posttoday
ของสะสมของวัชรพงษ์ วลาพล เก็บเพราะรักล้วนๆ

ของสะสมของวัชรพงษ์ วลาพล เก็บเพราะรักล้วนๆ

10 มีนาคม 2556

พอผมบอกอยากจะเห็นของสะสมของหนุ่มอารมณ์ดี “วัชรพงษ์ วลาพล” ผู้จัดการแผนกส่งเสริมการขาย บริษัท คิงเพาเวอร์

พอผมบอกอยากจะเห็นของสะสมของหนุ่มอารมณ์ดี “วัชรพงษ์ วลาพล” ผู้จัดการแผนกส่งเสริมการขาย บริษัท คิงเพาเวอร์

โดย...วรธาร

พอผมบอกอยากจะเห็นของสะสมของหนุ่มอารมณ์ดี “วัชรพงษ์ วลาพล” ผู้จัดการแผนกส่งเสริมการขาย บริษัท คิงเพาเวอร์ และเป็นลูกคนรองของ “วิชัย วลาพล” นายกสมาคมช่างภาพสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย ก็ทำให้เจ้าตัวต้องออกแรงเหนื่อย เข้าไปในห้องเก็บของที่บ้านของคุณพ่อแล้วขนมาเตรียมไว้ที่บ้านของตน ซึ่งอยู่คนละที่เพื่อการถ่ายภาพประกอบคอลัมน์คนเล่นของ

ของสะสมของวัชร์ มี 2 ประเภท อย่างแรก คือ หนังสือพิมพ์เก่าๆ และนิตยสารเก่าๆ ที่หาดูยาก ซึ่งมีเก็บตั้งแต่พุทธศักราชสองพันสี่จนมาถึงสองพันห้าในปัจจุบัน ราคามีตั้งแต่ 50 สตางค์ 1 บาท 2 บาท เรื่อยๆ มาตามสมัย สอง คือ กล้องถ่ายรูป จำนวนสิบกว่าตัว (แต่ขนออกมาโชว์นิดหน่อย) ทั้งหมดเก็บไว้เพราะใจรักล้วนๆ โดยได้แรงจูงใจมาจากการเห็นพ่อชอบสะสมนั่นเอง

“เดิมทีหนังสือพิมพ์และนิตยสารเก่าเหล่านี้ผมไม่ได้เก็บแต่แรก เป็นคุณพ่อที่เก็บมานานแล้ว และการเก็บท่านก็เก็บเป็นแฟ้มใหญ่ๆ ตาม พ.ศ. ช่วยรักษาสภาพหนังสือระดับหนึ่ง แต่ยังเห็นการผุพังโดยเฉพาะหนังสือพิมพ์เก่าๆ ค่อนข้างเสียหายเยอะ ผมก็มารับช่วงดูแลต่อเพราะพ่อไม่มีเวลา เวลาว่างที่ผมไปบ้านคุณพ่อก็จะเข้าไปค้นหนังสือพิมพ์ ดูข่าว ภาพที่โดนใจแล้วเอามาเข้ากรอบไว้” วัชรพงษ์ กล่าว

การเข้ารับช่วงมาดูแลมิเพียงเกิดขึ้น เพราะการเห็นความผุพังของสิ่งที่มีคุณค่าที่พ่อของเขาเก็บสะสมมาตลอดการทำงานสื่อมวลชนเท่านั้น แต่แท้จริงแล้วในใจของเขาก็หลงรักหนังสือพิมพ์และนิตยสารเก่าๆ มานาน เพราะเป็นสิ่งที่เขาคุ้นเคยมาตั้งแต่เด็กๆ และพอเห็นพ่อเก็บก็เกิดหลงรักด้วย

“หนังสือพิมพ์เนี่ย ผมคุ้นเคยมาตั้งแต่เด็กแล้ว ผมว่ามันสร้างผมเลยนะ ตอนเด็กๆ ผมจะติดตามคุณพ่อไปที่โรงพิมพ์ตลอด ตอนนั้นเป็นโรงพิมพ์ดาวสยามอยู่ถนนราชดำเนิน ได้เห็นกระบวนการต่างๆ ในการทำหนังสือพิมพ์ บ่อยๆ ก็ซึมซับ รู้สึกชอบ พอโตขึ้นคุณพ่อส่งไปเรียนถ่ายรูปที่ออสเตรเลียจบมาก็ทำงานเป็นช่างภาพในบริษัทที่ทำเกี่ยวกับสื่อหลายที่ก็จะคลุกคลีตลอด” เขาเล่าอย่างอารมณ์ดี

จะมีสักกี่คนที่สะสมหนังสือพิมพ์เก่า เพราะอาจมองว่าเป็นการรกบ้าน ดีไม่ดีบ้านอาจกลายเป็นรังหนู แต่สำหรับหนุ่มคนนี้เขาเก็บเพราะชอบและมองเห็นคุณค่าที่มีอยู่ในหนังสือพิมพ์ ขณะเดียวกันก็อยากรักษาสิ่งที่พ่อสะสมมาให้อยู่ในสภาพที่ดีและวันหนึ่งเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับคนในชาติในเรื่องการศึกษา

“ในหนังสือพิมพ์มีอะไรน่าศึกษาเยอะครับ ข่าวบางข่าวก็เป็นประวัติศาสตร์นะ เช่น ข่าวพฤษภาทมิฬ ปี 2535 เป็นภาพข่าวหน้า 1 ที่ พล.อ.สุจินดา คราประยูร และ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง เข้าเฝ้าฯ ในหลวง และถ้าดูแต่ละหน้าเราก็จะได้เห็นวิวัฒนาการของหนังสือพิมพ์ ไม่ว่าจะเป็นการจัดหน้า ภาพข่าว การนำเสนอข่าว เนื้อหาจะค่อยๆ อะแดปขึ้นมาเรื่อยๆ ถ้าดูแต่ละ พ.ศ.ก็จะเห็นว่ามันพัฒนาขึ้นมาตามลำดับ คำพูดบางคำ เมื่อก่อนใช้ได้ ตอนนี้ใช้ไม่ได้ก็มี” วัชรพงษ์ เล่าถึงคุณค่าในหนังสือพิมพ์

ว่าแล้วก็ยกหนังสือพิมพ์เก่าๆ มาให้ชม เช่น “พิมพ์เช้า” (หนังสือพิมพ์วางตลาดเวลาเช้า) พ.ศ. 2498 ราคา 75 สตางค์ หนังสือพิมพ์ “ข่าวภาพไทย” พ.ศ. 2484 ราคา 50 สตางค์ หนังสือพิมพ์พิมพ์ไทย พ.ศ. 2512 หนังสือพิมพ์อรุโณทัย (หนังสือพิมพ์เพื่อความสดใสอำไพแห่งชีวิต) พ.ศ. 2519 หนังสือพิมพ์เกียรติศักดิ์ พ.ศ. 2511 หนังสือพิมพ์เสียงอ่างทอง หนังสือพิมพ์ประโคนชัย ฯลฯ แต่ละฉบับก็จะมีความแตกต่างกัน

“อย่างหนังสือพิมพ์ประโคนชัย พ.ศ. 2520 ราคาเล่มละ 2 บาท หน้าปกจะเป็นภาพวาด ไม่มีแบ่งข่าวย่อยเหมือนทุกวันนี้ พาดหัวด้วยตัวหนังสือเขียนว่า ‘สหรัฐขวางทุกประเทศที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน โซเวียตโกรธสั่งไล่ผู้สื่อข่าวอเมริกัน สถานการณ์ตึงเครียด’ แล้วมีล้อมกรอบ อ่านในเล่ม”

จากจำนวนหนังสือพิมพ์ที่เก็บไว้ค่อนข้างเยอะ ถ้าใส่กรอบทั้งหมดก็เชื่อว่าจะไม่มีที่เก็บ วัชร์ เล่าว่า เรื่องนี้ใช่เลยเพราะที่บ้านของตนไม่มีที่เก็บที่แขวน แต่ก็ได้ยินจากปากของพ่อที่อยากนำไปเก็บไว้ที่สมาคมช่างภาพฯ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ของอนุชน แต่ยังไม่มีกำหนดแน่นอนเมื่อไหร่เพียงแต่เป็นความคิดเห็นของพ่อที่อยากทำ

“400 กรอบที่ผมไปทำมาด้วยเงินราว 5 แสนบาท ตอนนี้ยังไม่มีที่เก็บเลย ที่บ้านผมก็ไม่มีที่จะแขวนก็เก็บไว้ในห้องเท่านั้น และถ้าใส่กรอบทั้งหมดไม่ต้องพูดถึงเลย ผมเห็นด้วยกับแนวคิดของคุณพ่อนะ แต่ถ้าทำจริงผมก็คงต้องเลือกเก็บไว้บ้าง เพราะเราชอบของเราอยู่”

ขณะที่กล้องถ่ายรูปนั้น วัชร์ บอกว่า ส่วนหนึ่งเก็บตามคุณพ่อ แต่ที่สำคัญคือเก็บเพราะความชอบส่วนตัวตั้งแต่สมัยเรียนถ่ายรูปมาจนถึงปัจจุบัน แต่น่าเสียดายกล้องที่ใช้สมัยเรียนถูกขโมยไป

“ผมมี 10 กว่าตัว เห็นอันไหนถูกใจก็จะซื้อมา อย่างกล้องดิจิตอลเล็กๆ สีแดงนี้น่ารักดี ใส่ถ่านเล็กก็ถ่ายได้แล้ว บางตัวก็เอามาจากคุณพ่อ มีตัวหนึ่งที่คุณพ่อใช้ทำข่าวในการตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งเสด็จฯ ไปช่วยเหลือราษฎรตามจังหวัดต่างๆ สภาพยังดีและใช้งานได้อยู่ผมก็เอามาเก็บไว้ การเก็บก็ง่ายๆ ก็เอาใส่กล่องอย่างดีไว้ แล้วหมั่นเอาออกมาทำความสะอาด”

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน