posttoday
ศึกสายเลือดตระกูล'ฮาร์บอห์'

ศึกสายเลือดตระกูล'ฮาร์บอห์'

03 กุมภาพันธ์ 2556

ผมยังคงจำเหตุการณ์ในเกมชิงแชมป์สายเมื่อวันที่ 22 ม.ค. ได้เป็นอย่างดี เกมแรกที่ได้เห็นการทำซูเปอร์คัมแบ็กของ

ผมยังคงจำเหตุการณ์ในเกมชิงแชมป์สายเมื่อวันที่ 22 ม.ค. ได้เป็นอย่างดี เกมแรกที่ได้เห็นการทำซูเปอร์คัมแบ็กของ

โดย...มิวโกโตะ

ผมยังคงจำเหตุการณ์ในเกมชิงแชมป์สายเมื่อวันที่ 22 ม.ค. ได้เป็นอย่างดี เกมแรกที่ได้เห็นการทำซูเปอร์คัมแบ็กของ ซานฟรานซิสโก โฟร์ตีไนเนอร์ส ที่สู้ยิบตาไม่ถอดใจ แม้จะเป็นฝ่ายตาม แอตแลนตา ฟัลคอนส์ ใน 2 ควอเตอร์แรกถึง0-17 กระทั่งสุดท้ายคนตื่นทองกลับมาแซงเอาชนะไปได้ท้ายเกม 27-24

แค่นั้นยังตื่นเต้นได้ไม่พอ เมื่อครั้งคู่ต่อมาเล่นเอาอะดรีนาลินในตัวพลุ่งพล่านสุดๆ อีกครั้งหลังเห็นบัลติมอร์ เรฟเวนส์ งัดทุกตำรามาขวางเต็งหนึ่งอย่าง นิวอิงแลนด์ เพเทรียตส์ โดยเอาชนะไปขาดลอย28-13 ทำให้แฟนๆ ศึกคนชนคนทั่วโลกได้ชมคู่ชิงฯ ศึกซูเปอร์โบว์ล ครั้งที่ 47 ในอารมณ์ใหม่ เมื่อหัวหน้าโค้ชทั้งสองทีมคือพี่น้องที่คลานตามกันมา

พี่น้องร่วมสร้างประวัติศาสตร์

ถูกบรรดาสื่อใหญ่แปลงชื่อจากศึกซูเปอร์โบว์ลไปเป็นคำว่า “ซูเปอร์บอห์” ซะแล้ว เพราะ “โทรฟี วินซ์ ลอมบาร์ดี” ครั้งที่ 47 ดันมีเฮดโค้ชนามสกุลเดียวกันได้แก่ พี่น้อง จอห์น และ จิม (ฮาร์บอห์) ที่กลายเป็นคู่พี่น้องคู่แรกในประวัติศาสตร์ที่โคจรมาพบกันเองในนัดชิงชนะเลิศ

ศึกสายเลือดตระกูล'ฮาร์บอห์'

 

จอห์น ฮาร์บอห์ (คนพี่) ขงเบ้งแห่งทีมบัลติมอร์ เรฟเวนส์ เป็นโค้ชที่น่าจับตามองเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องของการวางหมาก เพราะนำทฤษฎี “รู้เขารู้เรา” มาใช้ปราบคู่แข่ง ดังนั้นลูกทีมชุดนี้จึงมีความยืดหยุ่นสูงในรีแมตช์ชิงแชมป์สายเอเอฟซี ที่อีกาพญายมถอนแค้นนักรบกู้ชาติ (เพเทรียตส์) จอห์น ได้รับคำชมเป็นอย่างมากในเรื่องเกมรับ โดยสามารถปรับแผนเล่นงาน ทอม เบรดี ควอเตอร์แบ็กเจ้าถิ่น จนกลายเป็นบันทึกหน้าใหม่ที่จอมทัพจากถิ่นยิลเลตต์ สเตเดียม ไม่สามารถทำแต้มได้เลยในครึ่งหลัง

ส่วนเรื่องที่ต้องเผชิญหน้ากับน้องชายในเกมประวัติศาสตร์เช่นนี้ คงรู้สึกแปลกๆ เพราะทั้งนิสัยส่วนตัวและแนวทางการคุมทีมมีความคล้ายกันหลายอย่าง

“ผมไม่คิดว่าเราเคยมีความฝันที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ ก่อนหน้านี้เราต่างมีความฝันกันอยู่บ้าง เราต่อสู้กันมา โต้เถียงกัน แต่นั่นก็แค่ในฐานะพี่น้องเท่านั้น แต่คราวนี้ผมคิดว่าเป็นการเจอกันระหว่าง 2 ทีมที่มีความคล้ายคลึงกัน ใครก็ตามที่ได้ดูสองทีมนี้เล่น คงเหมือนส่องกระจกเงาเห็นซึ่งกันและกัน ดังนั้นคงเป็นเกมที่ยอดเยี่ยมแน่ๆ” ฮาร์บอห์คนพี่ วัย 50 ปี กล่าว

ด้าน จิม ฮาร์บอห์ (คนน้อง) หัวหน้าโค้ชทีมคนตื่นทอง ถูกยกย่องเป็นอย่างมาก เนื่องจากเพิ่งรับงานเมื่อซีซันก่อน แต่กลับพาทีมเดินทางมาถึงรอบชิงแชมป์สายได้ 2 ปีติดต่อ โดยเฉพาะปีนี้ที่ทะลุเข้าถึงซูเปอร์โบว์ลทั้งที่ถูกนำห่างถึง 0-17 ในแมตช์กับฟัลคอนส์ ส่วนเรื่องการจะประจันหน้ากับพี่ชายที่สื่อตั้งคำถามว่า หวั่นไหวหรือไม่หลังเคยพลาดท่าพ่ายไป 6-16 (ฤดูกาลปกติ) ในวันขอบคุณพระเจ้าเมื่อปลายปีที่แล้ว

“พี่ชายผมเป็นคนเก่งมาก แต่ผมไม่คิดเรื่องการแก้แค้น เพราะมันคนละส่วนกัน ฤดูกาลปกติกับศึกวินซ์ ลอมบาร์ดี มันไม่สามารถเปรียบเทียบอะไรได้ ดังนั้นผมวางแท็กติกให้เหมาะสำหรับเกมซูเปอร์โบว์ล” ฮาร์บอห์คนน้อง กล่าว

พ่อแม่ขอวางตัวเป็นกลาง

แจ็ก และ แจ็กกี ฮาร์บอห์ คุณพ่อคุณแม่ของสองยอดเฮดโค้ช จอห์นและจิม เผยว่า ในศึกซูเปอร์โบว์ล ครั้งที่ 47 ณ เมืองนิวออร์ลีนส์ พวกเขาจะเป็นกลางไม่เชียร์ทีมหนึ่งทีมใด เพราะคงไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบเท่าการได้เห็นลูกทั้งสองคนประสบความสำเร็จในอาชีพอีกแล้ว

“ผมภูมิใจกับเขาทั้งสองคนมากๆ ผมเคยแอบมองเข้าไปในล็อกเกอร์รูมของทีมบัลติมอร์ เรฟเวนส์ เห็นพวกเขาฉลองชัยชนะ และเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของจอห์น ผมก็รู้ทันทีว่าไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นั่น แต่ตอนผ่านล็อกเกอร์รูมของโฟร์ตีไนเนอร์ส เห็นทุกอย่างเงียบสงบ จิมใช้มือของเขากุมศีรษะอยู่ ผมจึงตระหนักดีว่าเราควรจะต้องอยู่ที่นี่ นั่นล่ะหน้าที่ของผม” คุณพ่อแจ็ก กล่าว

ศึกสายเลือดตระกูล'ฮาร์บอห์'

 

ขณะที่คุณแม่แจ็กกี จะขอเชียร์ลูกๆ อย่างยุติธรรม และปฏิเสธที่จะเลือกทีมหนึ่งทีมใดของลูกชายทั้งสองคนเช่นกัน

“พวกเราจะเป็นกลางในศึกซูเปอร์โบว์ลครั้งนี้ แต่ถ้าเลือกได้ ฉันอยากให้เกมจบลงด้วยการเสมอกัน เอ็นเอฟแอลสามารถทำได้หรือเปล่าล่ะ” คุณแม่ของสองสุดยอดเฮดโค้ช กล่าว

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่คุณแม่แจ็กกีขอนั้นไม่อาจเป็นจริงได้ เนื่องจากการแข่งขันซูเปอร์โบว์ลไม่สามารถมีการเสมอเหมือนในช่วงฤดูกาลปกติได้ ดังนั้นหากทั้งสองทีมทำแต้มได้เท่ากัน ก็ต้องมีการต่อเวลาพิเศษ โดยใครทำแต้มได้ก่อนก็จะกลายเป็นผู้ชนะทันที

วัดกึ๋นจอมทัพ

โจ แฟล็กโก ควอเตอร์แบ็ก บัลติมอร์ เรฟเวนส์ กลายเป็นที่คนถูกสื่อพูดถึงมากสุด หลังประกาศกร้าวไว้ว่าจะนำทีมเข้าสู่ซูเปอร์โบว์ลให้ได้ ทั้งที่อกหักรอบชิงแชมป์สายเมื่อซีซันก่อน กระทั่งทำสำเร็จจึงก้าวขึ้นมาติดท็อป 5 ของลีกได้อย่างเต็มภาคภูมิ ที่สำคัญมีสถิติสุดหรูโดยการขว้างในเพลย์ออฟได้ถึง 853 หลา ได้ไป 8 ทัชดาวน์ แถมไม่เสียแม้อินเทอร์เซปต์แม้แต่ครั้งเดียว

จุดเด่นของ แฟล็กโก อยู่ที่การกระจายบอลสั้นลักษณะชอร์ตกัน โดยไม่เน้นเสี่ยงเล่นบิ๊กเพลย์ ซึ่งการขว้างนั้นแม่นยำถึงขนาด ทอม เบรดี ควอเตอร์แบ็กนักรบกู้ชาติ ที่ชวดตั๋วเข้าชิงซูเปอร์โบว์ลให้เรฟเวนส์ ยังต้องเอ่ยปากชมจอมทัพรายนี้

“โจทำผลงานได้เยี่ยมตั้งแต่เข้าลีก ผมเจอกับเขามาแล้วหลายครั้ง และเขาก็เล่นได้ดีเสมอ ผมขอให้เขาประสบความสำเร็จในเกมสุดท้ายนี้” เบรดี กล่าว

อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าจะไร้จุดด้อยซะทีเดียว เพราะจอมทัพอีกาพญายมรายนี้ขว้างบอลเข้าเป้าแค่ 54.8 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น (สถิติตลอดฤดูกาล) สิ่งนี้อาจจะเป็นจุดบอดจุดเดียวของ แฟล็กโก ก็เป็นได้

ด้าน โคลิน เคเปอร์นิก ควอเตอร์แบ็กทีมคนตื่นทอง กลายเป็นจอมทัพขวัญใจมหาชนไปโดยปริยาย เนื่องจากมีสไตล์บู๊ดุดัน ชอบเรียกแผนบุกแบบออปชัน จนสามารถทุบสถิติการวิ่งของควอเตอร์แบ็กในประวัติศาสตร์ ด้วยระยะ 181 หลา ในเกมเพลย์ออฟที่ไล่ขยี้ กรีนเบย์ แพ็กเกอร์ส มาได้

แม้จะถนัดการวิ่งเป็นพิเศษ แต่เรื่องลูกขว้าง เคเปอร์นิก ก็ไม่เป็นสองรองใคร โดยเฉพาะเกมชิงแชมป์สายเอ็นเอฟซี ที่คัมแบ็กไล่แซง แอตแลนตา ฟัลคอนส์ มีหลายลูกที่จอมทัพคนตื่นทองขว้างบอลเสียบอกเพื่อน

ศึกสายเลือดตระกูล'ฮาร์บอห์'

 

จุดเด่นสำคัญที่ควอเตอร์แบ็กวัยเบญจเพสพาทีมมาไกลถึงเกมซูเปอร์โบว์ล คือ การโจมตีเร็ว เมื่อเห็นคู่แข่งประกบตัวคุมปีก ก็จะเลือกวิ่งกระทุ้งเกมรับ จากนั้นเมื่อเกมเปิดก็จะเปิดฉากบอมบ์ใส่จนต้องจูบกล้ามโชว์กล้องเป็นประจำ (หลังทำทัชดาวน์สำเร็จ)

ดังนั้น ในศึกวินซ์ ลอมบาร์ดี หนนี้จอมทัพของโฟร์ตีไนเนอร์ส ดูจะเป็นต่อนิดๆ ในเรื่องความครบเครื่อง

สแกนเกมซูเปอร์โบว์ล

ถือเป็นมวยถูกคู่สำหรับคู่ชิงฯ ปีนี้ เนื่องจากเกมรับแข็งแกร่งทั้งคู่ จอห์น ฮาร์บอห์ เฮดโค้ชเรฟเวนส์ น่าจะใช้เกมขว้างสั้นตามถนัดใส่คู่แข่ง แต่การเจอเกมรับภูผาอย่าง แพทริก วิลลิส, อัลดอน สมิท, จัสติน สมิท, นาวอร์โร โบว์แมน (ไลน์แบ็กเกอร์) รวมถึงพวกหลังบ้านอาทิ คาร์ลอส โรเจอร์, เดชอน โกลด์สัน และทาเรลล์ บราวน์ โอกาสใช้เกมมิติเดียวพาเข้าเอนด์โซนคงเป็นเรื่องยาก เพราะแนวรับคนตื่นทองโดนเจาะเกินระยะ 40 หลา (ต่อหนึ่งเพลย์) เพียงแค่ 7 หนเท่านั้น แถมยังป้องกันได้เหนียวเป็นอันดับ 2 ของลีกอีกต่างหาก

ดังนั้น นอกจากจะต้องเสี่ยงเล่นบิ๊กเพลย์และสลับเกมวิ่งแล้ว ตัวแปรสำคัญน่าจะตกอยู่กับตัวพันช์ลูกไม่ว่าจะเป็นเตะทิ้งหรือฟิลด์โกล ซึ่งดูแล้วก็ใจชื้นได้พอสมควร เพราะ จัสติน ทัคเกอร์ รุกกีของเรฟเวนส์ที่เตะฟิลด์โกลพลาดไปเพียง 3 หน (จาก 33 ครั้ง) ผิดกับ เดวิด เอเคอร์ส ตัวเตะของไนเนอร์ส ที่มีสถิติไม่สวยนัก โดยเตะระยะเกิน 40 หลา เข้าเพียง 7 จาก 13 ครั้ง และเตะเกิน 50 หลา ผ่านเสาเพียง 2 จาก 6 ครั้ง

ด้าน จิม ฮาร์บอห์ แม้จะดูเป็นต่อ เนื่องจากมี เคเปอร์นิก ควอเตอร์แบ็กผู้ครบเครื่องลงสนาม แต่การที่ เรย์ ลูอิส ตำนานเกมรับของอีกาพญายมขอความร่วมมือรุ่นน้องให้ช่วยพาคว้าแหวนซูเปอร์โบว์ลก่อนรีไทร์ น่าจะเป็นชนวนให้คู่หูดีเฟนด์ซีฟเอนด์อย่าง ฮาโลติ เอ็นกาตะ กับ อาร์เธอร์ โจนส์ รวมถึง เทอร์เรนซ์ โคดี โนส (ตัวแท็กเกิล) พร้อมทลายกำแพงป้องกันเข้าหาตัว เคเปอร์นิก ทุกเมื่อ

ทำให้โอกาสที่บอลกระเด็นฟัมเบิลและเสียอินเทอร์เซปต์มีไม่น้อยเช่นกัน ทางออกที่น่าสนใจนอกจากจะมองหาแต่ ไมเคิล แคร็บทรี และ แรนดี มอสส์ ปีกนอกคู่ใจ การยัดบอลให้ แฟรงก์ กอร์ กับ ลาไมเคิล เจมส์ ช่วยกันวิ่ง ก็ดูเหมือนจะเป็นทางเลือกในการทำระยะที่น่าสนใจไม่น้อย

ความน่าจะเป็น : มองเผินๆโฟร์ตีไนเนอร์ส ดูเหมือนจะถือครองความได้เปรียบเล็กๆ จากศักยภาพทีมบุกจัดจ้าน แต่ก็ใช่ว่าจะประมาททีมอีกาพญายม ที่ชอบบุกกินระยะแบบเนิบๆ ได้ หัวใจสำคัญของซูเปอร์โบว์ลครั้งนี้ จึงน่าอยู่ที่ทีมรับ ซึ่งกางสถิติดูแล้ว ยังเป็นคนตื่นทองที่ทำได้ดีกว่า

สกอร์ที่คาด : โฟร์ตีไนเนอร์ส ชนะ 28-21

สำหรับแฟนๆ ศึกคนชนคนท่านใด อยากลุ้นแบบได้บรรยากาศ สามารถเดินทางไปเชียร์ร่วมกันได้ที่ร้านแมคโดนัลด์ โรงแรมอัมรินทร์ พลาซ่า เริ่มเวลา 06.00 น.

 

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน