
"เรดบูล สิงห์ เรซ ออฟ แชมเปียนส์ 2012"
เรซ ออฟ แชมเปียนส์ เป็นรายการมอเตอร์สปอร์ตนานาชาติที่จัดทุกปลายปี โดยเป็นรายการเดียวในโลกที่รวมนักแข่งจากฟอร์มูลาวัน, เวิลด์ แรลลี แชมเปียนชิพ, นาสคาร์, สปอร์ตคาร์ส และมอเตอร์ไซด์ มาประลองความเร็วกันแบบตัวต่อตัว
เรซ ออฟ แชมเปียนส์ เป็นรายการมอเตอร์สปอร์ตนานาชาติที่จัดทุกปลายปี โดยเป็นรายการเดียวในโลกที่รวมนักแข่งจากฟอร์มูลาวัน, เวิลด์ แรลลี แชมเปียนชิพ, นาสคาร์, สปอร์ตคาร์ส และมอเตอร์ไซด์ มาประลองความเร็วกันแบบตัวต่อตัว
นี่เป็นการแข่งขันครั้งแรกที่ไทยเป็นเจ้าภาพ และเป็นครั้งที่ 2 ในเอเชีย หลังจากจีนเคยจัดมาแล้วที่สนามกีฬารังนก เมื่อปี 2009 โดยความตื่นเต้นอยู่ที่นักกีฬาทุกคนต้องใช้ความสามารถเฉพาะตัวในการลงแข่งรถรุ่นเดียวกัน สเปกเหมือนกันทุกอย่าง ไม่มีข้อได้เปรียบเสียเปรียบ
นอกจากนี้ สนามที่ใช้ในการแข่งขันยังถูกสร้างขึ้นมาเป็นพิเศษ เป็นสนามแข่งที่มีเลนคู่ขนาน ซึ่งจะทำให้ผู้ชมที่นั่งดูอยู่บนอัฒจันทร์จะได้เห็นการขับเคี่ยวของนักแข่งตั้งแต่ต้นจนจบ แตกต่างจากการแข่งขันในสนามอื่นๆ ทั่วไป ที่จะได้เห็นรถเมื่อวิ่งผ่านหน้าไปเท่านั้น
สำหรับยอดนักซิ่งดาวดังที่ร่วมแข่งขัน อาทิ มิชาเอล ชูมักเกอร์ อดีตแชมป์โลกเอฟวัน 7 สมัย ชาวเยอรมัน, เซบาสเตียน เวตเทล แชมป์เอฟวัน 3 สมัยคนล่าสุด ชาวเยอรมัน, ไมเคิล ดูฮาน แชมป์ 5 สมัยของการแข่งขันโมโตจีพี รุ่น 500 ซีซี จากออสเตรเลีย, เดวิด คูลธาร์ด แชมป์ฟอร์มูลาวัน 13 รายการ จากสกอตแลนด์, ฮอร์เก ลอเรนโซ แชมป์โมโตจีพี 2 สมัย จากสเปน เป็นต้น
ขณะที่นักแข่งไทย 4 คน ซึ่งคัดเลือกโดยราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทยฯ ประกอบด้ว “กีกี้” ศักดิ์ นานา จากทีมเรดบูลส์, ติณห์ ศรีตรัย จากทีมสิงห์, ณัฐวุฒิ เจริญสุขะวัฒนะ จากทีมโตโยต้า และอีก 1 คน ระหว่าง ณัฐพงษ์ ห่อทองคำ หรือ แรนดี สตูวิก ลงแข่งในรอบเอเชีย คัพ กับทีมจากเอเชียอย่างจีน ญี่ปุ่น และอินเดีย
สำหรับกติกาของการแข่งขัน คือ เป็นการแข่งขันระหว่างนักแข่ง 2 คน โดยการแข่งแต่ละครั้งจะต้องขับรถรวม 2 รอบสนาม ผู้ที่ทำคะแนนได้ดีที่สุด 2 คน จะได้เข้าไปสู่ในรอบต่อไป โดยวันที่ 14 ธ.ค. เป็นการแข่งขัน 4 ทีมจากทวีปเอเชีย ซึ่งแต่ละประเทศจะมีนักแข่ง 2 คน ผู้ที่ทำคะแนนดีที่สุด 2 ทีม จะได้เข้าชิงในรอบชิงชนะเลิศ และในรอบชิงชนะเลิศจะแข่งกัน 3 รอบ ทีมที่ชนะก่อน ถือว่าเป็นผู้ชนะ
กรณีที่การแข่งขันได้ผลออกมาผู้ชนะมีคะแนนเสมอกัน จะเอาการแข่งขันในรอบที่ 3 เป็นตัวตัดสิน โดยทีมจากประเทศไทยและผู้ชนะจากการแข่งขันในรอบนี้ จะมีสิทธิได้เข้าไปแข่งขันในรอบเนชันส์ คัพ วันที่ 15 ธ.ค. ซึ่งมีจำนวน 8 ประเทศ โดยแต่ละประเทศจะมีนักแข่ง 2 คน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม แต่ละกลุ่มประกอบด้วย 4 ทีม ในแต่ละกลุ่มจะมีการแข่งขันรวมกันทั้งหมด 12 ครั้ง (การแข่งแบบตัวต่อตัว จัดเฉพาะในรอบเรซ ออฟ แชมเปียนส์ วันสุดท้าย โดยจะแข่งแค่ 6 ครั้งในแต่ละกลุ่ม)
ผู้ที่ได้แต้มสูงสุด 2 ทีมในแต่ละกลุ่ม ก็จะได้เข้ามาแข่งในรอบรองชนะเลิศ และการแข่งขันรอบรองชนะเลิศนั้นจะเลือกจากผู้ได้คะแนนสูงสุดจากการแข่ง 3 ครั้ง โดยนักแข่งแต่ละคนจะแข่งขันกับคู่แข่งขันที่มาจากทีมอื่น และถ้าผลการแข่งขันคะแนนเสมอกันหลังจากแข่งขันครั้งที่ 2 การแข่งขันครั้งที่ 3 ถือเป็นการตัดสินว่าใครจะได้เข้ารอบชิงชนะเลิศ ซึ่งวิธีการตัดสินในรอบชิงชนะเลิศเพื่อชิงถ้วยเนชันส์ คัพ จะใช้วิธีการแข่งขันแบบเดียวกับรอบรองชนะเลิศ
สำหรับการแข่งขันวันสุดท้าย 16 ธ.ค. เป็นการรวมตัวของนักแข่ง 16 คน จะแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มละ 4 คน ในแต่ละกลุ่มจะมีนักแข่งหลักๆ เป็นตัววาง ซึ่งจะแข่งแบบแพ้คัดออกทันที โดยผู้ชนะจะได้เข้าไปแข่งขันในรอบรองชนะเลิศ และผู้ชนะในรอบรองชนะเลิศจะไปชิงชัยในรอบสุดท้าย โดยการตัดสินรอบนี้จะเลือกผู้ที่มีผลชนะ 2 ครั้ง จากการแข่งขัน 3 ครั้ง เพื่อหาผู้ชนะของการแข่งขันเรซ ออฟ แชมเปียนส์ สุดยอดนักแข่งแห่งปี







