
ทำไงเมื่อเพื่อนร่วมงานไม่ได้อย่างใจ!
เมื่อสิ่งต่างๆ อยู่เหนือการควบคุม คุณก็มีอันปรี๊ดแตกแหลกละเอียด จากวันนั้นถึงวันนี้ ยังกอบกู้เก็บซากไม่ได้
โดย...ไดนาห์ ชอว์
เมื่อสิ่งต่างๆ อยู่เหนือการควบคุม คุณก็มีอันปรี๊ดแตกแหลกละเอียด จากวันนั้นถึงวันนี้ ยังกอบกู้เก็บซากไม่ได้ แถมเค้าลางยังส่อบานปลาย คุณคงเป็นทุกข์มากใช่ไหม? เมื่อเพื่อนร่วมงานและบรรยากาศในที่ทำงาน นับวันมีแต่จะเลวร้าย
สถานการณ์ “พี่ขอชื่นชมว่า จัดประชุมดีลเลอร์ครั้งที่แล้วที่เชียงใหม่ดีมาก ขอตินิดเดียวว่า การให้ข้อมูลกับสำนักงานตัวแทนภูมิภาคไม่ได้เรื่อง คนทำข้อมูลการขายไม่พร้อม ตัวเลขก็มั่ว กราฟฟิกดูย้วยอย่างน่ารังเกียจ แถมเราไม่ได้รับความร่วมมือจากตัวแทนขายที่อยู่ในพื้นที่เลย ผลลัพธ์กระจัดกระจายมาก ใครรับผิดชอบอ่ะคุณเหรอ?”(ตอนแรกจะชมทำไมเนี่ย)
ทางออก คุณทำงานอยู่คนเดียว คนนู้นไม่ทำ ฝ่ายโน้นไม่ช่วย ประสาทจะรับประทานอยู่รอมร่อ หันไปหันมาก็ไม่พ้นว่า ต้องหัวหมุนอยู่คนเดียว เอิ่ม...หัวหน้าไม่ต้องชมก็ได้นะทีหลัง...
เคล็ดลับของการเป็นทุกข์ที่ถาวร คือ เมื่อคุณตัดสินใจว่า โลกนี้ควรเป็นเช่นไร มันก็เป็นเช่นนั้น โอเคคุณตั้งกฎว่า ทุกคนควรปฏิบัติตัวอย่างนั้นอย่างนี้...เมื่อโลกและทุกคนไม่ปฏิบัติตามกฎ คุณก็หัวฟัดหัวเหวี่ยงซะ ทางออกของเรื่องนี้ คือ ต้องลดความคาดหวังลง ปล่อยทุกอย่างเป็นไปตามกฎของโลก ในกรณีนี้คือ กฎของที่ทำงาน ระเบียบปฏิบัติที่เป็นแบบแผน
คนทำงานผิดพลาด (ทั้งคุณและเพื่อนร่วมงาน) ต้องได้รับผล ซึ่งคุณก็ต้องหนักแน่นยอมรับ
สถานการณ์ – ความคาดหวังที่สูงปรี๊ด (ของคุณ) อยู่ในรูปของการตอบแทนน้ำใจที่คุณเคยช่วยเหลือเขามาก่อนหรือเปล่า หรืออยู่ในรูปของการมุ่งหวังให้คนทำงานทำตามหน้าที่ของตนใช่หรือไม่ แน่นอนที่ในวันหนึ่ง จะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ พวกเขาก็จะมีอันทำให้ความหวังของคุณล้มครืนลงมาอย่างน่าเศร้า
ทางออก ใจเล็กๆ มันเจ็บลึกๆ สินะ...สิ่งที่เรากำลังพูดถึงก็คือ การลดความคาดหวัง แต่อย่างไรล่ะ กลยุทธ์ที่นำมาใช้ได้ จงอย่าเรียกร้อง หรือต้องการให้มากเกินไป (กว่ากรอบการทำงาน) ให้ตัวเองมีทางเลือกที่ชอบมากกว่าหนึ่ง เพราะฉะนั้นสิ่งที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของคุณ ก็ให้บอกตัวเองว่า “ฉันชอบแบบเอ มากกว่าแบบบี แต่ถ้าเป็นแบบซี ก็ใช้ได้สำหรับฉันเหมือนกันนี่”
สถานการณ์ “ต่อจากนี้เป็นต้นไป...(อย่ากัดฟัน) คุณช่วยส่งข้อมูลและรายงานการวิเคราะห์ตัวเลขให้ฝ่ายบัญชีให้ทันตามกำหนด ก่อนวันและเวลาเสนอแผนประชุม ตามที่ตกลงกันไว้นะคะ (ยิ้มด้วยยิ้ม อย่าเผลอแยกเขี้ยวล่ะ)”
ทางออก การทำงานต้องอาศัยการประสานงาน จำไว้ว่ารอยยิ้มของคุณส่งตรงอำนาจไปยังสมองส่วนกลางของเพื่อนร่วมงาน และแผนกทั้งแผนกของเพื่อนร่วมงาน ที่จะส่งผลต่อไปยังการทำงานต่อไป ถ้าเอาตัวเองหรือเรื่องส่วนตัวออกจากเรื่องงานได้ คุณจะไม่คาดหวังคนแบบไม้บรรทัดเป๊ะๆ อีก แต่คุณจะยืดหยุ่นขึ้น ถมช่องว่างระหว่างคุณกับโลก...เอ๊ย...เพื่อนร่วมงานได้ดีขึ้น
Ask the Expert..
Q. ทำงานแทบตาย เงินไม่พอใช้ ทำอย่างไรดี แม้จะประหยัดหลายสิ่งหลายอย่างแล้ว ก็ยังไม่ได้ผลเลยค่ะ?
A. ท่าน ว.วชิรเมธี พระนักเทศน์ นักคิด นักเขียน มีข้อคิดที่น่าสนใจตรงเป้าเข้าประเด็นดังนี้
(1) หางานใหม่ เพื่อให้รายรับกับรายจ่ายใกล้เคียงกัน
(2) ลดความต้องการให้น้อยลง อยู่กับความจริงให้มาก ตัดสิ่งฟุ่มเฟือยในชีวิตออกไปเสียบ้าง
(3) บริโภคปัจจัยสี่โดยมุ่งประโยชน์ อย่ามุ่งประดับ นอกเหนือจากปัจจัย 4 แล้วที่เหลืออาจจะเป็นส่วนเกินของชีวิต
(4) ทำบัญชีรายรับรายจ่าย รับมากกว่าจ่าย จึงนับว่าดี ยอดจ่ายมากกว่ารับ นับว่าแย่ ประหยัดให้มากขึ้น
อึ่ม!!! ทำได้ตามนี้รับรองไม่จน มีเงินทองพอใช้สบายมืออย่างแน่นอน
He Said / She Said
เดียร์ นักเขียน
“ผู้หญิงที่มีเสน่ห์สำหรับผม ต้องทำงานเก่ง เจ๋ง รูปแบบการใช้ชีวิตน่าสนใจตามประสาสาวโสด อยู่ได้โดยไม่ต้องง้อผู้ชาย จะกิน เที่ยว ช็อป ทำอะไรก็มั่นใจจนสาวๆ ที่มีคู่แล้วยังต้องอิจฉา”
แนน นักเขียน
“ชอบผู้ชายที่สูง ชอบผู้ชายที่สะอาด แต่งตัวดี มีอารมณ์ขัน อยู่ด้วยแล้วสบายใจ คุยได้ทุกเรื่อง แบบเป็นทั้งเพื่อน และที่สามารถดูแลเราได้ ที่สำคัญขอให้แมนค่ะ (หัวเราะ)”
Quote
“ทุกๆ คนถูกกำหนดมาแล้วว่า จะต้องมาทำอะไรบนโลกใบนี้ เช่นเดียวกับความปรารถนาที่จะไปให้ถึงฝั่งฝัน หรือความสำเร็จในงานแต่ละงาน ก็เติมเต็มไว้ในใจของทุกๆ คนแล้วเช่นกัน”
รูมี นักเขียนชาวเปอร์เซีย ผู้โด่งดังมากในโลกตะวันตก







