
อะเซเลียโรโดเดนดรอนแคระ
ตลาดคำเที่ยง จ.เชียงใหม่ เป็นศูนย์กลางการจำหน่ายไม้ดอกไม้ประดับที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ
ตลาดคำเที่ยง จ.เชียงใหม่ เป็นศูนย์กลางการจำหน่ายไม้ดอกไม้ประดับที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ
โดย...ม.ล.จารุพันธื ทองแถม
ตลาดคำเที่ยง จ.เชียงใหม่ เป็นศูนย์กลางการจำหน่ายไม้ดอกไม้ประดับที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ ที่นั่นมีไม้ดอกชนิดพันธุ์ใหม่ๆ ที่ถูกส่งมาจากประเทศจีนสู่ประเทศไทยโดยผ่านมณฑลยูนนาน ผ่านเชียงรายและผ่านเชียงใหม่สู่ปากคลองตลาดและสวนจตุจักรดังที่เราเห็นกันอยู่
อะเซเลีย หรืออาเซเลียค์ คือ โรโดเดนดรอนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งแม้จะมีชื่อสกุล (Genus Name) เหมือนกัน แต่อะเซเลียนั้นถูกแยกออกไปจากโรโดเดนดรอนกลุ่มใหญ่ ซึ่งประกอบด้วยไม้ยืนต้น (Tree) และไม้พุ่ม (Shrubs) ซึ่งมีขนาดใหญ่ อะเซเลียจึงมีความหมายถึงโรโดเดนดรอนซึ่งมีขนาดเล็ก สูง 11/2 ฟุต เป็นส่วนมาก มีใบขนาดเล็ก และมีถิ่นกำเนิดในจีน อินเดีย และญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังมีโรโดเดนดรอนอีกกลุ่ม ซึ่งอยู่ในกลุ่มของวิรียา (Vireya) ซึ่งพบในหลายประเทศของทวีปเอเชีย โรโดเดนดรอนกลุ่มนี้ล้วนมีขนาดเล็ก เช่นเดียวกับอะเซเลีย แต่มักพบในสภาพของไม้อิงอาศัย (Epiphytes) และมีศูนย์กลางการกระจายพันธุ์อยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนภูเขาสูงในบอร์เนียว มาเลเซีย นอกจากนี้หลายชนิดยังพบในฟิลิปปินส์ และพบได้น้อยชนิดในประเทศไทย โรโดเดนดรอนซึ่งเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ซึ่งเราอาจเรียกว่าเป็นกลุ่มหลักของโรโดเดนดรอนนั้น มีการกระจายพันธุ์อยู่ในพม่า อินเดีย เนปาล สิกขิม จีน และภูฏาน ส่วนในประเทศไทยมีพบอยู่บนภูเขาระดับสูง เช่น ที่ภูหลวง ภูกระดึง ดอยอินทนนท์ ดอยเชียงดาว และอีกหลายแห่ง แต่มีจำนวนชนิดไม่มากเท่าถิ่นกำเนิดหลักในพม่า
สรุปได้ว่า โรโดเดนดรอนทั้งกลุ่มวิรียาและกลุ่มอะเซเลียปลูกเลี้ยงกันในเนิร์สเซอรีกันเป็นการค้า และได้รับความนิยมปลูกเป็นไม้กระถางบอนไซ เพราะมีขนาดเล็กไม่เหมือนกับโรโดเดนดรอนที่เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ที่ต้องการอากาศหนาวเย็นมากกว่า
ผู้สันทัดกรณีอะเซเลียยืนยันว่า อะเซเลียสมัยใหม่ซึ่งนิยมปลูกเลี้ยงกันในโรงเรือนทางภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือบนภูเขาสูง ซึ่งมีอากาศหนาวเย็นนั้น เป็นอะเซเลียซึ่งนำเข้ามาจากเมืองคุนหมิง ในยูนนาน (หยุนหนาน) ในจีนเป็นหลัก นอกจากนี้ยังมีการนำเข้าโรโดเดนดรอน (กลุ่มวิรียาลูกผสม) จากออสเตรเลียเป็นหลัก เช่นที่เราพบในการปลูกเลี้ยงที่ดอยตุง ล้วนเป็นโรโดเดนดรอนลูกผสม (วิรียา) จากออสเตรเลียและคุนหมิง (จีน)
อะเซเลียซึ่งมีการปลูกเลี้ยงกันในปัจจุบัน มีทั้งโรโดเดนดรอนขนาดเล็กที่มีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Rhododendron simsii hybrids นับเป็นลูกผสมที่เกิดจาก R.simsii ที่คนไทยเรียกว่ากุหลาบแดง พบในเทือกภูพานตามแนวสันเขาหรือยอดเขาระดับสูงกว่าพันเมตร และชอบขึ้นตามพื้นที่ริมลำห้วยหรือลำธาร พวกนี้เป็นไม้พุ่มขนาดย่อมจึงถูกคัดเลือกผสมพันธุ์จนมีขนาดเล็กกะทัดรัดดังที่เราเห็นเป็นไม้กระถางในปัจจุบัน
อะเซเลียอีกกลุ่มที่พบในการทำบอนไซในญี่ปุ่นและจีน ได้แก่ R.obtusum ซึ่งให้ดอกรูปคนโท แต่ขนาดดอกจะเล็กกว่าอะเซเลียในกลุ่มลูกผสมของ R.simsii ซึ่งบางครั้งเรียกกันว่า อินเดียนอะเซเลีย
อะเซเลียแคระ
หลังจากหลายเนิร์สเซอรีในยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเบลเยียมได้ผลิตอะเซเลียลูกผสมใหม่ออกมาสู่วงการไม้ประดับในอาคารเมื่อปี ค.ศ. 1850 จนทุกวันนี้อะเซเลียยังคงครองใจบรรดาลูกค้าไม้ดอก ไม้ประดับทั่วโลก เพราะเกิดลูกผสมพันธุ์ใหม่ออกมาอย่างต่อเนื่อง
อะเซเลียพันธุ์แคระในปัจจุบันยังถูกเรียกกันกว้างๆ ว่า อะเซเลียลูกผสม ซึ่งมันกลายเป็นไม้ประดับในอาคาร (ห้องปรับอากาศ) ที่มีผู้นิยมใช้กันทั่วโลก ซึ่งอะเซเลียเหล่านี้อาจถูกนำไปปลูกลงแปลงกลางแจ้งได้ ถ้าคุณมีที่ดินอยู่ตามพื้นที่ระดับสูงที่มีอากาศหนาวเย็นสักหน่อย เช่น เชียงใหม่ เชียงราย เลย เพชรบูรณ์ ระดับความสูงของพื้นที่ เช่น แถบดอยสุเทพ ภูเรือ ดอยตุง ทำให้การออกดอกของอะเซเลียดูดกพรูกว่าการปลูกในระดับพื้นราบ นี่เป็นสัจธรรม อะเซเลียที่ถูกนำเข้าจากคุนหมิง จีน จะให้ดอกพรูในช่วงแรก แต่ต่อไปการสร้างตาดอกมักจะเกิดน้อย ทั้งนี้เพราะการเจริญเติบโตทางต้นและใบ (Vegetative Growth) มักไม่สมบูรณ์พอ หากอุณหภูมิโดยเฉลี่ยทั้งปีอยู่ในระดับสูงเกิน 24 องศาเซลเซียส และหากอุณหภูมิกลางคืนลดลงต่ำกว่า 20 องศาเซลเซียส จะช่วยให้ต้นอะเซเลียมีอัตราการหายใจ (Respiration Rate) ไม่สูงจนเผาผลาญอาหาร (คาร์โบไฮเดรต) ที่สร้างขึ้นจากการสังเคราะห์แสงให้หมดไป ดังนั้นหากกลางคืนอากาศหนาวเย็นต่ำกว่ากลางวันประมาณ 4 องศา จะทำให้การสะสมอาหารดี ดอกจะดก และคุณภาพดอก สีดอกจะฉูดฉาดสวยงามอย่างที่อะเซเลียควรจะเป็น
ปัจจุบันเราหาซื้ออะเซเลียได้ทั่วไปแม้ในกรุงเทพฯ อะเซเลียไม่ใช่ไม้กระถางที่ใช้แล้วโยนทิ้ง ดังเช่นไม้กระถางราคาถูกอื่นๆ แต่หลังจากพ้นฤดูดอกแล้ว ควรตัดแต่งกิ่งให้ดอกออกรวมทั้งใบแก่ ย้ายกระถางลงปลูกในภาชนะใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิมเล็กน้อย และย้ายไปพักไว้ในสวนซึ่งมีหลังคาบังร่มให้ได้แสงประมาณ 4 เปอร์เซ็นต์ และดูแลป้องกันศัตรูพืชตามปกติจนกว่าจะเข้าฤดูฝนและฤดูหนาว ซึ่งอะเซเลียจะผลิตาดอกออกมาใหม่
จำไว้ว่าเมื่อซื้ออะเซเลียอย่าเลือกต้นที่มีดอกบานเต็มต้น แต่เลือกต้นที่มีตาดอกหลายขนาดเพื่อให้แน่ใจได้ว่าคุณจะมีอะเซเลียที่ทยอยบานตลอดฤดู







