posttoday
คชา แอนด์ เดอะ ลาสต์ เลกเชอร์!

คชา แอนด์ เดอะ ลาสต์ เลกเชอร์!

17 มีนาคม 2556

หากหนังสือเล่มหนึ่งจะสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนอีกหลายล้านคนทั่วโลก แม้ว่าคนต้นเรื่องของหนังสือเล่มนี้จะลาจากโลกใบนี้ไปแล้ว

 หากหนังสือเล่มหนึ่งจะสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนอีกหลายล้านคนทั่วโลก แม้ว่าคนต้นเรื่องของหนังสือเล่มนี้จะลาจากโลกใบนี้ไปแล้ว

โดย...ตุลย์ จตุรภัทร

หากหนังสือเล่มหนึ่งจะสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนอีกหลายล้านคนทั่วโลก แม้ว่าคนต้นเรื่องของหนังสือเล่มนี้จะลาจากโลกใบนี้ไปแล้ว

แต่ก็เป็นการลาจากที่มีคุณค่ามากที่สุด เหมือนการลาจากของ “แรนดี เพาซ์” ศาสตราจารย์ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ ปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับคอมพิวเตอร์และการออกแบบ แห่งมหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน ผู้ซึ่งลาจากโรคใบนี้ไปด้วยโรคมะเร็งตับอ่อน แต่การบรรยายครั้งสุดท้ายของเขายังคงอยู่!

หลังจากที่ แรนดี เพาซ์ รู้ความจริงจากหมอว่าเขาจะมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ได้อีกเพียง 2-3 เดือน ไม่กี่สัปดาห์ต่อมา เขาก็ได้เปิดบรรยายครั้งสุดท้ายในชีวิต ในหัวข้อ “จงทำความฝันสมัยเด็กให้เป็นจริง” (How to Live Your Childhood Dreams) ต่อหน้าผู้ฟังกว่า 400 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัย และลูกศิษย์ลูกหาที่จบการศึกษาไปแล้ว แต่เดินทางมาฟังการบรรยายครั้งสุดท้ายของอาจารย์ที่เขารัก

ในการบรรยายครั้งนี้ ใช้เวลา 76 นาที และได้มีการบันทึกวิดีโอไว้ และก็ได้เรียบเรียงเป็นตัวหนังสือ รวมเล่มเป็นชื่อหนังสือว่า “เดอะ ลาสต์ เลกเชอร์” โดย “เจฟฟรีย์ จาสโลว์” คอลัมน์นิสต์ของ “วอลสตรีต เจอร์นัล” ซึ่งก็ได้เข้าฟังการบรรยายครั้งสุดท้ายของ แรนดี เพาซ์ ด้วย

จากที่เกริ่นไว้แต่ต้น ว่าหนังสือเล่มนี้ได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนมากมายบนโลกใบนี้ รวมทั้ง คชา-นนทนันท์ อัญชุลีประดิษฐ์ หรือ คชา เอเอฟ 8 เจ้าของเพลงที่มีชื่อว่า บ่ายสอง ผู้ซึ่งได้แรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตหนังสือเล่มนี้ ซึ่งแปลเป็นภาษาไทย โดย วนิษา เรซ จัดพิมพ์โดย สำนักพิมพ์อมรินทร์

“เดอะ ลาสต์ เลกเชอร์ เป็นหนังสือเล่มแรกที่ผมอ่านอย่างจริงจังและตั้งใจ เหมือนช่วงชีวิตก่อนที่ผมจะเข้าวงการบันเทิง มันล้มลุกคลุกคลานกับการตามล่าหาฝันมาโดยตลอด แต่พอได้อ่านหนังสือเล่มนี้ ผมก็ได้เรียนรู้ที่จะรู้จักใช้ชีวิตอย่างคนที่เข้าใจชีวิตเจ้าของเรื่องเป็นมะเร็ง แต่ก่อนที่เขาจะเสียชีวิต เขาได้แสดงมุมมองการใช้ชีวิตที่เผชิญโรคร้าย แต่ไม่แสดงตัวว่าเป็นโรคร้ายใกล้ตาย และเขาก็เลือกที่จะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่อย่างคนที่มีความสุข

เมื่ออ่านจบผมได้ข้อคิดว่า ทุกคนต้องเจอเรื่องราวที่เลวร้าย แต่ไม่มีอะไรเลวร้ายที่สุดในชีวิต ทุกคนมีเรื่องร้าย ก็มีเรื่องดีอยู่เสมอ อยู่ที่มุมมองที่เรามองมากกว่า ผมยอมรับเลยว่า หนังสือเล่มนี้เหมือนเปิดโลกทัศน์อันคับแคบของผมให้ขยายวงกว้างมากขึ้น ทำให้ผมเข้าใจชีวิตได้มากขึ้น ทุกวันนี้ เวลาผมท้อแท้ ผมก็จะหยิบหนังสือเล่มนี้มาอ่านเสมอๆ ครับ”

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน