
เข็มทิศความสุข 3
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ผู้เขียนจัดงานเข็มทิศชีวิตความสุขครั้งที่ 3 ร่วมกับสมาพันธ์ไลฟ์โค้ชเข็มทิศ ผู้คน 3,000 คน
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ผู้เขียนจัดงานเข็มทิศชีวิตความสุขครั้งที่ 3 ร่วมกับสมาพันธ์ไลฟ์โค้ชเข็มทิศ ผู้คน 3,000 คน
โดย...ฐิตินาถ ณ พัทลุง [email protected]
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ผู้เขียนจัดงานเข็มทิศชีวิตความสุขครั้งที่ 3 ร่วมกับสมาพันธ์ไลฟ์โค้ชเข็มทิศ ผู้คน 3,000 คน จากทุกภาคเดินทางด้วยรถไฟ รถประจำทาง เครื่องบิน มาร่วมงานด้วยความมุ่งมั่น ในการมีชีวิตที่ดีที่สุดเพื่อคนที่เขารัก ในงานบุญความสุขที่จัดขึ้นด้วยความเชื่อที่ว่า คนทุกคนคู่ควรกับการมีชีวิตที่ดีที่สุด เป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีที่สุดเพื่อครอบครัวและคนที่เขารัก
หลายคนแบ่งปันเรื่องราวมากมาย ผู้หญิงคนหนึ่งถูกแม่ทิ้งไม่เคยเจอหน้าพ่อแม่ ไม่เชื่อว่าตัวเองเป็นที่รัก มีความรักครั้งใดก็ผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผู้หญิงอีกท่านไม่เคยได้รับคำชม คำบอกรัก การกอดจากพ่อแม่ ไม่เคยคิดว่าตัวเองดีพอ ทำความดีให้คนอื่นมากเท่าไหร่ก็ไม่เคยรู้สึกว่าได้รับการยอมรับ
ผู้เขียนได้ชี้ให้ทุกคนเห็นว่า มนุษย์เรานั้นจะมองเห็นสิ่งที่เราเชื่อเสมอ เพราะระบบจิตใจของมนุษย์ จะเห็นในสิ่งที่เราเชื่อ เราสนใจ เราเห็นว่าสำคัญต่อชีวิตเรา เช่น เราตัดผมทรงใหม่ ซื้อรถใหม่ เราก็จะมองเห็นคนตัดผมทรงนั้น รถยี่ห้อนั้นเต็มไปหมด มนุษย์จะพิสูจน์ว่าสิ่งที่ตัวเองเชื่อเป็นสิ่งจริง แม้ว่าสิ่งนั้นจะทำให้ตัวเองเจ็บปวด เขาจึงต้องกลับไปเปลี่ยนต้นตอของความเชื่อ กลับไปทำความเข้าใจใหม่กับสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในชีวิต ในตอนที่เราเป็นเด็กนั้น เราอาจตัดสินหรือเชื่อบางอย่างและเก็บเป็นโปรแกรมจิตในมิติในใจขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
เราทุกคนสามารถกลับไปมองสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในอดีตด้วยมุมมองความเข้าใจใหม่ของผู้ใหญ่ ที่มีความตั้งใจและเห็นสิ่งต่างๆ ตามความเป็นจริงได้มากขึ้น ผู้ชายคนหนึ่ง กล่าวว่า ตอนเป็นเด็กเขามักเห็นพ่อทำร้ายแม่อย่างรุนแรงเสมอ ครั้งที่รุนแรงที่สุดคือพ่อเอาบุหรี่จี้แม่ เด็กผู้ชายคนนั้นกลัวที่สุดและเขาไม่เคยคิดเลยว่าเขาจะเติบโตขึ้นมาใช้ชีวิตซ้ำรอยแบบพ่อ
เขาทำร้ายภรรยาคนแรกและลูกด้วยการเอาบุหรี่จี้และทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรงจนหย่าขาดจากกันและไม่ได้พบลูกอีก ภรรยาคนใหม่ซึ่งดีเข้าใจและให้อภัยเขาเสมอ เขาก็ทำร้ายเธอซ้ำร้ายซ้ำอีก จนเธอส่งเขามาในงานบุญความสุขในครั้งนี้
เขาได้กลับไปในอดีตที่เกิดขึ้น กลับไปเห็นความเจ็บปวดของพ่อแม่ ได้เห็นพ่อและแม่ขอโทษเขา บอกรักเขา ได้รับรู้ว่าพ่อและแม่รักเขาเสมอไม่ว่าเขาจะทำอย่างไรก็ตาม และที่สำคัญที่สุดเด็กน้อยคนนั้นได้ตะโกนออกมาเป็นครั้งแรกว่า พ่ออย่าทำแม่ หยุดอย่าทำร้ายแม่ เขาได้เห็นว่า เด็กเล็กๆ ในตัวของเรากล้าหาญและตั้งใจดีเสมอ เพียงแค่ว่าเขาอาจจะยังตัวเล็กเกินไป แต่เด็กน้อยในใจเราทุกคนก็ทำดีที่สุดแล้วเท่าที่จะทำได้ เด็กน้อยในตัวเราทุกคนคู่ควรกับการกอด การได้รับความรัก การเป็นที่รัก พ่อแม่รักเราเสมอ ไม่ว่าเขาจะอยู่กับเราหรือไม่ ไม่ว่าเขาจะบอกรักเราหรือเปล่า ไม่ว่าเขาจะสำเร็จหรือล้มเหลว ทุกคำตำหนิคือการบอกว่าเขารักเขาห่วง ทุกคำพูดคือการบอกรัก ผู้ชายคนนั้นลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยน้ำตานองหน้า เขาเพิ่งได้รู้ว่าที่แม่ยอมพ่อทุกอย่าง เพื่อรักษาครอบครัวไว้ให้อยู่พร้อมหน้ากันและแม่รักเขา
ทันทีที่คนคนหนึ่งมองโลกด้วยมุมมองใหม่ ด้วยสายตาแห่งความรัก เขาเปลี่ยนวิธีการเป็นการกระทำของเขาต่อโลกทันที วันนี้เขาเขียนเล่าให้ทุกคนฟังในเฟซบุ๊กเพจ เข็มทิศชีวิต ฐิตินาถ ณ พัทลุง ของผู้เขียนว่า วันนี้เขาและภรรยามีความสุขมาก มีความรักความอบอุ่น ความเข้าใจกัน และกำลังย้ายเข้าไปอยู่บ้านใหม่ ขนาด 3 ห้องนอน ที่เขาทั้งคู่คู่ควร
ในชีวิตของเรานั้น เราอาจะเลือกไม่ได้ให้มีแต่สิ่งที่เราชอบเกิดขึ้นในชีวิตเรา แต่เราสามารถเลือกความคิด ความรู้สึก การตีความและการตอบสนองของเราเพื่อให้ชีวิตเราดี และมีความสุขตั้งแต่ขณะนี้และขณะต่อไป
เพราะเราทุกคนคู่ควรกับชีวิตที่ยอดเยี่ยมทุกวัน







