
ความรัก ความเปลี่ยวเหงา
นานๆ จะหยิบหนังเกย์มาเขียนสักเรื่อง และต้องขอบอกเลยว่ามันเป็นหนังเกย์ที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งก็ว่าได้
โดย...นโรจน์
นานๆ จะหยิบหนังเกย์มาเขียนสักเรื่อง และต้องขอบอกเลยว่ามันเป็นหนังเกย์ที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งก็ว่าได้ แถมยังการันตีด้วยรางวัลมากมายจากทั้งเทศกาลหนังเกย์และรางวัลจากเวทีอื่นๆ อีกมากมาย ที่สำคัญได้รับเสียงชื่นชมจากนักวิจารณ์อีกเพียบเสียด้วยสิครับ
Weekend เป็นหนังเกย์จากอังกฤษ ที่พูดถึงแนวคิดของความเป็นเกย์อย่างลึกซึ้ง โดยถ่ายทอดผ่านตัวละครที่สมจริงเป็นหนังในแบบเรียลิสม์ได้อย่างน่าสนใจเลยทีเดียว เนื้อหาของหนังเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นเพียงชั่วแค่ 23 วัน ของเกย์วัยกลางคน 2 คน ที่เพิ่งรู้จักกันในผับเกย์แห่งหนึ่ง
ทั้งคู่มีนิสัยต่างกันสุดขั้วแต่ก็มีหัวใจเดียวกัน รัสเซล หนุ่มนิสัยเรียบง่ายๆ (บางครั้งดูเก็บกด) เขามีอาชีพเป็นไลฟ์การ์ดของสระว่ายน้ำ ที่ชีวิตวันๆ ไม่ได้ทำอะไรไปมากกว่าการขี่จักรยานมาทำงาน ชอบซื้อของจากร้านขายของเก่า และอยู่ในคอนโดมิเนียมเพียงลำพัง
เขาโตมาในสถานสงเคราะห์ที่มีเพื่อนฝูงมากมาย แต่เพื่อนๆ ของเขากลับไม่ได้มีใครเป็นเกย์สักคน และที่สำคัญก็ไม่มีใครรู้ว่าเขาเป็นเกย์เลยสักคน และนั่นล่ะที่อาจเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เขาเป็นคนมีโลกส่วนตัวสูง แล้วไม่ค่อยสุงสิงกับเพื่อนๆ มากมาย นอกจากจิมมี่เพื่อนสนิทที่เขาสามารถคุยได้ทุกเรื่อง แต่จิมมี่ก็มีครอบครัวไปแล้วน่ะสิครับ
อยู่มาค่ำคืนหนึ่งหลังจากที่เขากลับจากงานปาร์ตี้ที่บ้านเพื่อน ด้วยอาการมึนเมาผสานกับความเหงาในใจ รัสเซลจึงแวะไปดื่มต่อคนเดียวที่ผับเกย์แห่งหนึ่ง และที่นี่เองทำให้ชีวิตของเขาเปลี่ยนไป เขาได้พบกับเกลน เกย์หนุ่มผู้เจนจัดต่อโลก (เกย์) แถมยังมีความมั่นใจตัวเองสูงอีกต่างหาก
และแล้วทั้งคู่พากันมาที่คอนโดของรัสเซล แล้วมีเซ็กซ์กัน แต่พอตอนเช้าตื่นขึ้นมา เกลนเริ่มแสดงให้เห็นความเป็นตัวของเขาเอง ด้วยการหยิบเครื่องบันทึกเสียงขึ้นมา แล้วบอกว่าขออัดเสียงสัมภาษณ์ของรัสเซลหน่อย โดยเขาให้เหตุผลว่าจะเอาไปทำโปรเจกต์งานศิลปะของเขา แม้รัสเซลจะรู้สึกแปลกๆ กับพฤติกรรมของเกลน และไม่ค่อยจะให้ความร่วมมือนัก แต่ก็ค่อยๆ ยอมทำตามในที่สุด
ผมว่าเสน่ห์ของหนังเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่ฉากเซ็กซ์หวือหวาอย่างที่ทุกคนจะคาดหวังจากหนังเกย์ แต่มันเป็นหนังเกย์เหงาๆ ที่ถ่ายทอดเรื่องราวด้วยคำพูด และการนำเสนออย่างชาญฉลาด
คำพูดที่ทั้งคู่สนทนากันมันเจาะลึกเรื่องลับส่วนตัว ที่ให้ความรู้สึกดีๆ ที่คนคนหนึ่งจะบอกเล่าให้คนที่ไว้ใจฟังอย่างลึกซึ้ง
อีกประการ คือ มันเป็นหนังที่ดูแล้วจะเหมือนเกิดขึ้นจริงกับสังคมเกย์คู่หนึ่งมากกว่าที่จะเป็นหนังเพียงแค่เรื่องหนึ่ง และด้วยภาพที่นำเสนอแบบง่ายๆ แต่ก็สวยแบบสุดซึ้ง และไม่ปล่อยให้สักนาทีที่สูญเปล่า ทำให้รู้สึกอินไปกับความเหงาของตัวละคร ที่ทั้งคู่แสดงได้อย่างลื่นไหลเสียเหลือเกิน มันทำให้ดึงเราหลุดมาจากโลกที่เป็นอยู่แล้วเข้ามาซึมซับกับความเหงาของเกย์ได้อย่างเนียนๆ ต่อให้คุณไม่ใช่เกย์ก็ตามเถอะ จะรู้สึกอดสงสารคนที่เป็นเกย์ไม่ได้เลยทีเดียว
เช่นเคยจุดจบของหนังยังทำให้เราน้ำตาซึมกับบทสรุปที่เกิดขึ้นจริง (ของเกย์)!!!







