
8 ข้อต้องทำ ความจำดี อายุยืน
คนเรา จะยิ่งแก่ยิ่งสมองดีได้ไหม ในปัจจุบันเรารู้อยู่แล้วว่า เป็นไปได้แน่นอน
โดย...หนูดีวนิษา เรซ
คนเรา จะยิ่งแก่ยิ่งสมองดีได้ไหม ในปัจจุบันเรารู้อยู่แล้วว่า เป็นไปได้แน่นอน งานวิจัยทางการแพทย์ได้ออกมายืนยันซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ทำอย่างไรดีละคะ ถึงจะแก่อย่างสง่า และมีสมองดีไปตลอดอายุขัยของเรา
วันนี้ หนูดีขอนำเอา 8 ข้อ ที่หนูดีทำตามคำแนะนำของ ดร.แกรี สมอล แพทย์ผู้เป็นผู้อำนวยการศูนย์ UCLA Center on Aging มาเล่าสู่กันฟังนะคะ
หนูดีได้บินไปฟังการบรรยายของ ดร.สมอล ที่มหาวิทยาลัย MIT เมื่อสองสามปีก่อน และเริ่มติดตามผลงานการวิจัยของท่านที่มีมากมาย โดยเฉพาะเรื่องการฟื้นฟูความจำของคนวัยหนูดี หรือวัยชรา
ดร.สมอล คนนี้ละค่ะที่มีงานวิจัยที่สุดจะประทับใจหนูดี ในการเอาผู้หญิงวัย 40 ปีมา และให้เธอทำแบบฝึกสมอง จนลดอายุสมองของเธอเหลือประมาณ 20 ปีได้ ภายใน 2 สัปดาห์ ...เอากับเขาสิคะ เรื่องแบบนี้มีจริงในวงการสมอง ดังนั้นเราอย่ารอช้า เขาใช้เวลา 2 สัปดาห์ เราอาจใช้ 1 เดือน แต่ไม่เป็นไร ทำไปเรื่อยๆ เหนื่อยก็หยุด หายเหนื่อยก็ทำต่อ เพราะของแบบนี้ ใครทำ ใครได้ค่ะ หนูดีเองทำครบ 8 ข้อ ใครที่เพิ่งเริ่ม หรือไม่มีเวลา ลองทีละ 2-3 ข้อ ก็ไม่ผิดกติกาค่ะ
สิ่งสำคัญที่ควรต้องเกิดสิ่งที่ต้องทำในระยะสั้นผลในระยะยาว สมองสดใส สมองคมเล่นครอสเวิร์ด พัซเซิล
เริ่มเรียนกีตาร์? (แม้ในวัยผู้ใหญ่) ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคอัลไซเมอร์ส ทัศนคติที่สดใสตลอดกาล ลดการตำหนิตัวเองในใจลง
ฝึกให้อภัยตัวเองเวลาพลาดไป
ไปโบสถ์หรือเข้าวัดทุกสัปดาห์เพิ่มความมั่นใจในตนเอง
ทำให้มีความมั่นใจ เข้มแข็ง ความสัมพันธ์เชิงบวกกับคนรอบข้าง ฟังคนอื่นอย่างตั้งใจ
อย่าแค่ได้ยิน แกล้งทำเป็นฟัง
ใช้เวลากับเพื่อนสนิทบ้าง ไปเที่ยวต่างจังหวัดกันบ้างกับเพื่อนสมัยเด็ก ในกรณีนี้ ดร.สมอล แนะนำว่า การแต่งงานก็มีผลดีกับสมอง และการใกล้ชิดกับลูกและเพื่อนสนิทยิ่งช่วยให้สมองดี กำจัดความเครียดเริ่มต้นการเรียนโยคะ และเข้าใจวิถีแห่งโยคี ไม่เพียงเพื่อความสวยงามเท่านั้น
เริ่มต้นการแบ่งงานอย่างชัดเจน อย่ารวบงานมาที่ตนเองเสียหมด
หัดไว้ใจคนทำงานคนอื่นๆ เพื่อให้เราไม่ต้องทำทุกอย่างคนเดียว ทำให้ความเครียดลดลง
ทำให้สมองโล่ง ไม่กดดันอยู่ตลอดเวลา สภาพแวดล้อมเชิงบวกทาครีมกันแดดทุกวัน เพื่อป้องกันภัยจากสภาพแวดล้อมแม้วันที่อยู่ในบ้านก็ตาม
เช็กบ้านว่ามีเชื้อราไหม ฆ่าเชื้อราที่อับอยู่ตามตู้และซอกมุม
ลดความเสี่ยงการเป็นโรคมะเร็งและโรคอื่นๆ อันเนื่องมาจากสภาพแวดล้อมร่างกายที่สดใส กระชับเริ่มต้นการเดินเร็วหลังอาหารเย็นเป็นเวลาสิบนาทีทุกวัน
เริ่มต้นรูทีนการออกกำลังเพื่อสมองดี (จะมาเล่าให้ฟังสัปดาห์หน้าค่ะ) ทำให้ร่างกายมีความอึด อดทนมากขึ้น ร่างกายยืดหยุ่นและอ่อนเยาว์ อาหารอุดมด้วยสารอาหารดีๆ ตัดเนื้อแดงและเกลือออกจากมื้ออาหารให้มากที่สุด
พยายามรับประทานธัญพืชหลากหลายประเภท ไม่รับประทานข้าวและแป้งขัดขาวหากไม่จำเป็น วิธีนี้หากทำต่อเนื่องจะทำให้น้ำหนักลดได้อย่างน้อย 5 กิโลกรัม และทำให้ความดันเลือดดีขึ้นด้วยยาและการแพทย์ หากคุณมีโรคความดันเลือดต้องรับประทานยาสม่ำเสมอ ห้ามหยุดยาเองก่อนแพทย์สั่ง
ตรวจการทำงานของลำไส้ใหญ่ภายในเดือนนี้ ทำให้ความดันเลือดเป็นปกติ
และรีบรักษาโรคร้ายใดๆ ให้ทันท่วงทีก่อนโรคนั้นลามไป
เป็นอย่างไรบ้างคะ 8 ข้อ ซึ่งจะว่าไปแล้ว ไม่ยากอย่างที่คิดเลย หากค่อยๆ ฝึกทำไปทีละข้อ เราจะพบว่า มันได้กลายเป็นธรรมชาติของชีวิตเราไปแล้ว อายุสมอง เป็นผลมาจากวิถีชีวิตที่เราเลือกใช้ค่ะ ไม่ใช่จากอายุที่เพิ่มขึ้นตามบัตรประชาชน ดังนั้นต่อให้เราอายุมากขึ้นเท่าไร แต่หากเราใช้ชีวิตอย่างถูกต้อง ใช้ชีวิตในแบบที่ดีสำหรับสมอง เราก็สามารถคงอายุสมองให้สดใสไว้ได้ หรือย้อนอายุของสมองยังได้เลยค่ะ
สำหรับตัวหนูดีเอง พบว่าการเรียนรู้อะไรใหม่ๆ ทุกๆ ปีนั้น ช่วยให้สมองของหนูดีสดใส และชีวิตไม่น่าเบื่อจริงๆ ตามที่ ดร.สมอล บอกไว้เลยค่ะ
อย่างในปีนี้ หนูดีเองได้ไปเริ่มต้นเรียนเป็น “เชฟอาหารไทย” ในหลักสูตรของโรงเรียนการอาหารนานาชาติสวนดุสิต เพราะเป็นหลักสูตรเชฟมืออาชีพที่เปิดสอนสุดสัปดาห์ละ 1 วัน จึงทำให้เหมาะกับชีวิตคนทำงานเต็มเวลาแบบหนูดีมากๆ แถมอาจารย์ที่สอนก็เก่งทั้งนั้น ส่วนใหญ่จบปริญญาเอกด้านอาหารเลยทีเดียวค่ะ หนูดีประทับใจมาก แค่อาทิตย์ละวัน ถือว่าไปพักสมอง ไม่ใช่การเรียนด้วยซ้ำ
เมื่อไปเรียน ก็พบว่าหนูดีไม่รู้และมองข้ามอะไรไปเยอะ เช่น หนูดีเป็นคนไทยมาตลอดชีวิต แต่เวลารับประทานอาหารไทย ถ้าถามว่าอาหารจานนี้รสไหนนำ บางจานหนูดีก็ตอบไม่ได้นะคะ เช่น วันแรกที่ลงครัวจริง เราต้องทำแกงปราบเซียน คือ แกงส้ม และทำแกงฉู่ฉี่กุ้งแม่น้ำ พอนำแกงฉู่ฉี่ไปส่ง ครูถามว่า ฉู่ฉี่รสนำคืออะไร เชื่อไหมคะ กลุ่มหนูดีไม่มีใครตอบได้สักคน ได้แต่เดาว่า หวานเหรอ?? คำตอบคือ ฉู่ฉี่ รสนำคือ เค็ม รสตามคือ หวาน
จำเป็นไหมที่เราต้องรู้อาหารไทยถึงขั้นว่าทำเป็นระดับเชฟ หรือชิมได้แบบลิ้นเทพมากๆ ว่าไปแล้ว ก็ไม่จำเป็นหรอกค่ะ หนูดีเองก็อยู่มาได้ทั้งชีวิตแบบเป็นนักชิมสมัครเล่น และเป็นนักกินที่ลุยไปทั่วเพื่ออาหารอร่อย แต่เมื่อได้เรียน ก็เหมือนกับสมองส่วนที่หลับอยู่ของเราถูกปลุกขึ้นมา ทำให้เรามองเห็นโลกด้วยสายตาที่ต่างไป ช่างสังเกตขึ้น จนตอนนี้เวลาชิมอาหารหนูดีจะค่อยๆ สังเกตเป็นเลเยอร์ เช่น จานนี้รสไหนนำ รสไหนตาม ปรุงด้วยอะไร ฯลฯ จนคนรอบตัวพากันหมั่นไส้และขำ แต่หนูดีเองชอบทำอาหาร พอได้เรียนก็ทั้งสนุกและรู้สึกสมองสดใสจังค่ะ
หากเราอยากให้สมองดี 8 ข้อ ที่แนะนำไป รับรองว่าได้ผลค่ะ เพราะนอกจากงานวิจัยของ ดร.สมอล แห่ง UCLA จะรับรองแล้ว หนูดีเองยังเอามาลองทำเองทุกข้อ และรู้สึกว่าสมองดี ชีวิตสดใสขึ้นเยอะเลยค่ะ
ป.ล. ประกาศสำหรับท่านที่สนใจการฝึกเผชิญความตาย วันที่ 2 มี.ค.นี้ พบกับกิจกรรม “ความตายออกแบบได้” ณ หอพุทธทาส สวนรถไฟ เวลา 13.0016.00 น. สมัคร www.bia.or.th/regis หนูดีเองก็ไปค่ะ เรื่องแบบนี้ รู้ไว้มีประโยชน์เสมอ







