
สืบเนื่องงานสวดพระปริตรฯครั้งที่ ๔๒ ชินบัญชรอธิษฐานธรรมณ วัดระฆังฯ (ตอน ๑๐)
ต่อไป พึงเคลื่อนจิตที่ตั้งมั่นดีแล้วบนกระหม่อมศีรษะ ที่ดวงตาสองข้าง สืบต่อมารวมลงภายในศีรษะ
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส
ต่อไป พึงเคลื่อนจิตที่ตั้งมั่นดีแล้วบนกระหม่อมศีรษะ ที่ดวงตาสองข้าง สืบต่อมารวมลงภายในศีรษะ ตรงกลางกะโหลกศีรษะ ตำแหน่งที่รวมลงกลางศีรษะ ลึกลงไปจากกระหม่อมศีรษะประมาณ ๒๓ นิ้ว เป็นตำแหน่งให้รวมจิตลงตรงจุดนั้น จิตก็จะรวมลง รวมนิ่งสงบอยู่ในกลางกะโหลกศีรษะ และให้อธิษฐาน“ขออำนาจพระพุทธ... พระธรรม พึงประดิษฐานมั่นคงบนศีรษะ และดวงตาทั้ง ๒ ของข้าพเจ้า นับแต่บัดนี้เถิด” โดยรวม “พุทโธ” บนศีรษะ และ “ธัมโม” ที่ดวงตาทั้ง ๒ ข้าง มารวมเป็นหนึ่งเดียวภายในศีรษะ ให้รวมเป็นองค์พุทโธ บริกรรม “พุทโธ” เป็นหนึ่งเดียว กำหนดรู้ รวมรู้อยู่ที่กลางกะโหลกศีรษะ และบริกรรมว่า “พุทโธ พุทโธ” อำนาจพระพุทธ ผู้รู้ ตื่น เบิกบาน ก็จะรักษาฐานแห่งความคิด ฐานแห่งความดำริชอบ ให้มีความรู้ ตื่น เบิกบาน อยู่ตลอดเวลา ผู้ที่ประพฤติธรรมดังกล่าวได้ มีสติกำกับรู้ เคลื่อนฐานจิตดังกล่าวได้ อานิสงส์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันคือ
มีปัญญาจดจำต่างๆ ได้เร็ว แก้โรคหลงลืมทั้งหลายของผู้สูงวัยทั้งหลาย ซึ่งต้องฝึกให้เกิดสติควบคุมจิตรวมรู้อยู่ตามฐานจิตที่กล่าวได้อย่างเต็มรูปแบบ เราก็จะมีอำนาจเข้าไปสร้างสรรค์ให้อวัยวะน้อยใหญ่ที่มันเป็นเครื่องประกอบการใช้งานในการช่วยจดจำทั้งหลาย มันจะได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพราะทั้งหมดนั้นจิตมันเป็นใหญ่ จิตจึงต้องมีคุณภาพยิ่งขึ้นกว่า ยิ่งเสื่อมร่างกาย จิตก็ต้องสูงค่าของธรรมะ ถ้าเสื่อมทางกาย ก็จะเสื่อมทางจิตด้วย หากจิตต่ำกว่าธรรมะ มันก็ลงข้างล่าง จึงต้องฝึกฝนจิตไว้ และให้เคลื่อนจิตจากกลางกะโหลกศีรษะ ที่รวมเป็นดวง “พุทโธ” มาที่ศูนย์กลางกาย ตรงอุระ หรือทรวงอก หรือตรงลิ้นปี่ที่ศูนย์กลางกาย เคลื่อนลงมาและรวม “พุทโธ” ที่เคลื่อนลงมานั้นอยู่ที่ศูนย์กลางกาย
บัดนี้ “พุทโธ” และ “ธัมโม” ได้รวมตัวกันแล้ว และตั้งเป็น “สังโฆ” ขึ้นที่ศูนย์กลางกาย “พุทโธ” อย่างไร “ธัมโม” ก็อย่างนั้น “ธัมโม” อย่างไร “สังโฆ” ก็อย่างนั้น... “พุทโธ” “ธัมโม” “สังโฆ” รวมกันเป็น “สังโฆ” ประดิษฐาน ณ ศูนย์กลางกาย ตรงอุระ บริกรรม “สังโฆ” เพ่งรวมจิตลงที่ศูนย์กลางกายให้แน่วแน่ เป็นหนึ่ง อยู่ที่ศูนย์กลางกาย
อ่านต่อฉบับพรุ่งนี้







