
หนาวนี้...ความรักอยู่หนใด...ไปไหนดี?
จั่วหัวไว้ซะหวานปนหดหู่ใจ (สำหรับหนุ่มโสดอย่างผม อิอิ) แต่ก็เชื่อว่ายังมีใครอีกหลายคนที่ยังโสด เหงา และหนาวหัวใจ
จั่วหัวไว้ซะหวานปนหดหู่ใจ (สำหรับหนุ่มโสดอย่างผม อิอิ) แต่ก็เชื่อว่ายังมีใครอีกหลายคนที่ยังโสด เหงา และหนาวหัวใจ
โดย...จตุรภัทร หาญจริง
โดยเฉพาะลมหนาวที่กำลังเดินทางใกล้เข้ามา ผมชอบ “จิ้น” อยู่เป็นประจำว่า ถ้าผมมีคนรัก ผมอยากจะพาเขาไปยังที่ที่มีต้นไม้ สายน้ำ ท้องฟ้าสีคราม ภูเขาเลากา อาจจะมีแกะมาร้องแบ๊ะๆ อยู่ใกล้ๆ หรือในตอนกลางคืน มีแสงไฟอุ่นๆ จากแสงเทียนคอยเพิ่มบรรยากาศ ยิ่งถ้ามีนักร้องมาร้องเพลงเพราะๆ ให้ฟัง มีเครื่องดื่มพอให้เคลิบเคลิ้มหัวใจ โอย...ไม่อยากจะคิดไกลว่า เมื่อบรรยากาศมันพาไป อะไรจะเกิดขึ้น
“ปิดต้นฉบับด่วนจ๊ะ”
และแล้วความฝันของผมก็พลันสลาย เสียงฟ้าฟาดจากบรรณาธิการกระตุ้นเตือนให้ผมรู้ตัวว่า ผมต้องปิดต้นฉบับสกู๊ปเกี่ยวกับเทศกาลดนตรีที่เฮโลกันมาจัดในช่วงหน้าหนาว เหมือนรู้งานว่านี่คือช่วงไฮซีซันที่พลาดไม่ได้ (ปรายตามองดูรายชื่อสปอนเซอร์หลัก ล้วนแล้วแต่เป็นเครื่องดื่มทั้งนั้น) คุณพอจะนึกออกใช่ไหมว่า เมื่อฤดูหนาว สถานที่สุดคูล และเหล่าศิลปินมากหน้าหลายตาโคจรมาเจอกัน อะไรจะเกิดขึ้น!
ว่าแต่ เวลาหน้าหนาวมาถึงทีไร โสดไม่โสด “กรูก็อยากไปเทศกาลดนตรีทุกที”
ถ้ากางปฏิทินดูจะพบว่า เทศกาลดนตรีสุดแสนโรแมนติก ท่ามกลางสายลมหนาวและหมอกขาวบริสุทธิ์ (โอ๊ย กวีสุดๆ) มีอยู่ 3 เทศกาลใหญ่ๆ ด้วยกัน เริ่มตั้งแต่วันเสาร์ที่ 24 และวันอาทิตย์ที่ 25 พ.ย. ที่ใกล้จะถึงนี้ กับ Season of Love Song music Festival ครั้งที่ 3 จัดขึ้นที่ สวนผึ้ง รีสอร์ท อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ญาณกร อภิราชกมล กรรมการบริหาร บริษัท บูสท์ พลัส ว่า จุดกำเนิดของเทศกาลดนตรีเพลงรัก เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ต้นปี 2010
“คณะผู้จัดของเรา มีแนวคิดที่จะสร้างสรรค์เทศกาลดนตรีเพลงรัก ที่มีการรวมตัวของศิลปินเพลงรักชื่อดังมากที่สุดในประเทศ โดยศิลปินเหล่านี้จะขับกล่อมผู้ชมท่ามกลางบรรยากาศอันสุดแสนโรแมนติก ซึ่งหลังจากที่ได้เสาะหาสถานที่แห่งความฝันนี้อยู่นาน ก็มาลงตัวที่ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ซึ่งอำเภอเล็กๆ ที่มีความน่ารักโรแมนติก และมีหมอกปกคลุมท่ามกลางหุบเขาตลอดปี อีกทั้งยังใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพฯ เพียงไม่เกิน 2 ชั่วโมง”
เดินทางมาถึงครั้งที่ 3 แล้ว ย่อมต้องมีอะไรที่พิเศษและแตกต่างกว่าครั้งที่ผ่านๆ มา “ครั้งนี้ เราเนรมิตให้บรรยากาศหวานเป็นพิเศษ เพื่อให้คนที่เดินทางมาได้ประทับใจตลอดระยะเวลา 12 ชั่วโมงโดยไม่รู้เบื่อ แต่จะเนรมิตเป็นอะไร คุณต้องมาพิสูจน์ด้วยตัวคุณเอง แล้วคุณจะพบว่า หนาวนี้ไม่รู้ลืมจริงๆ”
จากแนวคิดที่ว่า “การเปลี่ยนบรรยากาศเหมือนกับการชาร์จแบตฯ ให้ร่างกาย” นี่จึงเป็นแนวคิดหลักของเทศกาลดนตรี Over Coat Music Festival รักแรกพบ และรักที่ไม่ลืมเลือน ที่จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 ด้วยความที่อยากให้ใครหลายคนพักความวุ่นวายในเมืองใหญ่ แล้วมาผ่อนคลายอารมณ์ ณ เดอะ ฟรอนท์ บาย บี.เอ็น.ฟาร์ม อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ งานนี้ ศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวถึงงานนี้ว่า “เราอยากเห็นคนไทยใส่โอเวอร์โค้ตเก๋ๆ มาอวดรับลมหนาว เคล้าเสียงเพลง โดยไม่ต้องไปถึงต่างประเทศ และสามารถฟังดนตรีสบายๆ พร้อมอากาศหนาวเย็น ที่โอบล้อมไปด้วยขุนเขาและสายหมอกที่เป็นของจริง”
หลายคนคงสงสัยว่า ทำไมถึงต้องเป็นเขาค้อ “เราตระเวนหาสถานที่ในฝัน ที่อยากให้ทุกคนได้สัมผัสบรรยากาศดีๆ อากาศหนาวๆ จนสุดท้ายก็เจอสถานที่ที่เหมาะสมทุกด้านอย่าง เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ เพราะโอบล้อมไปด้วยขุนเขา สายหมอก และอากาศที่หนาวเย็นตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในเดือน ธ.ค. ที่จะมีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 10 องศาเซลเซียส บางวันอาจจะหนาวเย็นถึง 5 องศาเซลเซียส หรือต่ำกว่านั้น จนหลายคนตั้งฉายาให้ว่าเป็นสวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย”
เทศกาลดนตรีนี้จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 9 ธ.ค. จันทร์ศรีษร มณีฉาย กรรมการบริหาร บริษัท มีเดีย แรพ ในฐานะผู้จัดงานย้ำเตือนว่า นอกจากศิลปินที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี ยังมีอะไรพิเศษๆ อีกเพียบ “โดยเฉพาะวง 25 อาวร์ส ที่เตรียมเพลงพิเศษมามอบให้ทุกคนได้อบอุ่นจนลืมความหนาวกันไปเลย และภายในงานยังมีการจัดโซนกิจกรรมต่างๆ เพื่อเพิ่มสีสันและความสนุก เชื่อว่าคนที่เคยมาชมงาน ถ้ามาเที่ยวปีนี้จะพบการเปลี่ยนแปลงไปอีก เรียกได้ว่าจัดจ้านยิ่งขึ้น
ที่สำคัญ อย่าลืมใส่โอเวอร์โค้ตตัวสวย พร้อมพร็อพเก๋ๆ อย่างหมวก ถุงมือ หรือกระเป๋าสะพายใบสวยมาสร้างสีสันให้เหมือนว่าได้ท่องสวิสฯ และอย่าลืมเตรียมฟิตร่างกายให้แข็งแรง เพื่อโต้ลมหนาวสนุกยันเช้าด้วยกันครับ”
ปิดท้ายกันด้วยเทศกาลดนตรีที่จัดขึ้น ณ ฟาร์มเลี้ยงแกะแนววินเทจ ซีนเนอรี่ วินเทจฟาร์ม อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ต้องขอบอกว่า หลังจากที่ผมได้ไปสัมผัสบรรยากาศที่เป็นของจริง ณ ที่แห่งนี้ ผมรู้เลยว่า การส่งท้ายปี ด้วยเทศกาลดนตรี “So in Art So in Love” ที่จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 29 ธ.ค. ต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
รติ พันธุ์ทวี ผู้อำนวยการบริหารประจำสำนักงานกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น กล่าวถึงความไม่ธรรมดาของเทศกาลดนตรีนี้ว่า เป็นเทศกาลดนตรีที่ทำให้ความรัก เพลงรัก และงานศิลปะหลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างลงตัว “เราตั้งใจจะทำให้ทั้งสามส่วนนี้เดินทางมาเจอกัน ผมคิดว่าเพลงรักจะช่วยทำให้งานศิลปะมีความพิเศษมากขึ้น และทำให้หัวใจของคุณอุ่นขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ คุณยังสามารถพบความรักหลากหลายรูปแบบได้ที่นี่หมด ไม่ว่าจะเป็นรักจากแฟน จากครอบครัว จากเพื่อน จากพี่น้อง อีกทั้งมาฉลองปีใหม่ด้วยกันที่นี่ได้ครับ”
กิตติพัฒน์ สิทธัตถ์ ผู้บริหาร เดอะะ ซีนเนอรี่ วินเทจฟาร์ม เปิดใจต่ออีกว่า จุดเด่นของเทศกาลดนตรี สถานที่ถือเป็นจุดขายสำคัญ “ที่นี่อยู่ท่ามกลางหุบเขา เป็นฟาร์มท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์ในเรื่องของการเลี้ยงแกะ การตกแต่งสถานที่ด้วยชิ้นส่วนที่นำเข้าจากต่างประเทศ อีกทั้งเรื่องของบรรยากาศที่โปร่งโล่งสบาย สามารถรับคนเข้ามาเที่ยวได้ประมาณ 1 หมื่นคน แต่สำหรับเทศกาลดนตรีจะรับแค่ 7,000 คน เพราะไม่อยากให้คนมางานรู้สึกแออัด อยากให้รู้สึกสบายๆ ผ่อนคลายมากกว่า
นอกจากนี้ ยังได้เตรียมเรื่องที่จอดรถมากกว่า 3,000 คัน มีรถรับส่งจากปากทาง มีรถตู้รับส่งที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มีเต็นท์ที่พัก มีรีสอร์ตข้างเคียง มีห้องน้ำแยกชายหญิงไว้โดยรอบ มีหน่วยรักษาความปลอดภัย ทำให้มาเที่ยวกันได้อย่างมั่นใจ และไม่เป็นกังวลครับ”
หากผมจะถามคุณว่า หนาวนี้ คุณมีโปรแกรมเดินทางท่องเที่ยวไปที่ไหนบ้าง ถ้ายังไม่มี หรือมีแล้วแต่ยังลังเลใจ เทศกาลดนตรีดีๆ เหล่านี้คือทางเลือกที่เข้าทีไม่น้อยเลยทีเดียวครับ ลองตัดสินใจเลือกไปสักงาน แล้วคุณจะค้นพบคำตอบว่า ถ้าให้การันตีความคุ้มค่า คำว่าคุ้ม มันยังดูน้อยเกินไป เพราะงานดีๆ แบบนี้ สำหรับผม มันคุ้มยิ่งกว่าคุ้มครับ!
Top 3 ทุกเวที เหมาเรียบ
หนึ่ง อีทีซี
“รู้สึกดีใจครับ ที่พอเข้าหน้าหนาวทีไร ก็มักจะได้ไปเล่นดนตรีในเทศกาลดนตรีอยู่ตลอด ผมว่านี่เป็นโอกาสดีของศิลปิน เนื่องจากแต่ละงานเป็นงานใหญ่ คนดูเยอะมาก อีกอย่างเป็นการเล่นแบบคอนเสิร์ตจริงๆ อย่างเล่นตามผับ มันกึ่งๆ คนมาเที่ยวโดยบังเอิญ หรือมาทานข้าว ทำให้ศิลปินไม่ได้เล่นเพลงที่อยากเล่นจริงๆ แต่อย่างเทศกาลดนตรีนี่ อารมณ์มันไปเลยนะ เพราะสถานที่สวยๆ อากาศดีๆ ทำให้นักร้องนักดนตรีมีความสุนทรีย์ในการเล่น ยิ่งเห็นคนดูรู้สึกดีไปกับเราด้วยยิ่งรู้สึกดีเข้าไปใหญ่ สำหรับเพลงที่พลาดไม่ได้เลย คือ 3 เพลงนี้ครับ สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าหัวใจ เธอคือใคร และเปลี่ยน”
วัชราวลี
“ก็ดีใจนะครับ ที่หนาวนี้ วัชราวลีไปเล่นดนตรีทุกงานเลย (หัวเราะ) เราถือว่านี่เป็นสีสันท้ายปีที่อยากชวนทุกๆ คนมาสร้างความสุขร่วมกัน บอกได้เลยว่า ศิลปินทุกคน มีความสุขที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในความสุขของพวกคุณทุกคน ยิ่งได้เห็นแววตาที่เป็นประกาย และรอยยิ้มแห่งความสุขอยู่ทั่วทุกพื้นที่ มันเป็นความรู้สึกที่ดีมากๆ ครับ”
ลุลา
“อย่าเรียกว่าเหมาเรียบเลยค่ะ เรียกว่าดีใจที่ได้มาสร้างความสุขให้เพื่อนๆ ในทุกเทศกาลดนตรีดีกว่า (หัวเราะ) ลุลาว่า การได้มาเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลดนตรีในช่วงหน้าหนาวนี้ มันเป็นความรู้สึกที่ดีมากๆ คิดดูว่าถ้าเราได้ขับรถเดินทางไกล ได้มาลั้ลลากับคนรู้ใจ กับเพื่อน หรือกับครอบครัว รวมทั้งได้มาซึมซับอากาศบริสุทธิ์ ได้มาฟังเพลงเพราะๆ ได้มากอดกันเบาๆ ให้อุ่นหัวใจ ท่ามกลางอากาศเย็นๆ ชิลชิล แบบนี้ มันยิ่งกว่าความรักผลิบานในหัวใจอีกค่ะ”







