
เพื่อนเก่าความหลังหนังสือ “โอ๊ต มณเฑียร”
โดย....โจ เกียรติอาจิณ / ภาพ โจ เกียรติอาจิณ+โอ๊ต มณเฑียร
โดย....โจ เกียรติอาจิณ / ภาพ โจ เกียรติอาจิณ+โอ๊ต มณเฑียร
ใช้ชีวิตอยู่ประเทศอังกฤษอยู่นาน ทำงานเป็นนักวาดภาพประกอบ พอกลับมาเยือนเมืองไทย คนไฮเปอร์สุดๆ วัย 24 “โอ๊ต มณเฑียร” หรือ “พัฒนพงศ์ มณเฑียร” ก็เลยออกอาการคันไม้คันมือ ลุกขึ้นมาทำงานศิลปะตามถนัดของตัวเอง
เขาถนัดอะไร ก็วาดรูปประกอบไงละ งานชุดนี้ของโอ๊ต จึงเป็นภาพวาดประกอบผสานเทคนิคหลากหลาย หยิบยืมมาจากตัวละครในหนังสือเล่มโปรด พาย้อนกลับไประลึกถึงตัวละคร แค่เอ่ยชื่อมาคุณต้องร้องอ๋อทันที
“เด็กๆ เป็นคนไม่มีเพื่อน ไม่มีสังคม เป็นเด็กตัวอ้วนใส่แว่นหนา ชอบเหงา ชอบอยู่กับตัวเอง กีฬาก็เล่นไม่เป็น ก็เลยเข้ากับเพื่อนผู้ชายไม่ได้ เพื่อนผู้หญิงก็ด้วย เข้ากันไม่ได้ สิ่งเดียวที่ผมรู้สึกว่ามันคือเพื่อนจริงๆ คือ หนังสือ เลยชอบพาตัวเองไปขลุกอยู่ในห้องสมุด จนวันหนึ่งก็สมัครเป็นบรรณารักษ์อาสา เพราะชอบหนังสือ ชอบห้องสมุด”
โอ๊ตตั้งชื่อนิทรรศการว่า ExLibris เพื่ออยากสื่อความหมายภาษาละติน ที่แปลว่า From Book นั่นหมายความถึงทุกอย่างในนิทรรศการของเขามาจากหนังสือ และเป็นหนังสือเล่มโปรดซะด้วย ซึ่งเขาขอเรียกหนังสือเล่มโปรดว่า “เพื่อนเก่า”
“ชาร์ลีกับโรงงานช็อกโกแลต” “ต้นส้มแสนรัก” “นาเนีย” “เจ้าชายน้อย” “แม่มด” หรือกระทั่งหนังสือนักเขียนไทย โอ๊ตก็หยิบมาถ่ายทอด “อยู่กับก๋ง” โอ๊ตยอมรับ หนังสือเหล่านี้ช่วยเปิดโลกให้เขาได้รู้จักอะไรกว้างขึ้น ยิ่งเฉพาะโลกแห่งจินตนาการที่สามารถสุขสนุกเศร้าร้องไห้กับมันอย่างไร้ขีดจำกัด
“ตอนที่ผมลงมือวาด มันเหมือนเป็นการกลับไปเจอเพื่อนเก่า ณ วันนี้ มุมมองผมอาจจะเปลี่ยนไป อาจไม่มองแบบเดิมๆ แล้ว แต่ความรู้สึกว่าเขาคือเพื่อนเรา ก็ยังเหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลงนะ เพียงแต่สิ่งที่ผมเคยรู้สึกสมัยโน้นมันอาจไม่เหมือนเดิม อย่างเจ้าชายน้อย โห พอกลับมาอ่านอีกรอบก็รู้สึกว่าทำไมมันดาร์กจังชีวิต หรือต้นส้มแสนรักก็รู้สึกว่าโลกมันไม่ได้สวยหรูอย่างที่คิดเลย วาดไปก็รู้สึกไป”
ผลงานของโอ๊ตสะท้อนความเป็นตัวตนของเขาได้ดีอย่างไม่มีตกหล่น เขายอมรับชอบทำงานที่ชวนให้ตั้งคำถามว่า อะไรคือตัวตนที่แท้จริงของเขา โดยปล่อยให้ผู้ชมมีส่วนร่วมด้วยการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ผ่านผลงาน เช่นเดียวกับผลงานชุดนี้ โอ๊ตก็ตั้งโจทย์กับหนังสือโปรด ซึ่งบางเล่มเขาก็เชื่อว่าไม่ใช่แค่เขาที่อ่านมันและชอบมันสุดขั้วหัวใจ แต่ยังมีผู้ชมอีกจำนวนหนึ่งก็แอบปันใจเผลอไผลหลงรักมันเข้าอย่างจัง
“ตัวตนของผมคือเสื้อผ้าที่ผมใส่ วัฒนธรรมที่ผมอยู่ หรืออาจเป็นอะไรง่ายๆ ที่หลายคนอาจมองข้ามไป แต่สำหรับมันคือสิ่งที่บ่งบอกตัวผมได้ชัดเจน มันก็หนีไม่พ้นหนังสือหรอกครับ แล้วหนังสือมันยังสะท้อนมาถึงงานศิลปะที่ผมกำลังทำด้วย มันสามารถสะท้อนตัวตนของผมได้ไม่มากก็น้อย”
รูปแบบการนำเสนอผลงานของโอ๊ต น่าสนใจตรงที่เป็น Book Sculpture หรืองานประติมากรรมกระดาษ สร้างสรรค์จากงานสะสมเก็บเก่าที่อยู่ในคอลเลกชันส่วนตัว โดยเขาได้ผสมผสานระหว่างสิ่งที่อยู่ในหนังสือ หมายถึงตัวละครเอกกับบุคคลยุคปัจจุบัน เพื่อเทียบเคียงให้เห็นถึงยุคสมัย การเปลี่ยนแปลง และความเข้มขลังของหนังสือแต่ละเล่มแต่ละตัวละคร ขณะที่บางส่วนเขานำเสนอเป็นมิกซ์มีเดีย ใช้ความถนัดที่เขาถนัดมาช่วยสร้างสรรค์ ตั้งแต่สแกน พรินต์ แล้วก็ลงมือเพนติง แต่ถ่ายทอดในธีมเดียวกันว่าด้วยหนังสือและความประทับใจล้วนๆ
“หนังสือที่ผมเอามาทำงานก็มีประมาณ 25 เล่ม ก็เลือกเล่มที่คนน่าจะรู้จักดี บางเล่มก็ต้องไปหาใหม่ในร้านหนังสือเก่า เพราะผมไม่มีแล้ว ผมไม่ค่อยซีเรียสนะครับว่ามันอาจจะขาดความเป็นออริจินัล แต่สิ่งที่ผมอยากทำคือทำอะไรสนุกๆ ท้าทาย หลายๆ เทคนิค ไม่ได้หยุดนิ่งอยู่แค่เทคนิคเดียว ผมว่ามันเหมือนเป็นการทดลองอย่างหนึ่ง เป็นการทดลองทำงานศิลปะที่พูดถึงเรื่องตัวเอง หรือเรื่องส่วนตัว โดยใช้ความกล้าหาญค่อนข้างมาก ออกมายืดอกแล้วบอกคนอื่นแบบซื่อสัตย์กับตัวเองด้วยนะว่า นี่คือตัวตนผม มันท้าทายตรงนี้แหละครับ”
นิทรรศการ ExLibris จัดแสดง ณ ร้านเมลโล ซอยทองหล่อ 16 โทร. 02-382-0065 จนถึงวันที่ 28 ก.พ.ปีหน้า จากนั้นโอ๊ตก็จะนำผลงานชุดนี้ไปจัดแสดงต่อที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ







