posttoday
เราต่างมีชีวิตอยู่บนความเสี่ยง?

เราต่างมีชีวิตอยู่บนความเสี่ยง?

01 กุมภาพันธ์ 2556

โดย...วิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม

โดย...วิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม

ทุกวันนี้หลายคนอาจจะชินชากับข่าวไฟไหม้ หรือข่าวระเบิดที่นั่นที่นี่อยู่เนืองๆ

แต่ถ้าเราพักอยู่ในโรงแรม หรือพักอาศัยประจำบนคอนโด แล้วเห็นภาพข่าวไฟไหม้โรงแรมหรือคอนโด ผู้คนวิ่งหนีตายกันอลหม่าน โดยไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร จะโดดตึกหรือรอความตาย เราอาจจะรู้สึกอีกแบบหนึ่ง

คือ คงจะเกิด “ความกลัว” ขึ้นบ้าง และเกิดสัญชาตญาณของ “การตื่นตัวเตรียมพร้อม” ก็ได้

ปัญหาในวันนี้จึงอยู่ที่ว่า “ทำไมถึงเกิดเหตุร้ายแรงเช่นนี้ได้ แล้วเราจะต้องทำอย่างไรบ้างไหม”

ความจริงประการหนึ่งที่สำคัญที่สุดของพวกเราก็คือ “เราต่างมีชีวิตอยู่บนความเสี่ยง” ด้วยกันทั้งนั้น จะต่างกันก็ตรงที่ใครเสี่ยงมากเสี่ยงน้อยเท่านั้นเอง

เมื่อพูดถึง “ความเสี่ยง” แล้ว นักวิชาการด้าน “การบริหารการจัดการความเสี่ยง” (Risk Management) ได้แบ่งประเภทของความเสี่ยงออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

ความเสี่ยงประเภทแรก คือ ความเสี่ยงแท้จริง (Pure Risk)

ความเสี่ยงประเภทแรกนี้ก็คือ เมื่อเกิดเหตุใดๆ ขึ้นแล้วมีแต่จะก่อให้เกิดความเสียหายแต่ประการเดียวเท่านั้น ผลที่เกิดจากความเสี่ยงแท้จริงจึงมีแต่จะทำให้เกิดความสูญเสียในด้านของทรัพย์สินเงินทอง หรือทำให้คนบาดเจ็บ พิการ ตาย หรืออาจสูญเสียทั้งสองอย่างพร้อมกันก็ได้

พูดง่ายๆ ว่า ถ้าเป็นความเสี่ยงแท้จริงแล้ว เรามีแต่เสียกับเสียอย่างแน่นอนเท่านั้น คือไม่มีทางได้อะไรเลย เช่น กรณีเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนกัน ทั้ง 2 ฝ่ายที่เกิดเหตุ มีแต่จะเสียเงินหรืออาจบาดเจ็บทั้งคู่ด้วยก็ได้ และต้องเสียเวลาด้วย (สูญเสียรายได้) เป็นต้น

ความเสี่ยงประเภทที่สอง คือ ความเสี่ยงได้เสีย หรือความเสี่ยงจากการลงทุน (Speculative Risk)

ความเสี่ยงประเภทที่สองนี้ก็คือ เมื่อเกิดเหตุใดๆ ขึ้นแล้ว มีได้มีเสีย ผลที่เกิดขึ้นอาจให้ประโยชน์หรือให้โทษก็ได้ คือ มีทั้งโอกาสได้ประโยชน์ (ได้เงินหรือได้กำไร) และมีโอกาสสูญเสียด้วย (เสียเงินหรือขาดทุน) เช่น การตัดสินใจลงทุนทำธุรกิจอุตสาหกรรม อาจมีกำไรหรือขาดทุนก็ได้ การซื้อสลากกินแบ่ง เป็นต้น

ดังนั้น การเกิดอุบัติเหตุแต่ละครั้งจึงจัดอยู่ในความเสี่ยงประเภทแรก คือ ความเสี่ยงแท้จริงที่มีแต่จะก่อให้เกิดแต่ความสูญเสียเท่านั้น ถ้าไม่เสียทรัพย์ก็บาดเจ็บล้มตาย หรือต้องเสียทั้งเงินและเจ็บตัวพร้อมกันเลยก็ได้ ดังที่เราต่างเห็นได้จากกรณีอุบัติเหตุร้ายแรงหลายครั้งในบ้านเราที่สร้างความสูญเสียแก่สังคมไทยมากมายมหาศาล รวมทั้งอุบัติเหตุสดๆ ร้อนๆ ครั้งนี้ด้วย

ในแวดวงของวิศวกรความปลอดภัย (Safety Engineers) และนักวิชาการด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย (Occupational Safety and Health) ที่เชื่อมั่นใน “มาตรการป้องกันไว้ก่อน” (มากกว่าการคอยตามแก้ไขปรับปรุงในภายหลัง) มักจะให้ความสำคัญกับ “การประเมินความเสี่ยง” (Risk Assessment) สำหรับกิจการ สถานประกอบการ หรือโรงงานที่มีความเสี่ยงสูง เพื่อจะได้เตรียมการป้องกันอุบัติเหตุอันตรายจากความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นด้วยวิธีการต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะลดความสูญเสียต่างๆ ทั้งด้านชีวิต ทรัพย์สิน และทางสังคมต่อไปด้วย

การประเมินความเสี่ยงที่นิยมปฏิบัติกันโดยทั่วไปในโรงงาน มักจะเป็นเรื่องของการประเมินความเสี่ยงจาก “อันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นจากการประกอบกิจการโรงงาน” โดยเฉพาะโรงงานประเภทที่ถือกันว่าเป็นโรงงานที่มีความเสี่ยงภัยสูง (Major Hazard Industries) ที่อาจก่อให้เกิดการระเบิด การเกิดอัคคีภัย การรั่วไหลของสารเคมี หรืออันตรายร้ายแรงต่างๆ ได้

เหตุที่ต้องมีการประเมินความเสี่ยง ก็เพื่อจะได้รู้ว่าอันตรายต่างๆ ที่แฝงอยู่นั้น มีโอกาสที่จะก่อให้เกิดเหตุร้ายแรง (และความรุนแรง) มากน้อยเพียงใดบ้าง ในเงื่อนไขอย่างไร เพื่อจะได้นำมาเป็นข้อมูลสำหรับการจัดทำหรือวางแผนป้องกันอุบัติเหตุร้ายแรงนั้นได้ตั้งแต่ในขั้นต้นเลย และกำหนดมาตรการที่จะควบคุม ลด หรือบรรเทาอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นได้อย่างไรต่อไปด้วย

การประเมินความเสี่ยงจึงต้องดำเนินการครอบคลุมทุกกิจกรรมในโรงงานอย่างทั่วถึงครบวงจร โดยเริ่มตั้งแต่การบ่งชี้ถึงอันตรายที่อาจเกิดจากการจัดเก็บหรือขนย้ายวัตถุดิบหรือสารเคมี ตัวเครื่องจักรกลไฟฟ้า หม้อไอน้ำ อุปกรณ์ กระบวนการผลิต วิธีการใช้สารเคมี การขนถ่าย การเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ เป็นต้น

การประเมินความเสี่ยงนี้จะต้องกระทำในทุกสภาวการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานปกติ ภาวะผิดปกติ และภาวะฉุกเฉิน

กระบวนการประเมินความเสี่ยงจึงต้องจัดทำอย่างเป็นขั้นตอนต่อเนื่องอย่างครอบคลุมครบถ้วน โดยเริ่มตั้งแต่การชี้บ่งอันตราย การประเมินอันตราย (การประเมินความเสี่ยง) การลดระดับความเสี่ยง การบริหารจัดการความเสี่ยง ตลอดจนการป้องกันและควบคุมสาเหตุที่เป็นปัจจัยในการก่อให้เกิดอันตราย และการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน

ที่พูดมาทั้งหมดนี้ ฟังดูเหมือนน่ากลัว แต่แท้จริงแล้วไม่ใช่โรงงานทุกประเภททุกขนาดจะมีความเสี่ยงอันตรายที่จะต้องทำ “การประเมินความเสี่ยง” คือ จะมีก็เพียงโรงงานบางประเภทและบางขนาดเท่านั้นเองที่อยู่ในข่ายที่ควรจะต้องทำการประเมินความเสี่ยง เพราะจัดเป็น “โรงงานประเภทที่มีความเสี่ยงภัยสูง”

ในบ้านเรามีโรงงานประเภทที่จัดว่าเสี่ยงภัยสูงจำนวนน้อยมากเมื่อเทียบกับจำนวนโรงงานทั้งหมดครับผม!

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน