สุทธิพงษ์ วัฒนจัง นักแต่งเพลงฝีมือฉกาจ
“เพราะเธอกับฉัน ก่อบุญสร้างกรรมกันไว้ แต่ชาติปางไหน หรือไรจึงเป็นเช่นนี้” เพลงประกอบละครคู่กรรมเวอร์ชันล่าสุดของค่ายเอ็กซ์แซ็กท์ที่ได้
“เพราะเธอกับฉัน ก่อบุญสร้างกรรมกันไว้ แต่ชาติปางไหน หรือไรจึงเป็นเช่นนี้” เพลงประกอบละครคู่กรรมเวอร์ชันล่าสุดของค่ายเอ็กซ์แซ็กท์ที่ได้
โดย...วราภรณ์
“เพราะเธอกับฉัน ก่อบุญสร้างกรรมกันไว้ แต่ชาติปางไหน หรือไรจึงเป็นเช่นนี้” เพลงประกอบละครคู่กรรมเวอร์ชันล่าสุดของค่ายเอ็กซ์แซ็กท์ที่ได้ สุทธิพงษ์ วัฒนจัง มาแต่งเนื้อร้องและทำนองมีเนื้อหาที่ลึกซึ้งกินใจ ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 2 แล้ว ที่สุทธิพงษ์ได้แต่งเนื้อร้องให้กับ “คู่กรรม” บทประพันธ์อมตะเรื่องเยี่ยม
ไม่เพียงผลงานการแต่งเพลงละครของเขาเท่านั้นที่โดดเด่น อดีตนักรัองดังในยุค 80 ชมพู ฟรุตตี้ ยังสวมอีกหลายบทบาท ทั้งนักร้อง นักแต่งเพลง ที่ผันตัวเองมาสู่อดีตนักบริหารค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ โปรดิวเซอร์ ปั้นศิลปินให้โด่งดังมาแล้วหลายคน อาทิ เมื่อครั้งนั่งบริหารที่อาร์เอส มีผลงานควบคุมการผลิตและแต่งเพลงให้กับศิลปินในสังกัดอาร์เอสมากมาย อาทิ ดังพันกร บุณยจินดา ฟิล์มรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ เกิร์ลลี่ เบอร์รี ทู เดอะ เน็กซ์ เรนโบว์ ไอน้ำ โดมปกรณ์ ลัม แร็พเตอร์ เจมส์เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์ และเป็นผู้ปั้นวงซิงกูล่าร์ แห่งค่ายโซนี่ มิวสิค จนโด่งดัง ไม่นับรวมงานแต่งเพลงละครโทรทัศน์หลายเรื่อง
ปัจจุบันสุทธิพงษ์มีความสุขกับการทำค่ายเพลงอินดี้เล็กๆ “มิวสิค ฮับ” ของตัวเอง เพื่อปั้นศิลปินรุ่นใหม่ๆ ให้มีชื่อเสียงด้วยความสามารถที่ครบรอบด้านทั้งบุคลิกภาพ น้ำเสียง และมีเอกลักษณ์ของตัวเอง นอกจากนี้เขายังเป็นคณะกรรมการประกวดร้องเพลง “สงครามเพลง” ทางช่อง 7 ของค่ายเจเอสแอล และแสดงในละครซิตคอมของค่ายบรอดคาสซ์ “ครัวซองทำนองรัก”
ตลอดการทำงาน 30 ปีที่เขาคร่ำหวอดอยู่ในวงการเพลง ในแต่ละช่วงของชีวิตล้วนประสบความสำเร็จในทุกๆ งานที่เขาทำ
“ชีวิตในวงการบันเทิงของผมขึ้นลงตามจังหวะ แต่งเพลงช่วงแรกๆ ไม่ประสบความสำเร็จเท่าเป็นนักร้อง แต่หลังจากถอยจากการร้องออกมา การแต่งเพลงจึงโดดเด่น อาจเป็นเพราะเราโฟกัสที่แต่งเพลงอย่างเดียว เช่น แต่งเพลงละครสายโลหิตทั้งเนื้อร้อง และร้องเองด้วย โดยมี ธนิต เชิญพิพัฒน์ธนสกุล ช่วยแต่งทำนองออกมาได้ไพเราะมากๆ สายโลหิตทำให้เราได้รางวัลเมขลากับโทรทัศน์ทองคำ รางวัลเพลงประกอบละครยอดเยี่ยม พอมาเป็นผู้บริหารก็ทำได้ ใช้ได้ ในช่วงบริหารงานสร้างศิลปินก็สร้างเขาให้มีคาแรกเตอร์ที่ชัดเจน ทำให้นักร้องแจ้งเกิด เช่น ดัง พันกร ดูแลแต่งเพลงให้ด้วยโดยทำงานร่วมกับทีมงานที่เก่ง ผมจะดูภาพรวมของอัลบั้มทั้งหมด เพราะผมเป็นเอกเซ็กคิวทีฟ โปรดิวเซอร์ ช่วยทำให้คาแรกเตอร์ของดังชัดเจนขึ้น ผลงานปั้นศิลปินต่อๆ มา แต่งเพลงให้แร็พเตอร์ ชื่อเพลง เกรงใจ เวลาทำหน้าที่เราทำหลายหมวก แต่งเพลงด้วย ดูภาพรวม หากเห็นจุดบกพร่องเราแก้ไข ร้องไกด์เอง โดยงานทุกชิ้นประสบความสำเร็จได้ต้องยอมรับว่าเรามีทีมงานที่เก่งด้วย”
ในแง่ของการแต่งเพลงละคร เพลงละครเพลงแรกที่ชมพูจรดปลายปากกาแต่งขึ้นก็ประสบความสำเร็จในแง่ความไพเราะลึกซึ้ง โดยเขาได้ครูสอนแต่งเพลงคนแรกคือ ไพรัช สังวริบุตร ช่วยสอนสั่ง
“อาหรั่งสอนผมว่า เพลงละครมีเอกลักษณ์ตรงเนื้อร้องจะเล่าเรื่องราวทั้งหมดของบทประพันธ์ เป็นการหยิบเรื่องราวมาเล่า ว่าในเรื่องเกิดเหตุการณ์อะไร แต่งเพลงคู่กรรมเวอร์ชันพี่เบิร์ดเร่งให้เสร็จภายใน 8 วัน ผมเอาเรื่องย่อไปอ่าน และนำความทรงจำเมื่อครั้งดูคู่กรรมเวอร์ชันคุณวรุฒกับน้องแหม่มมาประกอบ แต่งครั้งแรกเมโลดีโอเคแต่เนื้อร้องยังไม่โดนใจอาหรั่ง ผมจึงนำไปแก้เป็นครั้งที่ 2 ก็ยังไม่ถูกใจ อาให้เหตุผลว่าผมยังตีโจทย์คู่กรรมไม่แตก เมื่อนำแก่นของเรื่องมารวมกัน พอครั้งที่ 3 ก็ผ่าน” แม้เพลงคู่กรรมเวอร์ชันของเขาไม่ได้รับกล่อง แต่สุทธิพงษ์ก็รู้สึกภาคภูมิใจเพราะสร้างสรรค์ได้ในเวลาที่จำกัด ส่งผลสู่การแต่งเพลงคู่กรรมเวอร์ชันล่าสุดของค่ายเอ็กซ์แซ็กท์ ซึ่งช่วงระยะเวลาแต่งเพลงเวอร์ชันนี้ก็จำกัดอีกเช่นกัน แต่ก็มีความไพเราะ
“คุณบอย (ถกลเกียรติ วีรวรรณ) มาถามว่า เพลงคู่กรรมเวอร์ชันพี่เบิร์ดเป็นลิขสิทธิ์ของใคร เราบอกว่าเราให้ดาราวิดีโอไป พี่บอยก็บ่นเสียดาย เราก็บอกว่าไม่เป็นไรแต่งใหม่ได้ คุณบอยก็ดีใจ แต่คุณบอยก็เป็นกังวลว่าอันเก่าดีมาก แต่งใหม่จะได้เหรอ ซึ่งผมไม่กลัว ผมก็นั่งคิดรวบรวมความคิดอยู่ประมาณ 1 อาทิตย์ เมื่อความคิดได้เป็นรูปเป็นร่างผมก็ลงมือแต่ง เกากีตาร์ 2 ชั่วโมงก็เสร็จ โดยคุณบอยอยากให้เพลงเล่าเรื่อง ชาติภพ นรกสวรรค์ แต่งเสร็จส่งไปให้คุณบอย คุณบอยฟังแล้วบอกเอาเลยและบอกว่าชอบมาก เพราะเห็นภาพของคู่กรรมจริงๆ”
สำหรับน้องๆ หากอยากแต่งเพลงได้เหมือนนักแต่งเพลงรุ่นพี่ ต้องเป็นคนที่เล่าเรื่องเป็น รู้จักการขมวดปม เก็บสิ่งสำคัญของเรื่องราวไม่ว่าจะเป็นการแต่งเพลงในอัลบั้มหรือเพลงละครก็ตาม
“เพลงละครมาจากบทประพันธ์ซึ่งมีเรื่องราวอยู่แล้ว เราต้องจับอารมณ์ของเรื่องให้ได้ว่าเรื่องราวเกิดขึ้นจากอะไร ดำเนินไปและเกิดผลอย่างไร ต้องมีการขมวดปมเรื่องและเล่าเรื่องให้ได้ ส่วนการเขียนเพลงคือการเล่าเรื่อง แต่สิ่งที่ยาก กระบวนการเล่า ความซับซ้อน จะเรียงอะไรตรงไหน ต้องค่อยๆ ฝึก ค่อยๆ เรียนรู้อย่าใจร้อน”
การเป็นนักแต่งเพลงที่ดีและเก่ง สุทธิพงษ์บอกว่า ควรเป็นคนที่เก็บข้อมูลได้ดี ช่างสะสมอ่านฟังดูผลงานดีๆ เช่น บทกวี นวนิยาย และภาพยนตร์ เพื่อคุ้นชินกับภาษาสวยๆ สัมผัสดีๆ
“การอ่านนวนิยายเราได้อารมณ์ของเหตุการณ์นำมาเป็นแรงบันดาลใจแต่งเพลงได้ และเกิดจินตนาการ ซึ่งสิ่งเหล่านี้สำคัญ อีกทั้งต้องเป็นคนละเอียดลึกซึ้ง คิดได้ซับซ้อนเพื่อให้เกิดความหลากหลายในการนำเสนอ และมีความคิดที่สร้างสรรค์ทำสิ่งใหม่ๆ ไม่จำเจ ขาดไม่ได้คือมีกระบวนการถ่ายทอดสื่อสารที่ดี ต้องสม่ำเสมอในการฝึกปรือ เพราะไม่มีใครเก่งมาตั้งแต่เกิด ฝึกคิดฝึกเขียนบ่อยๆ จะเกิดความชำนาญ อย่างผมเริ่มแต่งเพลงตั้งแต่อายุ 12 จนอายุ 49 ก็ยังแต่งเพลงอยู่ เพราะทำแล้วมีความสุขเป็นสิ่งที่รัก เมื่อรักสิ่งใดก็จะทำได้ดี อย่าท้อกับอะไรง่ายๆ คนที่พยายามก็จะประสบความสำเร็จได้”
&<2288;
&<2288;


