
หอมอร่อยกับเมนูกล้วยๆ ‘บานาน่า บานอฟฟี่’ ของหนูสิ
โดย...วรธาร ทัดแก้ว / ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี
โดย...วรธาร ทัดแก้ว / ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี
ดร็อปเรียนนิติศาสตร์ รามคำแหง ตั้งแต่รับตำแหน่งมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2010 และพอพ้นจากตำแหน่ง “หนูสิ-สิริรัตน์ เรืองศรี” ก็หันมาสปีดกับการเรียนเต็มที่ หวังจะคว้าใบปริญญาตรีให้คุณพ่อคุณแม่ได้ชื่นใจ โดยเฉพาะคุณพ่อซึ่งเป็นทนายความถึงกับบอกลูกสาวแสนสวยว่า จะทำอะไรกับชีวิตก็ตามใจลูก ขอเพียงแค่เอาใบปริญญามาฝากพ่อก็พอแล้ว
ณ ตอนนี้ เวลาส่วนใหญ่อดีตมิสไทยแลนด์เวิลด์จึงต้องทุ่มเทไปกับการเรียนอย่างหนัก ด้วยหวังที่จะให้จบในปีการศึกษานี้ให้ได้
“เวลานี้สิขอโฟกัสไปที่เรื่องเรียนค่ะ เพราะว่าตอนสิประกวดมิสไทยแลนด์เวิลด์ไล่มาถึงการทำงานในตำแหน่งมิสไทยแลนด์เวิลด์ก็ดร็อปเรียนไว้ จนเมื่อพ้นจากตำแหน่งตามวาระก็กลับมาเรียนต่อ แต่ปีนี้เป็นปีสุดท้าย ก็พยายามจะเรียนให้จบให้ได้ ส่วนเรื่องงานก็ยังทำอยู่ค่ะ กับบีอีซีเทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ โดยพี่ณวัฒน์ (อิสรไกรศีล) ก็ยังมอบหมายงานให้ทำอยู่” อดีตมิสไทยแลนด์เวิลด์ ปี 2010 กล่าว
ปัจจุบันเธอเหลือสัญญากับบีอีซีเทโรฯ อยู่ปีเดียว จากนั้นก็เป็นเวลาที่เธออยากจะทำอะไรที่ไหนก็ได้ เพราะไม่มีการผูกมัดอะไร แต่เธอบอกว่ามีการวางแผนในอนาคตไว้บ้างแล้ว แต่ตอนนี้ขอเรียนให้จบก่อน
“หลังจากเรียนจบก็คิดว่ามีอะไรที่อยากทำเยอะอยู่ อย่าง AEC ที่จะเปิดในปี 2558 สิมองว่าเมื่อเราจบกฎหมายมาก็คิดว่าการเป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมายให้บริษัทต่างๆ โดยเฉพาะบริษัทต่างประเทศที่จะเข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทยซึ่งจะต้องรู้ว่าในประเทศเราอนุญาตให้เขาทำอะไรได้บ้าง หรือบริษัทคนไทยก็เช่นกันต้องรู้กฎหมายกับประเทศนั้นๆ เหมือนกัน อันนี้ก็น่าสนใจค่ะ หรือการเปิดบริษัทเอเจนซีก็น่าทำนะ และยังมีอีกเยอะที่คิดไว้ ทุกอย่างต้องใช้เงิน แต่ตอนนี้ต้องเรียนให้จบก่อนแล้วค่อยว่ากันอีกที”
งั้นก็ขอเอาใจช่วยหนูสิ...คว้าใบปริญญาสมใจปรารถนาในเร็ววัน แต่ตอนนี้รู้สึกหิวขึ้นมาแล้ว สงสัยคงอยากกินขนมฝีมือของหนูสิเข้าให้แล้ว
“บานาน่า บานอฟฟี่” (Banana Banoffi) ชื่อก็เก๋ และเธอยังบอกว่า นี่คือเมนูขนมโปรด รสชาติอร่อยขั้นเทพ สูตรได้มาจากหนุ่มเชียงใหม่เจ้าของโรงแรมเดอะ ฟีนิกซ์ และเจ้าของร้านแคตช์ อัพ คาเฟ่ ถนนลาดกระบัง ซอย 7
“ต้องขอบคุณคุณซัน (เจ้าของร้าน) และเพื่อนอีก 2 คน คือ แจ็คและนิค ที่ให้สูตรนี้และสอนวิธีทำให้นานแล้ว แถมวันนี้ยังเปิดร้านและหาอุปกรณ์ในการรังสรรค์เมนูนี้ให้สิอีก”
อย่าช้าๆ หนูสิ...สำแดงฝีมือกันเลย รู้ไหมว่าท้องร้องแล้วจ้า
บานาน่า บานอฟฟี่
ส่วนผสม (สำหรับ 1 คน)
โอริโอ้ 1 ซอง
เนยละลาย 50 กรัม
กล้วยหอม 1 ลูก
ดูเช เดอ ลาเช (นมข้นตุ๋น) 50 กรัม หรือตามชอบ
วิปป์ครีม 100 กรัม
ใบมินต์ 2-3 ใบ
ผงโกโก้ 10 กรัม
วิธีทำ
เริ่มต้นบดโอริโอ้ แต่ก่อนบดเอามีดปาดส่วนที่เป็นครีมออกให้หมดเหลือแต่ตัวแครกเกอร์อย่างเดียว ถ้าต้องการโอริโอ้เป็นผงๆ ก็ใช้เครื่องปั่น แต่ถ้าชอบแบบกรุบกรอบครันชี่หน่อยให้ใช้มือบด โดยเอาโอริโอ้ใส่ถุงพลาสติกใสแล้วทุบให้ละเอียด หรือจะเอาใส่ครกตำก็ได้...(โอ้โห ช่างคิดได้นะหนูสิ)
เมื่อเห็นว่าได้เนื้อโอริโอ้ตามต้องการ ก็เอาไปละลายกับเนยโดยเทลงในชามใหญ่ก้นลึกปากกว้างๆ แล้วเทเนยที่ละลายแล้วลงไปผสมคลุกๆๆๆ ให้เข้ากัน...(ว่าแต่เห็นหนูสิคลุกแล้วอยากช่วยคลุกด้วยเหลือเกิ๊น)
เสร็จแล้วนำแม่พิมพ์รูปต่างๆ จะเป็นวงกลม รูปหัวใจ หรือรูปสามเหลี่ยมก็ได้ มาเป็นแบบ วางบนจานแล้วตักโอริโอ้บดลงไปอัดให้แน่นสูงประมาณ 12 ซม. แล้วเอาไปแช่ในช่องฟรีซ 10-15 นาที ค่อยนำออกมาวางบนจานสำหรับเสิร์ฟ จากนั้นดึงแม่พิมพ์ออกโดยบิดนิดเดียว
ขั้นต่อไป สไลซ์กล้วยหอมตามชอบ แนะนำว่าถ้าใครชอบกินกล้วยหวานให้ใช้กล้วยน้ำว้าหรือกล้วยไข่ แต่ถ้าชอบหอมก็ต้องกล้วยหอม เสร็จแล้ววางกล้วยสไลซ์แล้วให้เป็นวงกลมเกลียวขึ้นไปประมาณ 2-3 ชั้น โดยในแต่ละชั้นหลังจากวางกล้วยสไลซ์เสร็จให้ราดเดอ ลาเชบนกล้วย ส่วนรูตรงกลางให้ใส่วิปป์ครีมลงไป
ตกแต่งให้สวยงามด้วยวิปป์ครีม โดยใช้หัวบีบกลมขนาดกลาง ส่วนใครจะใช้หัวบีบแบบแฉกแบบเกลียวก็ตามอัธยาศัย ขึ้นกับว่าจะแต่งยังไง แบบไหน เสร็จแล้วโรยด้วยผงโกโก้และแต่งด้วยใบมินต์ หรือจะกลีบดอกไม้ เช่น กุหลาบ ก็สวยน่ารับประทาน







