
ถึงเวลา'พญาเสือ'...ตะปบเมเจอร์เพิ่ม
ที่มีคนเคยบอกว่า เวลาผ่านไปเร็วราวโกหกนั้น เห็นทีจะจริงแฮะ เพราะเหมือนเพิ่งผ่านฉลองปีใหม่สากลกันมาได้ไม่นาน
ที่มีคนเคยบอกว่า เวลาผ่านไปเร็วราวโกหกนั้น เห็นทีจะจริงแฮะ เพราะเหมือนเพิ่งผ่านฉลองปีใหม่สากลกันมาได้ไม่นาน
โดย...SK’92
ที่มีคนเคยบอกว่า เวลาผ่านไปเร็วราวโกหกนั้น เห็นทีจะจริงแฮะ เพราะเหมือนเพิ่งผ่านฉลองปีใหม่สากลกันมาได้ไม่นาน นี่ก็จะได้ฉลองปีใหม่ไทยรดน้ำดำหัวในเทศกาลสงกรานต์กันอีกแล้ว
และในช่วงสงกรานต์ของทุกๆ ปีที่ผ่านมา เชื่อว่าแฟนกีฬาโดยเฉพาะคอกอล์ฟ คงจำกันได้ดีว่าจะมีศึกสวิงใหญ่ระดับโลกให้ติดตามกันเป็นประจำ นั่นคือศึกเมเจอร์แรกของฤดูกาล “เดอะ มาสเตอร์ส” ซึ่งคราวนี้จะแข่งขันกันวันที่ 1114 เม.ย. และจัดเป็นครั้งที่ 77 แล้ว แถมยังคงดวลวงสวิงกัน ณ สนามออกัสตา เนชันแนล กอล์ฟ คลับ ที่จอร์เจีย, สหรัฐ เหมือนเดิม
นี่คือความขลังของศึกมาสเตอร์ส เพราะศึกเมเจอร์ที่เหลืออีก 3 รายการนั้น สังเวียนแข่งจะเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ โดยไม่มีการซ้ำ 2 ปีติดต่อกัน แต่ศึกมาสเตอร์สจัดแข่งกันที่ออกัสตาแห่งเดียวโดยไม่มีการย้ายไปไหน
นอกจากนี้ ยังมีเอกลักษณ์ที่สำคัญ คือ แชมป์ศึกมาสเตอร์ส จะได้รับเสื้อสูทเบลเซอร์สีเขียว หรือที่เรียกว่า “กรีน แจ็กเกต” โดยมีแชมป์เก่าเป็นผู้สวมให้ ขณะที่แชมป์รายการอื่นๆ จะได้ชูโทรฟีเป็นส่วนใหญ่
แน่นอนว่าหลายคนคงอยากรู้ใครเป็นเต็ง 1 ในครั้งนี้ และมีจอมสวิงไทยได้ไปโชว์วงสวิงด้วยรึเปล่า
ณ ตอนนี้ เต็ง 1 เป็นใครไปไม่ได้ นอกจาก “พญาเสือ” ไทเกอร์ วูดส์ (มือ 1 โลก/สหรัฐ) เพราะต้องยอมรับว่า หากใครได้เห็นการเล่นของเขาในปีนี้ บอกได้เลยว่า เสือกลับมาฟอร์มดุเหมือนเดิม ด้วยการกวาดไป 3 แชมป์แล้วในปีนี้ หลังจากก่อนหน้านี้เจอปัญหาครอบครัวจนต้องหยุดเล่นไปสักพัก และกลับมาเล่นก็หาฟอร์มเก่งไม่เจอ เพราะตัวเองดันติดเซ็กซ์คบกิ๊กเพียบให้เมียจับได้ช่วงปลายปี 2009 แล้วโดนฟ้องหย่าในปีถัดมา
ส่วนเต็ง 2 ก็หนีไม่พ้น รอรี แม็คอิลรอย (2/ไอร์แลนด์เหนือ) ที่เพิ่งเสียมือ 1 โลกให้ ไทเกอร์ เมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่เต็ง 310 พอจะเรียงลำดับได้ดังนี้ ฟิล มิคเคลสัน (10/สหรัฐ), ลี เวสต์วูด (13/อังกฤษ), ลุค โดนัลด์ (4/อังกฤษ), จัสติน โรส (3/อังกฤษ), อดัม สกอตต์ (7/ออสเตรเลีย), “แชมป์เก่า” บับบา วัตสัน (14/สหรัฐ), ฮันเตอร์ มาฮาน (21/สหรัฐ) และคีแกน แบรดลีย์ (11/สหรัฐ)
สำหรับในปีนี้มีนักกอล์ฟไทยเพียงหนึ่งเดียวได้ไปร่วมแข่งคือ “โปรเล็ก” ถาวร วิรัตน์จันทร์ ซึ่งได้รับเชิญในฐานะมือ 1 เอเชียน ทัวร์ ปี 2012 และเป็นครั้งแรกที่โปรไทยวัย 46 ปี เจ้าของวงสวิงพันคอ จะได้ไปโชว์วงสวิงที่ไม่มีใครเหมือนในศึกมาสเตอร์ส
ถาวร เคยไปแข่งระดับเมเจอร์มาแค่หนเดียวใน “ดิ โอเพน” ปี 2006 และขอบอกว่าผลงานไม่ขี้เหร่เลย โดยผ่านการตัดตัว และจบด้วยอันดับ 31 ร่วม
ดังนั้น อย่าไปสนใจว่า โปรเล็ก เป็นเต็งเท่าไหร่ เพราะหากเล่นได้เข้าฝัก รับรองว่าไม่มีกลัวใครอยู่แล้ว
ไทเกอร์ล่ากรีนแจ็กเกตตัวที่ 5
ต้องยอมรับว่า วงการกอล์ฟโลก หากขาด ไทเกอร์ มันเหมือนขาดหายอะไรไป เช่นเดียวกับการมี ไทเกอร์ ที่ไร้ฟอร์ม ก็ทำให้ขาดความน่าสนใจเช่นกัน
แต่ ณ ตอนนี้ วงการสวิงกลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อยอดโปรวัย 37 ปี ที่กำลัง “ลักกี อิน เลิฟ” กับ ลินด์ซีย์ วอนน์ นักสกีสาวสวยชาวอเมริกันด้วยกัน ก็กำลัง “ลักกี อิน เกมส์” ด้วยการกวาดแชมป์พีจีเอ ทัวร์ ปีนี้ไป 3 แชมป์จาก 5 รายการที่ลงเล่น
“ผมไม่ต้องการทำได้ดีเท่าที่เคยเป็น แต่ผมต้องการทำให้ดีกว่าเดิม” ไทเกอร์ กล่าว หลังมีวงสวิงใหม่ รักใหม่ และทัศนคติแบบใหม่ แถมยังโวลั่นด้วยว่า ฟอร์มดีที่สุดของเขายังไม่มา
ทุกสายตาจึงพากันเฝ้ามองว่าน่าจะถึงเวลาแล้วที่ ไทเกอร์ ดีกรีแชมป์เมเจอร์ 14 สมัย (เดอะ มาสเตอร์ส 4, ยูเอส โอเพน 3, ดิ โอเพน 3, พีจีเอ แชมเปียนชิพ 4) จะคว้าชัยสมัยที่ 15 ได้ซะที ซึ่งหากทำสำเร็จจะเป็นเจ้าของแชมป์มาสเตอร์ส 5 สมัยอีกด้วย (ต่อจากปี 1997, 2001, 2002, 2005)
แทบไม่น่าเชื่อว่า ไทเกอร์ ไม่เคยสัมผัสแชมป์ระดับเมเจอร์มาร่วม 5 ปีแล้ว นับแต่ชูถ้วยศึกยูเอส โอเพน ปี 2008 ส่วนแชมป์มาสเตอร์นั้น เขารอมาถึง 8 ปีเลยทีเดียว
สิ่งที่ทุกคนรอคอยกำลังคืบคลานใกล้เข้าไปแล้ว นั่นคือการทำลายสถิติแชมป์เมเจอร์มากสุดตลอดกาล 18 สมัยของ “หมีทอง” แจ๊ก นิคคลอส ตำนานสวิงโลกชาวอเมริกัน
“แจ๊ก ทำได้ (คว้า 18 เมเจอร์) เมื่อตอนอายุ 46 ผมรู้สึกว่ายังมีเวลาอีกเยอะ และเขาเป็นคนที่เล่นได้ดีอย่างสม่ำเสมอ จนทำให้สามารถคว้าแชมป์เมเจอร์และรายการต่างๆ ได้อยู่ตลอด ซึ่งมันค่อนข้างยากสำหรับคนอายุขนาดนั้น และผมก็หวังว่าจะทำได้แบบนั้นบ้าง”
แม้แต่เพื่อนซี้ต่างวัยอย่าง มาร์ก โอเมียรา แชมป์เดอะ มาสเตอร์ส ปี 1998 ยังออกยกยอ ไทเกอร์ สุดๆ ว่า น่าจะมีลุ้นแชมป์ศึกมาสเตอร์สในสัปดาห์หน้า รวมถึงกวาดทั้ง 4 เมเจอร์ในปีนี้เลยทีเดียว
แม็คอิลรอยหวังคืนฟอร์มเก่งกู้ชื่อ
ช่วงที่ ไทเกอร์ ตกต่ำนั้น ถือเป็นช่วงรุ่งโรจน์ของ แม็คอิลรอย โดยเฉพาะฤดูกาลที่แล้ว ยอดโปรไอร์แลนด์เหนือสามารถทำเงินรางวัลสูงสุดทั้ง พีจีเอ ทัวร์ และยูโรเปียน ทัวร์ เลยทีเดียว ซึ่งเป็นโปรคนที่ 2 ที่ทำได้ (ต่อจาก ลุค โดนัลด์ ปี 2011)
แต่แล้วเมื่อ แม็คอิลรอย หันไปเซ็นสัญญากับ “ไนกี้” พร้อมกับรับเงินก้อนโตมหาศาลเมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา แล้วเปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์ของไนกี้ ก็ส่งผลให้ฟอร์มร่วงทันตาเห็น ซึ่งคงเป็นเพราะยังไม่คุ้นมือและปรับตัวไม่ทัน (จนถึงกับอยากจะกลับไปใช้ “ไทเทิลลิสต์” เจ้าเก่า แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะรับตังค์เขามาเยอะ) ก่อนจะต้องตกบัลลังก์โลกในที่สุด
ทว่า ตอนนี้ดูท่าว่า แม็คอิลรอย จะทุ่มเทจริงจังกับการฟื้นฟอร์มเก่งให้ทันศึกมาสเตอร์ส ที่เคยทำดีสุดอันดับ 15 ร่วม เมื่อปี 2011 โดยเพิ่มโปรแกรมแข่งกะทันหัน โดยตัดสินลงแข่ง “เทกซัส โอเพน” เพื่อเป็นการอุ่นเครื่องสัปดาห์สุดท้ายก่อนถึงศึกเมเจอร์แรกของปี
การเป็นมือ 1 โลกนั้น ทำให้ แม็คอิลรอย กดดันไม่น้อย โดยล่าสุดก่อนที่จะร่วงจากบัลลังก์ เขาลงเล่น “ฮอนด้า คลาสสิก” ในฐานะแชมป์เก่า แต่พอตีไม่ได้ดังใจ ก็ขอถอนตัวดื้อๆ แล้วอ้างว่าปวดฟัน จนถูกวิจารณ์ยับ ก่อนจะออกมาขอโทษในที่สุด
“ผมตระหนักดีแล้วว่ามันไม่ถูกที่ทำแบบนั้น ทุกคนย่อมทำผิดกันได้ และผมก็ได้บทเรียนจากเรื่องนี้ ผมเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไป”
อย่างไรก็ตาม ยอดโปรวัย 23 ปี ที่เป็นเจ้าของแชมป์เมเจอร์ 2 สมัย (ยูเอส โอเพน 2011, พีจีเอ แชมเปียนชิพ 2012) ได้ออกมาปัดว่า อุปกรณ์ของไนกี้ไม่ได้มีส่วนทำให้ฟอร์มการเล่นของเขาตกต่ำลง
“การกลับมาลงแข่งปีนี้อีกครั้ง หลังจากกวาดไป 5 แชมป์ รวมทั้งคว้าชัยเมเจอร์สมัยที่ 2 เมื่อปีที่แล้ว ทำให้ผมต้องการที่จะทำมันอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่สามารถทำได้ ซึ่งไม่ได้อยู่ที่ไม้กอล์ฟที่ผมใช้ เป็นคนละเรื่องกัน มันขึ้นอยู่กับผมที่กำลังอยู่ในสนาม และความกดดัน ณ เวลานั้น”
เชื่อว่าแฟนกอล์ฟทั้งหลายอยากให้ แม็คอิลรอย กลับมาสู่ช่วงพีกในศึกมาสเตอร์ส เพื่อจะได้พิสูจน์ฝีมือกันจะจะกับ ไทเกอร์ เพราะสิ่งที่ใครๆ ก็อยากเห็นคือ ทั้งสองคนออกรอบเป็นก๊วนสุดท้ายในวันอาทิตย์นี้เพื่อแย่งแชมป์กัน
โปรยุโรปลุ้นแชมป์รอบ 14 ปี
หากนึกถึงแชมป์ศึกมาสเตอร์สแล้ว บรรดานักกอล์ฟจากยุโรปต้องย้อนกลับไปถึงปี 1999 โดย โฮเซ มาเรีย โอลาซาบัล (สเปน) เป็นโปรยุโรปคนล่าสุดที่ทำได้
แต่สำหรับโปรจากอังกฤษนั้น ต้องถอยไปถึง 17 ปีเลยทีเดียว จากการคว้าแชมป์ของ นิก ฟัลโด ตั้งแต่ปี 1996 โน่นแน่ะ
โดยเฉพาะ ลุค โดนัลด์ และ ลี เวสต์วูด ต่างเคยขึ้นไปรั้งมือ 1 โลกมาแล้วทั้งคู่ แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่เคยสัมผัสแชมป์เมเจอร์แม้แต่ครั้งเดียว ซึ่งผลงานดีสุดในศึกมาสเตอร์สนั้น โดนัลด์ วัย 35 เคยได้อันดับ 3 ปี 2005 ส่วน เวสต์วูด วัย 39 เป็นถึงรองแชมป์ปี 2010
ในศึกมาสเตอร์สคราวนี้ จัสติน โรส วัย 32 ถือเป็นตัวความหวังของชาวอังกฤษอีกคน ต่อจาก โดนัลด์ และ เวสต์วูด เนื่องจากฟอร์มดีสุดจนขึ้นไปเป็นมือ 3 โลกในปัจจุบัน
“ผมคิดว่าทำพลาด (แชมป์เมเจอร์) ไปเพียงนิดเดียวเท่านั้น ผมยังคงคาดหวัง และพร้อมจะดิ้นรนต่อสู้ต่อไป โดยทุ่มเททำงานหนักมาตลอด” โรส กล่าว
ทั้งนี้ โรส มักมีผลงานที่ดีในระดับเมเจอร์ โดยเคยคว้าที่ 5 ร่วม ศึกมาสเตอร์ส 2007, อันดับ 5 ร่วม ยูเอส โอเพน 2003, ที่ 4 ร่วม ดิ โอเพน 1998 และอันดับ 3 ร่วม พีจีเอ แชมเปียนชิพ 2012







