posttoday
หญิงสาวผู้จุดไฟเผาใจ

หญิงสาวผู้จุดไฟเผาใจ

04 มีนาคม 2556

โดย...โจ เกียรติอาจิณ / ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน

โดย...โจ เกียรติอาจิณ / ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน

แวบแรกที่เห็นปกสุดวาบหวาม ความคิดเราก็พุ่งเป้าและเหมารวมว่า มันคือนวนิยายอีโรติก

แต่เมื่อเราค่อยๆ คลี่หนังสือหนา 338 หน้าออกอ่าน กลับพบว่ามันเป็นนวนิยายหนึ่งเรื่อง ที่รวมเอาความสุข ความทุกข์ ความปลื้มปริ่ม ความขัดแย้ง ความสับสน เสียงหัวเราะ คราบน้ำตา ระคนปนเปกันภายใต้บรรยากาศชวนค้นหาน่าติดตาม

“จะจุดไฟเผาใจดวงนี้” อาจไม่ได้ถูกตีตราด้วยชื่อชั้นของผู้เขียน ทว่านั่นก็ไม่หมายถึงลีลาภาษาและการนำเสนอ ตลอดจนพล็อตเรื่อง ที่ปลุกปั้นรังสรรค์โดย “ปริญดา” หรือ “ปริญดา วิรานุวัตร” จะขาดหายไปอย่างไร้สีสัน

ตรงกันข้าม ก็เพราะความเป็นมือใหม่หัดเขียนของเธอนี่เอง กลับนำพาผู้อ่านได้สนุกไปกับชีวิต เรื่องราว และตัวละครในโลกวรรณกรรมแบบไม่มีข้อยกเว้น

หญิงสาวผู้จุดไฟเผาใจ

 

กว่าที่นวนิยายเรื่องนี้จะเสร็จสมบูรณ์และได้รับการตีพิมพ์ ก็กินเวลานานเกือบ 5 ปี ปริญดาบอกเช่นนั้น ทำไมถึงนาน ติดขัดตรงไหนและยังไง ปริญดาเล่าด้วยทีท่าถ่อมตัวว่าเพราะความไม่พร้อมอย่างเดียวที่ทำให้งานเขียนล่าช้า

“เรื่องมันมาจากเรื่องของตัวเอง จากประสบการณ์พูดคุยกับเพื่อน ที่เขาชอบมาปรึกษา ก็เป็นเรื่องใกล้ตัวนี่แหละค่ะ เขียนไว้ บันทึกไว้ เป็นกลอนก็มี วันหนึ่งเพื่อนๆ ก็ยุว่าทำไมไม่เอามาเขียนเป็นเรื่องยาวๆ ละ ดิฉันก็ไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่ เพราะส่วนตัวคิดว่ายังไม่พร้อมที่จะเป็นนักเขียน เรื่องนี้ดิฉันเขียนไว้ แล้วไปต่างประเทศ ก็ทิ้งไปเลย ไม่ได้แตะต้องมันอีก พอกลับมาเมืองไทยก็มาเพิ่มเติมสิ่งที่อยากเล่า จนสุดท้ายก็ได้พิมพ์”

แม้จะเป็นมือใหม่ แต่ปริญดาก็มีความเก๋าพอสมควร ยิ่งเฉพาะประเด็นที่จะให้ผู้อ่านได้สัมผัสรสชาติชีวิตของตัวละคร เรียกว่าไม่ธรรมดาสำหรับงานเขียนเล่มแรก

“เรื่องจะว่าถึงความรักค่ะ เป็นนิยายรักจริงๆ ไม่ใช่นิยายอีโรติกนะคะ (หัวเราะ) เป็นการค้นหาของตัวละครที่มีต่อมุมมองความรักในรูปแบบต่างๆ ตัวละครเป็นผู้หญิง แต่ไม่ใช่ออกแนวเฟมินิสต์ ก็เป็นเรื่องผู้หญิงที่มีทัศนคติต่อครอบครัวและความรักที่มีความขัดแย้งกัน รวมไปถึงการค้นหาตัวเอง ค้นหาความหมายที่แท้จริงของความรักด้วย”

ขึ้นชื่อว่ามือใหม่ย่อมไม่มีอะไรมาง่ายๆ เช่นกันกับการเขียนหนังสือเป็นเรื่องเป็นราว แถมยังยาวหลายร้อยหน้า ปริญดาก็เจออุปสรรคกับตัวเอง เพียงแต่อุปสรรคของเธอดูจะแหวกกว่าคนอื่นๆ อยู่ไม่น้อย

“ดิฉันเริ่มต้นจากเขียนเป็นภาษาอังกฤษก่อน เพราะคิดว่าจะเขียนเป็นภาษาอังกฤษอยู่แล้ว แต่พอได้รับการยืนยันจากบรรณาธิการว่าต้นฉบับจะต้องเป็นภาษไทย ดิฉันก็เลยต้องมาแปลเป็นภาษาไทยอีกรอบ ซึ่งดิฉันรู้เลยว่ามันเป็นข้อจำกัดที่ตัวเองเจอมา ถามว่าพอใจมั้ย ก็ยังไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ในเรื่องความสวยงามของภาษา”

ถือเป็นนวนิยายน่าสนใจเรื่องหนึ่ง มากกว่าปกอันวาบหวาม เนื้อหาที่หลบซ่อนอยู่ข้างใน ยังมีบางสิ่งบางอย่างกระทบความรู้สึกผู้อ่านได้ไม่ยาก บางประเด็นอาจดูค่อนข้างล่อแหลมและหมิ่นเหม่ ปริญดาบอกติดตลกว่า เด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ควรมีผู้ปกครองแนะนำ เพราะพฤติกรรมและคำพูดของตัวละคร พร้อมจะนำไปสู่การลอกเลียนแบบ

“มนุษย์มีเบื้องลึกจิตใจที่พยายามจะปกปิดไว้ ความร้ายกาจถูกเก็บงำไว้และพร้อมจะแสดงออกได้ทุกเวลา ในภาพลักษณ์ที่แทบไม่ต้องใช้กำลัง แต่เป็นการทำร้ายกันด้วยวาจาและคำพูด ให้อีกฝ่ายเจ็บช้ำปางตาย นี่ละค่ะมนุษย์”

ปริญดา หรือ อิ๋ว เป็นคนชอบอ่านและชอบเรียนมากๆ จบปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ จากนั้นก็ไปคว้าปริญญาโท 2 ใบมานอนกอด ใบแรกที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย สาขา Social Organisational Psychology อีกใบสาขาจิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

หนังสือเล่มโปรดที่สามารถหยิบมาอ่านได้บ่อยๆ คือ Memoirs of a Dutiful Daughter ของนักเขียนหญิงชาวฝรั่งเศส Simone de Beauvoir (เกิด 9 ม.ค. 1908 เสียชีวิต 14 เม.ย. 1986) เธอชอบทั้งเนื้อหาและภาษา ขณะเดียวกันเธอยังรู้สึกว่าราวกับชีวิตบางเสี้ยวของเธอเอง

นอกจากจะเขียนหนังสือ ปริญดายังดูแลธุรกิจครอบครัว ด้านอสังหาริมทรัพย์และท่าเรือให้เช่า แต่ยามว่างจากงานประจำ เธอก็มักมาเป็นอาสาสมัครที่ Poteri Clay Workshop สุขุมวิท 49 ทำหน้าที่ปั้นดินไปพร้อมๆ กับใช้วิชาจิตวิทยาดูแลเด็กๆ

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI