
วิหารแห่งใจที่ใต้บาทสวรรค์
กรกิจ ดิษฐาน
กรกิจ ดิษฐาน
วิหารแห่งใจ ที่ใต้บาทสวรรค์เส้นทางสายนี้เริ่มจากประตูเมืองเบื้องทิศตะวันออกของเมือง ทอดตัวยาวผ่านหมู่บ้านชนพื้นเมืองและท้องทุ่งในโอบล้อมปราการผาภู ไม่นานนักเส้นทางค่อยๆ ยกระดับสู่ความชันตัดผ่านผืนป่าละเมาะที่เชิงภูตวัดขึ้นไปตามไหล่จนถึงยอดเขา จากป่าฝนเปลี่ยนเป็นป่าเบญจพรรณ และป่าสนตามลำดับความสูง ไม่นานนักพวกเรายอมหยุดพักให้กับความเหนื่อยล้าของเครื่องยนต์ ที่ไหล่ถนนแคบๆ เบียดกับแผ่นผาตระหง่าน เราแลเห็นเวียงอันยิ่งใหญ่กลายเป็นเพียงหย่อมเล็กๆ ไกลสุดสายตา
ท่ามกลางความสงัด เสียงลั่นฆ้องร้องรำแว่วมาจากหัวโค้งถนนเบื้องล่าง ไม่นานนักขบวนแห่ของชาวอาข่าเรียงแถวเดินขึ้นมาตรงมายังเรา ภาษาแตกต่างย่อมไม่สำคัญในวันสำคัญเช่นนี้ พวกเราบางหยิบขนมหวานมาแจกเด็กในขบวนจนครบราวกับรู้ล่วงหน้า บางคนลั่นชัตเตอร์ด้วยรอยยิ้ม (ไม่รู้ว่าเขาภูมิใจกับการซับเจกต์ถ่ายภาพอย่างไม่คาดฝัน หรือเพราะพบคนแรมทางเหมือนกัน) และบางเราสังเกตการณ์อย่าเงียบกริบ
เราอาสานำแม่เฒ่าชราสองสามคนติดรถไปยังจุดหมายปลายทาง แต่ได้รับการปฏิเสธด้วยไมตรี ด้วยต้องการร่วมขบวนกับเพื่อนร่วมเผ่าชนมากกว่าแม้ต้องเหน็ดเหนื่อย ทั้งยังคะยั้นคะยอให้คนแปลกหน้าร่วมเฉลิมฉลอง แต่ภาระหน้าที่เร่งรัดให้คนแปลกหน้าต้องตะลุยขึ้นไปยังปลายดอย ได้แต่สัญญาว่าจะกลับมาเป็นแขกในงานสมโภชอย่างแน่นอน
แต่หนึ่งในเรากังวลว่า ไม่แน่คืนนี้อาจต้องพักค้างแรมที่ปลายดอย กับความยะเยือกถึงขั้นน้ำค้างตกผลึก
ความกังวลนั้นไม่ใช่ความกลัดกลุ้ม หากเกิดจากการเดินทางที่ไร้แผนการและแผนที่ เราอาจเผ่นลงมาทันที่ย่ำเท้าไม่กี่ก้าวหากรังเกียจปลายทางอย่างไร้เหตุผล หรืออาจหลงใหลอย่างถอนตัวไม่ขึ้น กระทั่งกล้าบ่ายเบี่ยงกับกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองอันเข้มงวด และเช่าสกอตทิช คอตเทจ สักหลังไว้คอยหลบน้ำค้างกับอาศัยเตาผิงมหึมาให้ความอบอุ่นในคืนเหมันต์ แล้วจะอบร่ำร่างด้วยน้ำอมฤต ร้องรำทำเพลงไม่เกรงใจวิญญาณหน้าไหน
หากใครทักท้วง เราจะตอบโต้ว่า นั่นคือการสมโภชและบวงสรวงในแบบของเรา
เราอาจบ้าบิ่นเหมือนสุนัขจนตรอกในบางโอกาส เพียงแต่ในฐานะมนุษย์ คนหนุ่มบ้าบิ่นเมื่อรู้สึกว่าถูกบีบคั้นด้วยความว่างเปล่าของชีวิตเท่านั้น
ว่างเปล่าในที่นี้ย่อมไม่ใช่ความหมายเดียวกับสุญตาของคุรุนาคารชุนะ หรือว่างเวิ้งว้างเหนือเพดานมหาวิหารยุคโกธิก
เป็นความว่างที่ไร้ต้นสายปลายทางในนิยามของคนจรจัดทางจิตวิญญาณ
อย่างน้อยวันนี้ ปลายทางของเรา ยังมีสถานตากอากาศยุคอาณานิคม คอตเทจอายุร้อยกว่าปีเรียงรายอยู่บนยอดเขา ประดับด้วยพญาเสือโคร่งผลิดอกสีน้ำนมอมชมพู สลับด้วยทิวสนสูงสล้าง อุณหภูมิหนาวเหน็บที่ความสูงกว่า 2,000 เมตรยังคงที่ ต้องขอบคุณม่านเมฆและสายหมอกห่มคลุมอยู่ชั่วนาตาปี
แต่บรรยากาศเช่นนี้ยังน่าหดหู่สำหรับบางเรา เพราะเขาและเขาหลีกลี้มาถึงดินแดนสูงจรดปลายตีนสวรรค์เพื่อจะลืมโลกที่ร้อนยิ่งกว่านรก ถึงจะพยายามรำพึงปลอบใจตัวเองมาตลอดทางเหมือนพระอรหันต์ภาวนาว่า สวรรค์นรกมันก็อยู่ในใจเรานี่เอง
กับนักเดินทางอีกคน อากาศวันนี้ชวนให้นึกถึงหลายฉากหน้าของชีวิต ฤดูหนาวแห่งการระเริงบันเทิงรัก ฤดูที่เขาต้องบำเพ็ญสันโดษธรรมกับตัวเอง ฤดูที่เคยทนนอนขดกับผ้าห่มขาดวิ่น ฤดูหนาวที่ราคาหุ้นวันนี้ไม่ได้ช่วยทำให้อบอุ่นขึ้นเลย
สารถีผู้หม่นหมองในความยากจน พูดไม่ได้ทั้งภาษาถิ่นและภาษาผู้มาเยือน บวกกับความไม่ช่างเจรจาจึงแปลกแยกยิ่งกว่าเรา แต่เขาไม่บึ้งตึงเช่นเจ้าของประเทศผู้เย่อหยิงและโหดร้ายกับคนท้องถิ่นต่างเผ่าพันธุ์
เขานั่งยองยกมือท่วมหัวสักการะพระเจดีย์เคลือบทองอร่ามบนยอดดอย แล้วยื่นมือรับจอกจากเราเพื่อแก้หนาวด้วยความยินดี และหวังว่าเทวดารักษาพระไตรรัตน์คงเมตตาเขาบ้างในวันผิดศีลเพราะความจำเป็นด้านมิตรภาพ
สถานที่แห่งนี้มีความหลัง บางช่วงตอนแฝงกลิ่นอายเอกสิทธิ์ของเจ้าอาณานิคมผู้ฟุ้งเฟ้อ บางแง่มุมเผยความศักดิ์สิทธิ์สถาปนาไว้หลากหลายรูปแบบความศรัทธา
ภูดอยหาใช่สถานพักกายในห่มบุปผาและลมรื่น (ในความคิดของชาวประเทศเหนือ) แต่การไต่ความสูงเกือบแตะปลายตีนพระเจ้ายังหมายถึงการชำระใจในขณะเดียวกัน
แม้นเคยเป็นอัครสถานแห่งนายทหารจากลอนดอน และวันนี้ยังเป็นฐานทัพย่อมๆ ของนักรบจากย่างกุ้ง แต่ที่แห่งนี้ยังมีวิหารหลังย่อมกับหอระฆังเรียบง่าย คล้ายประกาศถึงสันติภาพนิรันดร์ในโลกฝันเหี้ยมโหด
วันนี้ไม่เหลือเงาผู้ศรัทธาจากดินแดนโพ้นทะเล หากยังมีชนพื้นเมืองสักการะอยู่สม่ำเสมอ ยามที่พวกเขาคุกเข่าลงภาวนานั้น พานให้คิดว่าความสูงขนาดดินจูบเมฆ คงช่วยให้คำอธิษฐานส่งถึงพระผู้ทรงมหิทธานุภาพบนสรวงสวรรค์ได้เร็วกว่าคนอื่น
และข้าพเจ้าก็หวังเช่นนั้นเหมือนกัน ในฐานะผู้หลงเคว้งคว้าง บนถนนชีวิตไม่ถ้วนสาย
เทศกาลแห่งการเฉลิมฉลอง วิหารกลับร้างไร้ผู้คน เราพบเพียงบาทบริจาพระเจ้า ผู้เปี่ยมไปด้วยรังสีแห่งความการุญ ให้รู้สึกนี้อบอุ่นยิ่งกว่าพบกองไฟลุกโชนกลางปราการน้ำแข็ง
ทิฏฐิแข็งกร้าวของคนหนุ่มมักหันหลังให้กับทุกระบบความเชื่อ แต่ย่อมยินดีหากผู้ทรงศีลทั้งหลาย เพียงเมตตาต่อสรรพสัตว์ นั่นย่อมเสมือนภาพสะท้อนของทูตสวรรค์บนผืนพิภพ แต่แน่ละ ในโลกสับปะรังเคใบนี้ ความร่ำรวยและยศถารุงรังของนักบวช อาจทำให้ศาสนิกคิดอยากกลายเป็นทูตนรกลากตัวคนจอมปลอมผู้นั้นไปรับโทษชั่วนิรันดร์เอาง่ายๆ
น่าประหลาด ภายใต้ร่มเงาแห่งวิหาร ความคิดฟุ้งซ่านนั้นง่ายแก่การขจัด ภาษาไม่สลักสำคัญไปว่าการส่งทอดโดยจิต และการให้อภัยง่ายดายยิ่งกว่าเปล่งวาจาเอ่ยคำรัก
ในวังเวงศักดิ์สิทธิ์ ไม่รู้เพราะอ่อนล้าบนเส้นทางยากเข็ญ หรือเพราะระอากับการต่อสู้ตัวเอง ข้าฯ เพียงลำพังทรุดลงคุกเข่า แล้วทอดสายตาไปที่เบื้องหน้า
มิหวังสบเนตรพระเป็นเจ้า มิหวังเพรียกหาบารมีพระศาสดา เพียงชะเง้อมองเบื้องนอกหน้าต่างประดับกระจกสี แลเห็นเงื้อมเงาขุนเขายิ่งใหญ่ยรรยง หาได้อ่อนล้าคราย่างผ่านมิถ้วนยุคสมัย
แล้ววินาทีนั้น กลับชุ่มชื่น คล้ายสดับยินวิหารแห่งพงไพรกระซิบถึงหัวใจ







