posttoday

ภาษาแชต ต้องใช้ให้ถูกที่

28 มีนาคม 2556

ถั่วต้มคร้าบบป๋ม บ่องตงๆ เก๊าไม่ชอบเบย ที่ตะเองทำกับเก๊าแบบเนี้ย

โดย...โยธิน อยู่จงดี

สถานการณ์ : “ถั่วต้มคร้าบบป๋ม บ่องตงๆ เก๊าไม่ชอบเบย ที่ตะเองทำกับเก๊าแบบเนี้ย” นี่คือตัวอย่างข้อความแชตที่ให้ความสำคัญกับการให้เสียงอารมณ์มากกว่าการสะกดที่ถูกต้อง หรือเรียกกันง่ายๆ ว่า ภาษาแชต คำบางคำอาจเป็นคำที่ยอมรับกันได้ แต่หลายๆ คำก็ทำให้เกิดกระแสต่อต้าน เพราะสื่อออกไปแล้วเกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนหรือไม่ตรงกันจนเกิดความเข้าใจผิด “อะไรคือถั่วต้ม อะไรคือบ่องตงๆ” อ่านแล้วหลายคนรู้สึกรำคาญที่จะต้องมานั่งแปลความหมายกับภาษาแชตที่ทุกคนมองว่าคือภาษาวิบัติ ทำให้อ่านสั้นลงก็ไม่ใช่ พิมพ์ง่ายขึ้นก็ไม่เชิง ใช้แทนคำเดิมได้ดีกว่าก็ไม่ใช่อีก แล้วอย่างนี้เราจะจัดการอย่างไรกับคนที่ชอบใช้ภาษาวิบัติเหล่านี้

ทางออก : บางครั้งการใช้ภาษาวิบัติหรือภาษาแชต ก็ต้องเลือกใช้ให้ถูกคน ถ้าเราพูดคุยกับเพื่อนๆ ในวัยเดียวกัน มีประสบการณ์เดียวกัน การใช้ภาษาเหล่านี้ก็ไม่ใช่ปัญหาที่จะสื่อสารออกไป และไม่ใช่เรื่องผิดที่เราจะใช้ คล้ายกับคนอีสานพูดกับคนอีสานด้วยกัน หรือคนใต้ก็พูดกับคนใต้ด้วยกัน ทั้งที่พวกเขาไม่รู้จักกันมาก่อนแต่กลับรู้สึกสนิทสนมมากเป็นพิเศษเพราะเป็นคนบ้านเดียวกัน พูดภาษาเดียวกันนั่นเอง แต่อย่างไรก็ตามอย่าลืมว่าคนส่วนใหญ่ของประเทศมีความเข้าใจในภาษาไทยที่สอนในหลักสูตรการเรียนมากกว่า

ดังนั้น หากคุณพูดคุยกับคนที่ชอบใช้ภาษาแชตแล้วเกิดความไม่เข้าใจในความหมาย ก็ควรบอกไปตามตรงว่าไม่เข้าใจ ขอใช้ภาษาปกติดีกว่า ส่วนอีกฝ่ายจะมีทีท่าอย่างไรกลับมานั้น ต้องดูว่าเขามีน้ำใจในการสื่อสารมากน้อยแค่ไหน คนเห็นแก่ตัวส่วนใหญ่มักตอบกลับมาว่า เราไม่ทันสมัย ทำไมไม่รู้จัก เชย และคำประณามอีกมากมายที่ตามมา ส่วนคนที่มีน้ำใจเข้าใจในผู้อื่นมักยอมปรับตัวกลับมาใช้ภาษาปกติ

สำหรับคนที่เป็นห่วงเรื่องการใช้ภาษาวิบัติก็ไม่ต้องกังวลมากเกินไป ภาษาเหล่านี้มักใช้อยู่ไม่นาน เป็นแฟชั่นทางภาษาที่มาแล้วก็จากไปไม่มีคนใช้อีก เว้นแต่ว่าจะเป็นคนที่สามารถแทนความหมายบางอย่าง ที่ไม่มีคำศัพท์เดิมแทนความหมายนี้อยู่แล้ว ซึ่งนานๆ ครั้งจะมีศัพท์ใหม่ๆ เหล่านี้ปรากฏมาให้ใช้ ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดี เพราะภาษาหากไม่มีการพัฒนาก็หมายความว่าภาษานั้นไม่มีคนใช้หรือสูญหายไปจากโลกใบนี้แล้ว

Ask the Expert

Q. อยากเลือกหนังสืออ่านกับลูกควรเลือกอย่างไรดี

A. พญ.เบญจพร ศรีนิธิวัฒน์ จากสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ให้คำแนะนำว่า หนังสือที่อ่านควรเหมาะสมตามวัยสำหรับเด็กเล็กควรเป็นหนังสือที่มีสีสันสดใส ตัวหนังสือไม่มากและตัวโต เวลาอ่านอาจใช้นิ้วลากตาม แต่ไม่ควรบังคับให้เด็กอ่านตาม เมื่อเด็กมีความสนใจและพร้อมที่จะอ่าน เด็กจะหยิบเล่มที่เด็กชอบและคุ้นเคยอ่านซ้ำไปมาเอง เด็กจะสามารถจำคำในหนังสือเล่มโปรดและนำไปใช้อ่านในหนังสือเล่มถัดๆ ไปได้

แม้ว่าลูกจะสามารถอ่านหนังสือได้แล้ว พ่อแม่ก็ควรมีเวลาอ่านหนังสือกับลูก เล่นกับลูกด้วย และไม่ควรเน้นอ่านหนังสือวิชาการมากเกินไป โดยเฉพาะในเด็กวัยอนุบาล ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้เด็กสนุกกับการอ่าน เมื่อต้องไปเรียนในชั้นประถมจริงๆ เด็กจะมีความสนุกในการเรียนและไม่รู้สึกเบื่อ

(ใครมีปัญหาด้านความสัมพันธ์ ส่งอีเมลมาถามได้ที่ [email protected] เราอาสาจะไปหาคำตอบจากผู้เชี่ยวชาญมาให้ค่ะ)

He Said She Said

ซี นักธุรกิจ

“ผมว่าผู้หญิงสมัยนี้น่ารักดีนะครับ แต่งตัวก็เก่ง หน้าตาก็น่ารัก ดูแล้วเพลินตาเพลินใจ แต่ที่ผมกลัวคือส่วนใหญ่เธอจะมีความเป็นตัวของตัวเองสูงเหลือเกินจนไม่กล้าจีบ เวลาผ่านไปพวกเธอรวมทั้งหนุ่มๆ อย่างพวกผมก็เลยเป็นโสดไงครับ อิอิ”

มีน นักกีฬา

“จริงๆ แล้วดิฉันชอบผู้ชายที่ดูเป็นผู้ใหญ่ เป็นผู้นำเราได้ แต่ผู้ชายยุคนี้ดูแบบเด็กๆ ไม่ค่อยจริงจังกับชีวิตเท่าไหร่ อยู่ใกล้แล้วเหมือนเป็นเพื่อนมากกว่าแฟน คือสนุกสนานด้วยได้ แต่ถ้าจะใช้ชีวิตร่วมกันคงลำบาก ดิฉันว่าเป็นโสดดีกว่ามีแฟนเป็นเด็กๆ มันต้องปวดหัวแน่ๆ”

Quote

“วันแดดจ้าดูน่าอร่อย วันฝนปรอยดูแสนสดชื่น สายลมโชยมาเหมือนคอยโอบกอดเราไว้ พายุหิมะไซร้ ช่วยกระตุ้นชีวิตชีวา สรุปว่าโลกนี้ไม่มีเลยสิ่งที่เรียกว่าอากาศเลวร้าย มีก็เพียงแต่อากาศดีๆ ที่แตกต่างกันไปเท่านั้น ทุกอย่างมันอยู่ก็แค่ใจคิด”

จอห์น รัสคิน นักวิจารณ์ศิลปะชาวอังกฤษ

ข่าวล่าสุด

พักเรื่องบินมาฟินเรื่องช็อป! ไอคอนสยาม-ไอซีเอส จัดหนักแคมเปญ “FLY-LESS SHOP-MORE” ขนสิทธิพิเศษสู้สงกรานต์ตลอดเดือนเมษายนนี้