
พิมพันธ์ เวชคุปต์ สุขแท้จริงคือการได้ทำในสิ่งที่รัก
อาจมีหลายคนที่เริ่มต้นการทำงานด้วยการไม่ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก แต่ถ้าคนนั้นยังมีเป้าหมายและไฟปรารถนาที่ไม่เคยดับมอด
อาจมีหลายคนที่เริ่มต้นการทำงานด้วยการไม่ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก แต่ถ้าคนนั้นยังมีเป้าหมายและไฟปรารถนาที่ไม่เคยดับมอด
โดย...วรธาร ทัดแก้ว ภาพ ณัฏฐ์ฐิติ อำไพวรรณ
เชื่อว่าวันหนึ่งจะต้องกลับมาทำในสิ่งที่ตัวเองรักได้ เหมือนเช่น “พิมพันธ์ เวชคุปต์” สาวพิษณุโลกผู้มีใจรักในงานศิลปะและแฟชั่นมาตั้งแต่เด็ก แต่เริ่มต้นชีวิตการทำงานทางด้านเงิน ทว่าท้ายที่สุดแล้วด้วยเป้าหมายที่ไม่เคยเปลี่ยนเธอก็ได้กลับมาทำในสิ่งที่ตัวเองรักและเป็นความสุขที่เธอยอมรับว่าเป็นความสุขที่แท้จริง
พิมพันธ์ หรือพิม ปัจจุบันเป็นประธานกรรมการ บริษัท วินเซนต้า (Vinzenta) และเป็นผู้ผลิตกระเป๋าแบรนด์ไทยในชื่อ “วินเซนต้า” ส่งออกประเทศสวีเดน ฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น ส่วนในประเทศไทยมีการเปิดหน้าร้านที่ห้างเซ็นทรัล ชิดลม ในปี 2012 ล่าสุดเพิ่งจะลงห้างหรู สยามพารากอน ได้ประมาณ 3 เดือน ขณะเดียวกันในเดือน ม.ค.นี้ ก็จะเปิดหน้าร้านที่ห้างเมโทร ประเทศสิงคโปร์
หากย้อนอดีตสมัยเรียนมัธยม เธอได้เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนไปประเทศเยอรมนี และที่นั่นทำให้เธอรู้สึกประทับใจหลายๆ อย่าง กลับมาเมืองไทยจึงขอพ่อแม่ไปเรียนที่เยอรมนีจนจบมัธยมปลาย ปริญญาตรี และปริญญาโท พร้อมทำงานที่นั่นรวมเวลา 10 ปีกว่า ก่อนจะกลับเมืองไทยเพื่อมาทำธุรกิจที่ตัวเองรักและอยากทำมาตลอด
“ตอนเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่เยอรมนี มีความประทับใจอะไรหลายอย่าง เช่น ทั้งครู ทั้งคนที่เราไปอยู่ด้วยก็ให้ความอบอุ่น พอกลับเมืองไทยเลยขอพ่อแม่กลับไปเรียนต่อที่นั่น ท่านก็ยินดี ไม่ว่าอะไร เรียนจนจบ ม.6 แล้วก็ต่อปริญญาตรีด้านเศรษฐศาสตร์ โทด้านการเงิน จบแล้วก็ทำงานที่นั่นเลย เป็นที่ปรึกษาด้านการเงินที่บริษัทแห่งหนึ่ง ก่อนจะย้ายไปทำที่ธนาคารดอยช์แบงก์ของเยอรมนี” พิมพันธ์ ย้อนอดีตครั้งอยู่เยอรมนี
ฟังเธอเล่า หลายคนอาจสงสัย ทำไมจึงเรียนเศรษฐศาสตร์และการเงิน เพราะจริงๆ แล้วเธอชอบศิลปะและแฟชั่นมาตั้งแต่เด็ก เธอบอกว่า เพราะความกลัวทำให้ไม่ได้เรียนในด้านที่ชอบและรัก เนื่องจากคิดว่าถ้าเรียนศิลปะและแฟชั่นก็กลัวว่าจะหางานยาก แต่ถ้าเรียนเศรษฐศาสตร์ การเงิน น่าจะหางานได้ง่ายกว่า ซึ่งถ้าย้อนกลับไปวันนั้นได้ก็อยากเรียนศิลปะและแฟชั่น และทุกวันนี้ก็ยังรู้สึกเสียดาย แต่อย่างไรตาม ตอนนี้ได้ลงทะเบียนเรียนในด้านแฟชั่นไว้แล้ว
แม้ว่าพิมจะรักในงานศิลปะและแฟชั่นมากแค่ไหน แต่ในเรื่องของงานที่ทำอยู่เธอก็เป็นมืออาชีพพอ ไม่ว่าจะในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านการเงิน หรือการทำงานธนาคารก็ทำอย่างเต็มที่และดีที่สุดไม่ให้ใครว่าได้ ทว่าต่อมาวันหนึ่งเธอรู้สึกว่างานที่ทำอยู่นั้นไม่ได้ก่อให้เกิดความสุขของชีวิตที่แท้จริง
“ตอนที่พิมทำงานก็รู้สึกปลอดภัยนะ ทั้งความเป็นอยู่ ทั้งการเลี้ยงชีวิต คือทำงานแล้วมีเงินจริง อยู่ได้สบาย แต่ถ้าถามว่ามีความสุขไหมกับเวลานั้นก็ต้องบอกว่า ยังไม่ใช่ เพราะเราคิดว่าเราไม่ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก ดังนั้นพิมก็คิดว่าถึงเวลาที่ต้องทำในสิ่งที่ตัวเองรักและอยากทำแล้วล่ะ จึงตัดสินใจเปิดบริษัทรับผลิตสินค้าแฟชั่น เช่น กระเป๋า เสื้อผ้า ชุดว่ายน้ำ ที่ประเทศฝรั่งเศส เพราะมองว่าฝรั่งเศสเป็นเมืองแฟชั่นของโลก แบรนด์ดังๆ เยอะ ถ้าหาลูกค้าก็คงหาได้ง่าย” พิมพูดถึงช่วงเปลี่ยนผ่านจากทำงานประจำเพื่อหันมาทำในสิ่งที่ตัวเองรัก
เธอบอกว่า แม้ว่าเวลาในประเทศจะเป็นช่วงสั้นๆ แต่ก็ได้เรียนรู้เกี่ยวกับกระบวนการ ขั้นตอนการผลิตเกี่ยวกับสินค้าแฟชั่น เช่นว่า ผลิตที่ไหน ยังไง จากนั้นจึงเป็นที่มาของการสร้างแบรนด์ของตัวเองขึ้นมาในชื่อ “วินเซนต้า” ด้วยการเปิดบริษัท วินเซนต้า ขึ้นที่ประเทศไทย เมื่อปี 2012 ผลิตกระเป๋าแฟชั่นส่งออกต่างประเทศ
“ช่วงแรกพิมส่งออกประเทศสวีเดน ฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ ผลตอบรับในช่วงซีซันแรกไม่เท่าไหร่นะ แต่พอซีซัน 2 3 ลูกค้าที่เป็นห้างสรรพสินค้า พวกมัลติแบรนด์ตอบรับดีมากก็จะสั่งซื้อเยอะขึ้น ต่อมาลูกค้าที่อเมริกาและญี่ปุ่นสนใจก็เลยส่งออกไปอเมริกาและญี่ปุ่นจนถึงทุกวันนี้”
การออกแบบกระเป๋าวินเซนต้า เธอบอกว่า เน้นความเรียบง่าย สวยเก๋ มีสไตล์ เหมาะกับทุกสไตล์การแต่งตัว เหมาะกับทุกงาน และกับทุกเพศ ทุกวัย ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ก็จะเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย อายุ 20 ต้นๆ คุณแม่ยังสาว หรือสาวเปรี้ยว สาวหวาน ส่วนในต่างประเทศจะเป็นกลุ่มลูกค้าวัยรุ่น แต่อย่างไรก็ดี วินเซนต้าเหมาะกับคนไทยเพราะคนไทยชอบแต่งตัวอยู่แล้ว
อยากจะบอกว่า สินค้าคนไทย แบรนด์ไทย ไม่ได้ด้อยกว่าแบรนด์ไหนในโลก เลือกใช้ “วินเซนต้า” ดูสิครับ ของอย่างนี้ไม่ลองไม่รู้ ว่าของไทยทำนั้น ไม่ด้อยกว่าชาติไหนจริงๆ
เวลาว่างของพิม
อ่านหนังสือ : ถ้าไม่มีกิจกรรมข้างนอกอยู่บ้านพิมก็จะหยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน ส่วนใหญ่แนวฮาวทูงานเพื่อที่จะได้นำความรู้มาปรับใช้ในการทำธุรกิจ ฮาวทูจิตใจ อ่านแล้วมีวิธีให้เราได้ผ่อนคลายได้ นอกจากนี้หนังสือแฟชั่นออกแบบก็อ่านเพราะธุรกิจของพิมเกี่ยวกับแฟชั่นโดยตรง อ่านแล้วเกิดจินตนาการและได้ไอเดียดีๆ ใหม่ๆ สามารถนำมาปรับกับสินค้าได้
ดูแฟชั่นโชว์ : ตอนนี้มาอยู่ในธุรกิจแฟชั่นเต็มตัว ถ้าเวลาว่างเพิ่มขึ้นมาอีก นอกจากอ่านหนังสือก็จะดูแฟชั่นโชว์ต่างๆ หรือวาไรตีที่เกี่ยวกับงานแฟชั่น งานศิลปะ นอกจากจะช่วยผ่อนคลายแล้วก็ยังได้ไอเดียใหม่ เพื่อมาปรับใช้กับธุรกิจได้ด้วย
ออกกำลังกาย : ถ้าเวลาที่สามารถจะขับรถออกไปทำกิจกรรมผ่อนคลายข้างนอกได้ พิมก็จะเลือกออกกำลังกายด้วยการเล่นเทนนิส ตีแบด ได้บริหารทุกส่วนของร่างกายดี แต่ช่วงนี้เป็นช่วงเริ่มต้นของธุรกิจเลยไม่ค่อยได้นัดเพื่อนๆ ออกไปตีเทนนิส ปกติต้องอาทิตย์ละครั้งสองครั้ง แต่ถ้าทุกอย่างลงตัวดีแล้วคงได้กลับมาออกกำลังกายตามปกติเหมือนเดิม ตอนนี้ก็ออกกำลังกายอย่างอื่นไปก่อน เช่น ว่ายน้ำในสปอร์ตคลับใกล้บ้าน
เล่นสกี : สมัยอยู่เยอรมนีพิมชอบเล่นสกี ตอนเล่นแรกๆ ก็ยากหน่อย แต่พอได้เล่นบ่อยๆ สนุกดี ชอบเลย ได้อยู่กับธรรมชาติเย็นๆ สมัยเรียนก็เล่นช่วงปิดเทอมในหน้าหนาว ตอนทำงานก็จะเล่นในช่วงวันหยุดยาว คนเดียวบ้าง บางครั้งก็ชวนเพื่อนๆ ไป แต่พอมาอยู่เมืองไทยก็ยังไม่ได้เล่นเลย แต่ถ้ามีเวลามากๆ เช่น หยุดงานได้ก็จะหาโอกาสไปแน่นอน เพราะพิมเองก็ทำธุรกิจกับต่างประเทศอยู่แล้ว ก็อาจจะไปออสเตรีย อิตาลีค่ะ
วาดรูปสีน้ำ : เป็นงานศิลปะที่ชอบและทำมาตั้งแต่เด็ก ตอนเป็นนักเรียนหลังเลิกเรียนหรือหยุดเสาร์อาทิตย์คนอื่นอาจจะเรียนพิเศษ วิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ หรือภาษาต่างประเทศ แต่พิมจะไปเรียนวาดรูปสีน้ำ แล้วก็วาดเก็บมาเรื่อยๆ ตั้งแต่เด็ก ภาพส่วนใหญ่เป็นภาพทิวทัศน์ ต้นไม้ ดอกไม้ สิงสาราสัตว์ แต่สิ่งของก็มี เวลานี้ไม่ได้วาดบ่อย เพราะไม่มีเวลา แต่ถ้าวาดก็เป็นพวกกระเป๋า เสื้อผ้า หรือในโอกาสพิเศษก็จะวาดเป็นการ์ดมอบให้คนที่เคารพนับถือ







