posttoday
New Year Resolution 2013 ตอน 2

New Year Resolution 2013 ตอน 2

02 มกราคม 2556

หนูดี–วนิษา เรซ

หนูดี–วนิษา เรซ

สวัสดีวันปีใหม่นะคะ เราล่วงเข้ามาในปีใหม่ ปีมะเส็งกันแล้ว ปีนี้น่าจะเป็นปีที่ดีอีกปีหนึ่ง หากเราจัดการดี วางแผนดี และมีความตั้งใจที่ดี

ในปีใหม่นี้ หนูดีอยากขออวยพรท่านผู้อ่าน ให้มีความสุข ความเจริญทั้งทางโลก ทางธรรม สุขภาพแข็งแรง แต่ว่าไปแล้วคงต้องขอยืมคำอวยพรแผ่เมตตาที่หนูดีทำเสมอหลังสวดมนต์ก่อนนอน คือ ขอให้ท่านทุกคนปฏิบัติแต่สิ่งที่ดี สิ่งที่ชอบ และขอให้การปฏิบัติสิ่งที่ดี ที่ชอบเหล่านี้ เป็นสิ่งที่คุ้มครองตัวท่านเองค่ะ

หนูดีคิดว่า ในชีวิตคนเราทุกๆ ปี มีขึ้นมีลงเป็นธรรมดา เพราะธรรมชาติของชีวิตมีลักษณะเช่นนั้นอยู่แล้ว เป็นเหมือนคลื่น ดีแล้วก็ร้าย แข็งแรงแล้วก็อ่อนแอ มีลาภ ก็อาจเสียลาภ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องปกติ เป็นเหมือนกฎที่กำกับชีวิตมนุษย์อยู่ ถ้าเรารู้ทัน ก็ไม่เจ็บไม่เสียใจมากเวลาสูญเสีย ถ้ารู้ไม่ทัน ก็จะตกใจ เสียใจ ตีโพยตีพาย แต่สิ่งหนึ่งที่หนูดีสังเกตก็คือ ไม่ว่าใครก็ตาม หากถึงตอนที่วงล้อหมุนพาลงต่ำ ซึ่งอาจเป็นเพียงแค่ชั่วคราว แต่หากเขาพลั้งเผลอทำผิดศีลห้าร่วมด้วย ก็อาจจะแย่ถึงขั้นวงล้อไม่พากลับขึ้นมาอีกเลย แต่ใครก็ตาม เมื่อชีวิตพาลงต่ำแต่ตัวเขายังคงไม่ผิดศีล เขามักจะไม่ตกต่ำจนคนเหยียบย่ำเอาได้ หนูดีก็ยังเชื่อมั่นอยู่นั่นเองนะคะ ว่า ศีล เป็นเกราะคุ้มครองตัวเราจริงๆ ลองสังเกตสิคะ คนหลายๆ คน ที่เราเห็นกันดี อาจมีดวงตกไปบ้าง แต่พอผิดศีลปั๊บ กู่ไม่กลับเลย และข้อที่ผิดแล้วคนไทยให้อภัยกันยาก ก็เช่น ข้อกาเม และข้อต่อมาก็มุสาวาทา

ปีใหม่ปีนี้ มีการเตือนปีชงกันทั้งทางโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ หนูดีก็เจอกับเขาด้วยค่ะ แต่ไม่เป็นไร ฟังหูไว้หู ไม่ลบหลู่แน่ๆ เราคนไทย แต่มั่นใจอยู่อย่างว่า ด้วยความเป็นชาวพุทธ เรามีศีลเป็นเกราะป้องกันภัยอยู่แล้ว อีกอย่าง ด้วยการสมาธิภาวนา ถ้าต้องเป็นอะไรจริงๆ ก็ขอไปแบบเบาๆ หวังว่าถึงเวลาจริงจะทำได้

หนูดีว่า พวกเราชาวพุทธโชคดีอยู่อย่างค่ะ ชีวิตจะขึ้นจะลง ปีนี้จะชงไม่ชงไม่รู้ ครูบาอาจารย์สอนเราให้รับมือได้กับทุกเรื่อง ตั้งแต่ผิดหวังเล็กๆ ไปจนอาฆาตแค้นใหญ่ๆ ไปจนความตายที่กะทันหัน เบ็ดเสร็จเรียบร้อย เรียกว่า ถ้าเอามาปฏิบัติได้จริง ชาตินี้ทั้งชาติใจไม่กระเทือน ไม่ว่าจะเจอเรื่องอะไรก็ตาม ปีนี้เป็นปีดีๆ ใครที่มีเรื่องราวอะไรรบกวนใจมากมาย ลองมาฝึกปฏิบัติจริงจังกับคำสอนเหล่านี้นะคะ แล้วจะพบว่า ปีไหนจะปีนักษัตรอะไร ก็ไม่ต้องกลัว เพราะมีคู่มือกำกับใจไม่ได้ปล่อยใจไปสู้กระแสโลกเปล่าๆ แบบไม่มีอะไรป้องกัน

New Year Resolution 2013 ตอน 2

 

หนูดีเองเพิ่งอ่าน “โลกธรรม” จบไปค่ะ เป็นหัวข้อที่น่าศึกษามากๆ เพราะแสดงให้เห็นชัดเจนเลยว่า โลกนี้มีกระแสของการขึ้นลง การได้มาและเสียไปอยู่ตลอดเวลา ขึ้นลงก็ส่วนขึ้นลง ใจก็ส่วนใจ เรารักษาใจเราให้เป็นปกติได้ แม้อะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม ใครกลัวอ่านแล้วงง เบื่อ ไม่เข้าใจ หนูดีเห็นน้องแป้ง ภัทริน ซอโสตถิกุล เพิ่งเอามาทำเป็นเวอร์ชันอ่านง่ายคล้ายๆ การ์ตูน มีศัพท์วัยรุ่นพอให้เพลินๆ ซื้อให้เด็กอ่านก็น่ารักดี อ่านแล้วสนุกค่ะ

ส่วนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เราพูดกันถึง “อภัยทาน” ซึ่งเป็นเรื่องถกเถียงกันในอินเทอร์เน็ต ถึงขั้นยกพระไตรปิฏกมาอ้างกันหลายยก การเถียงกันไม่ใช่เรื่องไม่ดีนะคะ แต่เพราะมีคนไม่เข้าใจ หรือเข้าใจต่างกัน จึงเกิดการอภิปราย หนูดีอ่านแล้ว ได้ความรู้มากมาย เพราะบางคนกล่าวว่า พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า การให้ธรรมทาน ชนะการให้ทั้งปวง บางคนกล่าวว่า อภัยทานได้กุศลสูงสุด ใครว่างๆ และสนใจ ลอง Search “อานิสงส์ของอภัยทาน” แล้วอ่านดูค่ะ น่าสนใจมาก

ว่าไปแล้ว บุญทุกอย่างที่ทำนับเป็นกุศลทั้งสิ้น การให้อภัย ก็เป็นการตัดเราจากสิ่งที่เราไม่รัก ไม่ชอบ ว่าไปแล้วมันได้ประโยชน์มาก เพราะลองคิดดูสิคะ หากเราไม่ตัด ก็เท่ากับเราแบกคนที่เราไม่ชอบไปด้วยทุกที่ แค่นึกก็สยองแล้วค่ะ หนูดีเอง ฝึกการอภัยด้วยการคิดง่ายๆ แบบนี้เอง แถมเกิดเราปุบปับตายไป ยังไม่ทันอภัย เกิดชาติหน้าต้องมาเจอกันอีกแย่เลย รีบอภัยดีกว่า เข้าใจว่า เธอทำผิดกันได้ ไม่เป็นไร บ๊ายบายนะ...แต่กว่าจะคิดได้แบบนี้ หลายปีค่ะ เรียนอะไรที่ว่ายาก หนูดีว่า เรียนการให้อภัยนี่ล่ะยากสุด

ส่วนเรื่องราวที่เล่าค้างไว้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว คือ คุณผู้หญิงที่โทรเข้ามาในรายการ MET107 ของเรา เธอซึมเศร้ากับการไม่ให้อภัย และคิดวนไปวนมาถึงอดีตสามีเป็นเวลาถึง 7 ปี ฟังแล้วรู้สึกสงสารและแย่แทนเธอจริงๆ ค่ะ เพราะเธอแต่งงานเมื่ออายุ 25 ปี และหย่าร้างเมื่ออายุ 27 ปี จากนั้นซึมเศร้า ร้องไห้ และที่สำคัญหงุดหงิดใส่ลูกคนเดียวที่เธอรักที่สุด เป็นแบบนี้ทั้งเช้าและเย็น คือ เช้าตื่นมาหงุดหงิด ทะเลาะกับลูกก่อนไปทำงาน ก่อนนอน หลับไปพร้อมกับการร้องไห้ ในที่สุดเธอหลุดได้ ด้วยการทำ Log Book บันทึกอารมณ์เพื่อตามอารมณ์ตัวเองให้ทัน เช้า สาย บ่าย เย็น เธอพบว่า เธอจะแย่มากตอนเช้า และเย็นซึ่งเป็นเวลาที่อยู่กับตัวเอง ในที่สุดเธอเลือกจะตัด ด้วยความรู้ทันอารมณ์ค่ะ ใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือน เธอตัดได้ เมื่อก่อน ใครพาไปกรวดน้ำให้สามี เธอบอก ทำไม่ได้ อภัยไม่ได้ มันเจ็บมาก ปัจจุบันใครพูดชื่อสามีให้ฟัง เธอไม่เจ็บแล้ว บอกรู้สึกเฉยๆ เธอสรุปให้ฟังว่า “เจ็ดปีค่ะ เจ็ดปีเต็มๆ ถามว่าคุ้มไหม ไม่คุ้มเลย เจ็บมาก แต่ตอนนี้ หายแล้ว สบายแล้ว”

เธอโชคดีค่ะ ที่ตัดได้ อภัยได้ในที่สุด คนได้อานิสงส์ไม่ใช่สามีหรอกค่ะ แต่เป็นตัวเธอเอง (โธ่ป่านนี้ ผู้ชายคนนั้นไปลั้นลาถึงไหนๆ แล้ว ฟังดูก็รู้ ทำเธอเจ็บขนาดนี้ ก็เรื่องผู้หญิงใหม่แน่ๆ เธอสิคะ จมกับความทุกข์ ส่วนคนก่อเหตุ หลับตาก็เห็นภาพ มีแต่แฮปปี้กับสาวๆ หน้าใหม่ จะมาไยดีอะไร) ดังนั้น ปีนี้ปีใหม่ เราทำอะไรใหม่ๆ ได้มากมาย ที่สำคัญต้องไม่จมกับสิ่งเก่าที่ทำให้เราไม่ก้าวไปไหน การให้อภัยเรื่องเก่าๆ ในปีที่ผ่านมา จะทำให้เราก้าวหน้าอย่างสดชื่น โดยเฉพาะคนสำคัญที่สุด อย่าลืมให้อภัยตัวเองค่ะ เราก็พลาดได้เหมือนกัน

สวัสดีปีมะเส็งนะคะ

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา