลไม่ไกลจากตัวอาคาร ถือเป็นห้องสมุดที่สวยเด้งไม่เบา ดึงดูดใจให้ผู้คนแวะเข้ามาหาความรู้ควบคู่กับได้ชิดใกล้กับธรรมชาติโดยแท้
(รายละเอียดเพิ่มเติม www.tpml.edu.tw)







