
น้ำท่วม แล้วก็น้ำแล้ง
ปีที่แล้วน้ำท่วมกรุงเทพฯ และปริมณฑลเสียวุ่นวาย เตรียมรับมือกับน้องน้ำไม่เท่าไร
โดย...หนูดี – วนิษา เรซ
ปีที่แล้วน้ำท่วมกรุงเทพฯ และปริมณฑลเสียวุ่นวาย เตรียมรับมือกับน้องน้ำไม่เท่าไร ปีนี้ต้องปรับตัวกันอีกครั้ง เพราะน้ำแล้งเสียแล้วนะคะ เกิดเป็นคนยุคนี้สมัยนี้ ถ้าปรับตัวไม่เก่ง ไม่ชินกับการรับมือกับความเปลี่ยนแปลง สงสัยจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างลำบากนักหนา ดูไปดูมาปีนี้นอกจากน้ำไม่หนาแล้ว ยังทำท่าจะแล้งอีกต่างหาก ทำเอาปรับตัวกันแทบไม่ทัน แต่จะทำอย่างไรได้ เกิดเป็นประชากรโลก พ.ศ.นี้ ห้ามงงนาน ห้ามตั้งหลักนาน ได้ข้อมูลมาแล้ว ก็ลุยโลดเลยค่ะ
เอาล่ะค่ะ เอาเป็นว่าปีนี้แล้งชัวร์
ดูข้อมูลกันนะคะ
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประกาศพื้นที่ประสบภัยแล้งแล้ว 12 จังหวัด กับอีก 94 อำเภอ เช่น กาฬสินธุ์ สกลนคร อุดรธานี หนองบัวลำภู นครพนม ร้อยเอ็ด ฯลฯ และในเวลานี้ น้ำในเขื่อนอุบลรัตน์มีน้ำเพียงร้อยละ 27 คิดเป็น 500 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่วนเขื่อนลำปาว ที่เป็นเขื่อนดิน ความยาว 7.8 กิโลเมตร ความสูง 33 เมตร ซึ่งตั้งอยู่ใน จ.กาฬสินธุ์ นั้น มีน้ำเหลือเพียงร้อยละ 18 แต่เป็นน้ำที่ใช้การได้จริงเพียงร้อยละ 13 เท่านั้นเองค่ะ
นี่เป็นตัวอย่างเล็กๆ ของเพียง 2 เขื่อนเท่านั้น แต่ความแล้ง ได้มาเยือนพวกเราแล้ว
แน่นอนว่า นี่เป็นปัญหาระดับชาติ แต่ปัญหาที่ใหญ่ระดับชาติ จะรอให้รัฐบาลหรือองค์กรขนาดใหญ่แก้ไขกันไปแต่ฝ่ายเดียวก็เกินกำลัง เพราะองค์กรหนึ่ง กับชาติชาติหนึ่งนั้น ขนาดมันคนละไซส์ ดังนั้นเราทุกคนต้องลงแรงร่วมกันคนละหน่อย แล้วผลมันจะได้มหาศาลค่ะ
อยากให้มองไปที่ประเทศที่เก่งเรื่องการจัดการภัยพิบัติอย่างเช่นประเทศญี่ปุ่น เพราะเขาเจอมาเยอะ และเขาฝึกคนของเขาจนมีวินัยมาก ทำให้เมื่อเกิดเหตุร้าย พวกเขาทุกคนยินดีสละความสบายส่วนตัว เพื่อให้ส่วนรวมที่ใหญ่กว่ารอดไปได้ เช่น กรณีที่ขอให้สาวญี่ปุ่นผมยาวทุกคนร่วมมือกันตัดผมเพื่อชาติ เพราะผมยาวนั้น สระผมนานกว่าและใช้น้ำเยอะกว่า ส่วนผมสั้นก็สวยเหมือนกันแต่ประหยัดน้ำได้มากกว่าเยอะ ในกรณีนั้น ก็มีสาวๆ อาทิตย์อุทัยตัดผมกันไปเป็นจำนวนมาก ในทางกลับกัน ลองคิดเล่นๆ ว่า หากรัฐบาลอเมริกันลองประกาศแบบนี้บ้าง สงสัยสาวออฟฟิศอเมริกันคงรวมตัวกันลงนามยื่นฟ้องศาล หาว่ารัฐบาลละเมิดสิทธิมนุษยชนแน่ๆ
มาดูที่เมืองไทยของเราบ้าง น้ำแล้งแบบนี้ องค์กรของรัฐใหญ่ๆ ขยับตัวกันไปเยอะแล้ว และเราเอง ในฐานะประชากร 1 คน จะทำอะไรได้บ้าง เราทำได้เยอะค่ะ หนูดีเองก็ลงมือไปแล้วมากมายหลายข้อ วันนี้เลยจะมาเชิญชวนประหยัดน้ำแบบที่ไม่เบียดเบียนชีวิตที่สะดวกสบายมากเกินไปนัก ทำแล้วไม่อึดอัดใจ
ข้อแรก ในเมื่อเป็นสาวผมยาวมาก และไม่มีความคิดจะตัดผม ที่ผ่านมาหนูดีชอบอาบน้ำอุ่น และแช่ตัวอยู่กับสายน้ำเป็นเวลานานทั้งๆ ที่ฟองสบู่ก็หมดไปแล้ว ส่งผลให้เปลืองน้ำมากมาย แถมยังมีผลข้างเคียง คือ ทำให้ผมแห้งและผิวก็แห้งตามไปด้วย ในบางโอกาสถึงกับต้องไปหาหมอผิวหนังเพื่อรักษาอาการแห้งทั้งที่หนังศีรษะและที่หลังตามจุดที่น้ำอุ่นจนควันขึ้นนั้นตกลงมากระทบ ตอนนี้ปรับมาเป็นอาบน้ำอุณหภูมิปกติค่ะ ไม่ร้อนแต่ก็ไม่เย็นเจี๊ยบ เป็นน้ำปกติที่เปิดออกมาจากฝักบัวและก๊อกน้ำ พบว่าอาบได้และสดชื่นดีด้วย ทั้งๆ ที่ติดอาบน้ำอุ่นมาเป็นสิบปีสมัยอยู่อเมริกา อาบจนห้องน้ำเต็มไปด้วยไอน้ำ พอเปลี่ยนเป็นน้ำเย็น ชีวิตเปลี่ยนเลยค่ะ เพราะนอกจากผิวจะเลิกแห้งตึงแล้ว ส่งผลให้เราอาบน้ำเร็วมาก เพราะใครจะอยากยืนแช่น้ำเย็นๆ ใช่ไหมคะ เลยส่งผล 4 เด้ง คือ ผิวเลิกแห้งจนแสบ ผิวหนังศีรษะเลิกแห้งจนต้องรักษา อาบน้ำเร็วขึ้นมากก็เหลือเวลามาทำอะไรได้เยอะขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะก่อนนอนที่ได้นอนเร็วขึ้นอีกเยอะ และอย่างสุดท้ายที่เป็นประเด็นวันนี้ของเรา นั่นก็คือ พออาบน้ำเร็ว ก็ช่วยประหยัดน้ำไปโดยปริยาย ดีจริงๆ ค่ะ
วิธีประหยัดน้ำแบบชิล ชิล นอกจากนี้หนูดีมีมาแนะนำดังนี้ค่ะ
ท ให้เราเช็กตามก๊อกน้ำในบ้าน นอกบ้าน ว่ารั่วหรือเปล่า ด้วยวิธีปิดจุดปล่อยน้ำทุกจุด แล้วเดินไปดูว่ามิเตอร์หมุนไหม ด้วยวิธีสุดง่ายนี้หนูดีพบน้ำรั่วไม่ต่ำกว่า 3 จุดในบ้าน โดยเฉพาะตรงถังเก็บน้ำในบ้านนั่นเอง พอพบ ก็แก้ได้ง่ายค่ะ คนจีนเขาถือด้วยนะคะ น้ำรั่วแม้กระทั่งในจุดที่ไม่เห็น เช่น ในฝ้าเพดาน ในผนัง จะทำให้เงินทองในธุรกิจรั่วไหล แหม เรื่องแบบนี้ มันรั่วไหลเห็นๆ ต้องจ่ายค่าน้ำที่ไม่ได้ใช้ทุกเดือน รั่วไหลชัดๆ ไม่ต้องพึ่งซินแสก็ฟันธงได้
ท อย่าใช้โถส้วมต่างถังขยะ อันนี้คนทำเยอะ ไม่รู้จะทิ้งกระดาษหรือเศษผงที่ไหน ก็เทใส่โถส้วมแล้วกดซะงั้น หนูดีเองเพิ่งเจอภาวะส้วมเต็มที่บ้าน ให้คนมาซ่อม พบกระดาษชำระอัดอยู่มากมาย ซ่อมเสร็จแล้วก็ได้ความรู้ใหม่ว่า กระดาษชำระถ้าใส่มากไป มันก็ไม่ย่อยและอุดตันได้นะคะ เลยเริ่มเข้าใจว่า ทำไมตามห้างสรรพสินค้าเขาถึงห้ามทิ้งกระดาษชำระลงในโถส้วม
ท อันนี้ ฟังดูง่ายๆ แต่คนไม่ค่อยทำ กรุณาปิดน้ำระหว่างที่คุณแปรงฟัน ระหว่างฟอกสบู่ และระหว่างโกนหนวดค่ะ เปิดน้ำไหลไว้ตอนนั้นได้ประโยชน์อะไร ไม่มีเลย แต่น่าแปลก คนทำกันเยอะมาก ตรงนี้พื้นที่ส่วนตัว เราต้องมีสำนึกให้โลกใบนี้เอง ส่วนน้องสาวคนเก่งเคยแสดงอภินิหาร เดินไปปิดก๊อกของสาวอเมริกันที่ใช้ห้องน้ำสาธารณะร่วมกัน เพราะเธอคนนั้นฟอกสบู่มือไปคุยกับเพื่อนไป เปิดน้ำทิ้งไหลพลั่งๆ น้องทนไม่ไหว เดินไปปิดแล้วสบตากันจังๆ ให้รู้ไปเลยว่า เธอทำแบบนี้ มันไม่สมควรนะ งานนี้ขอคารวะน้องจริงๆ แซบเวอร์ค่ะ
ส่วนวิธีประหยัดน้ำอื่นๆ มีมากมาย ใครคิดได้ ลงมือทำเลยนะคะ เพราะโลกปัจจุบันนี้ อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้ ปีก่อนน้ำเยอะน้ำท่วม ปีนี้แล้งเสียแล้ว การปรับตัวได้เร็ว ก็เป็นดัชนีชี้วัดว่า สิ่งมีชีวิตนั้นจะรอดได้หรือเปล่า เหมือนที่ ชาร์ลส์ ดาร์วิน บอกไว้น่ะค่ะ “It is not the strongest of the species that survives, nor the most intelligent that survives. It is the one that is the most adaptable to change.”







