posttoday
เข็มทิศชีวิตมหัศจรรย์...

เข็มทิศชีวิตมหัศจรรย์...

28 เมษายน 2556

ระยะนี้ มักมีคนมาเล่าให้ฟังว่า ตัวเองมักแอบคิดในใจว่าสิ่งที่คนอื่นทำ

โดย...ฐิตินาถ ณ พัทลุง [email protected]  ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์

ระยะนี้ มักมีคนมาเล่าให้ฟังว่า ตัวเองมักแอบคิดในใจว่าสิ่งที่คนอื่นทำยังคุณภาพไม่ดี น่าจะทำได้ดีกว่านี้ แล้วแอบเจ็บใจเล็กๆ ที่ตัวเองไม่เคยลงมือทำ กี่ครั้งที่แอบเห็นผลงานของคนอื่นแล้วอยากมีบ้างแต่ไม่เคยลงมือทำ มีข้ออ้างสารพัด บางคนอ้างผิดว่าพอเพียง คนจำนวนมากเอาคำว่าสันโดษและพอเพียงเป็นข้ออ้างในการไม่ลงมือทำสิ่งที่ควรทำ

การสันโดษนั้น แปลว่าพอใจในสิ่งที่มี ยินดีในสิ่งที่ได้ สันโดษในการใช้สอย สันโดษพอใจในความสะดวกสบายที่มีตามฐานะ

แต่ไม่ใช่สันโดษในการทำความดี ไม่ใช่สันโดษในการส่งมอบผลงาน

หากเรามองบุคคลที่ทำประโยชน์ให้ชาติบ้านเมือง เราจะพบวิถีชีวิตที่เรียบง่าย แต่ไม่เคยหยุดในการคิดสร้างสรรค์ทำประโยชน์เพื่อบ้านเมืองและส่วนรวม แล้วคนจำนวนมากในประเทศของเรากลับไม่สันโดษในการใช้สอย มีอะไรฮิต เรามีตามหมดทุกอย่าง ไม่พอเพียงในการซื้อ แต่กลับอ้างว่าพอเพียง หยุดในการคิดสร้างสรรค์ ไม่ลงมือทำสิ่งที่เป็นประโยชน์

ซ่อนตัวอยู่ในมุมสบาย ที่กลัว กลัวถูกตัดสิน กลัวไม่สำเร็จ กลัวล้มเหลว ลืมไปว่า การกลัวนั้นทำให้คนได้รับสิ่งที่ตนเองกลัวเดี๋ยวนั้นเลย สิ่งที่คนกลัวจนไม่ทำสิ่งที่ควรทำ เขาได้รับมันในชีวิตทันที

จงลุกขึ้นมาเผชิญหน้ากับความกลัวของตัวเอง มองลงไปตรงๆ ว่า ไหนดูซิ ความกลัวหน้าตาเป็นอย่างไร ทันทีที่เรารู้ทันลงไปในความรู้สึก ความรู้สึกนั้น จืด จาง ลดกำลังลดอิทธิพล ลงไปจากใจเราทันที ไม่สามารถครอบงำเราได้ เราเป็นอิสระ มีใจที่เป็นอิสระจากความรู้สึก คล่องแคล่วว่องไว ควรแก่การงาน สามารถเลือกความคิด ความรู้สึก ที่เป็นประโยชน์ต่อชีวิต ทำให้เราได้ทำสิ่งที่ควรทำอย่างมีพลัง

ล่าสุด เพิ่งมีเด็กนักศึกษาเขียนมาถามว่า มีนักเขียนคนหนึ่ง เขียนไว้ว่า คนเราไม่ควรทำอะไรเร็วกว่ากฎเกณฑ์ของสังคม สังคมกำหนดให้จบปริญญาตรี หรือโทตอนไหน ต้องทำตอนนั้น ไม่งั้นจะไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตและชีวิตจะต้องล้มเหลวก่อน อิฐก้อนแรกต้องบิดเบี้ยวจึงจะดี ทั้งที่มีคนจำนวนมากจบตามกฏเกณฑ์ของสังคมทุกอย่างแต่ยังล้มเหลวอยู่เลยน้องนักศึกษาจึงสงสัยและเขียนมาถาม

สิ่งที่ผู้เขียนตอบน้องนักศึกษาไปคือ คนเราจะพูดตามประสบการณ์ของชีวิตตัวเอง คนจำนวนมากพูดถึงแต่ความล้มเหลว มัวศึกษาจนจมอยู่กับความล้มเหลว ชีวิตนี้จึงไม่ได้ลิ้มรสความสำเร็จเสียที มัวอยู่กับความล้มเหลว จนไม่เคยได้สัมผัสความสำเร็จ

ได้แต่ชะเง้อมองความสำเร็จของคนอื่น แล้วขมขื่นวิพากษ์วิจารณ์ไปเรื่อย เหมือนองุ่นเปรี้ยวยังไม่พอ ยังพยายามชักจูงให้คนอื่นล้มเหลวเหมือนตัวเองอีก

มนุษย์เรานั้น มีระบบในการตีความตอบสนองตามกรอบความคิดของเรา สิ่งต่างๆ ที่เราทำในชีวิตมีประโยชน์ให้เราเรียนรู้เติบโต หากเราเพ่งจ้องมัวเรียกและคิดว่ามันเป็นความล้มเหลว ระบบประสาทของเราจะมองผ่านสิ่งดีดีที่เราเรียนรู้ได้จากมัน

ในทางตรงกันข้าม หากเรามองเห็นว่า ทุกอย่างเป็นกระบวนการเรียนรู้ และเราได้ทำบางอย่างสำเร็จ มีสิ่งดีดีมากมายซ่อนอยู่

ในทุกเหตุการณ์ เราได้เติบโตจากในแต่ละสิ่งนั้น และสามารถพัฒนาต่อไปได้อีก อะไรที่เราควรเพิ่มความระมัดระวังในโอกาสต่อไป

ใจของเราก็จะเรียนรู้จากความสำเร็จ แม้จากจุดที่เล็กที่สุด และพัฒนาให้เติบโตใหญ่ มีประโยชน์กับผู้คนได้กว้างไกลมากขึ้นทุกวัน เราเลือกความคิด เลือกการตีความ และเลือกการตอบสนองของเราทันที่เราเลือกการกระทำ เราเลือกผลลัพธ์ในชีวิตเช่นกันเราบังคับให้ทุกอย่างเป็นอย่างที่เราต้องการตลอดเวลาไม่ได้ แต่เราสามารถเลือกความคิดความรู้สึก และการกระทำของเราได้

ทันทีที่เราเลือกรับผิดชอบ เรามีอำนาจ ในการกำหนดความรู้สึกต่อชีวิตตัวเองเลือก อย่างมั่นคง

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน