
สูตรสำเร็จบริหารงาน-ชีวิต คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว
โดย...วันพรรษา อภิรัฐนานนท์
โดย...วันพรรษา อภิรัฐนานนท์
งานวิจัยหลายชิ้นชี้ให้เห็นว่า เด็กที่ใช้ชีวิตและเติบโตขึ้นพร้อมกับคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ทำงานนอกบ้านมีความสามารถในการพัฒนาทางสติปัญญา อารมณ์ และร่างกายได้ดีไม่แตกต่างจากเด็กที่มีคุณแม่อยู่ด้วยที่บ้านตลอดเวลา ดังนั้นแทนที่เหล่าคุณแม่ที่ทำงานนอกบ้านจะมุ่งมั่นในการเป็นยอดคุณแม่พร้อมๆ กับการทำงานนอกบ้าน (จนหัวหมุนและจะคลั่งตายอยู่แล้ว) ลองปรับมุมมองและทำตามวิธีเหล่านี้ดู เพื่อที่คุณแม่จะสามารถทำงานไปด้วยและเป็นผู้ปกครองที่ดีไปพร้อมๆ กัน
1. ตั้งมาตรฐานชีวิตบนพื้นฐานความเป็นจริง
อย่าตั้งกฏเกณฑ์ให้เรื่องต่างๆ ในชีวิตไว้สูงจนเกินกว่าที่คุณและครอบครัวจะทำได้ เริ่มจากเรื่องง่ายๆ อย่างความเป็นระเบียบเรียบร้อยในบ้าน คงไม่มีใครคาดหวังให้คุณมีบ้านเป็นระเบียบเรียบร้อยเทียบเท่ากับบ้านของมาร์ธา สจ๊วตอยู่ตลอดเวลา แค่ดูแลให้สะอาดและไม่รกเลอะเทอะจนเกินไปก็น่าจะเพียงพอ คุณจะได้ไม่ต้องเครียดโดยไม่จำเป็นจากการพยายามทำในเรื่องเหล่านั้น
2. ผ่อนคลายตัวเอง
อย่าโทษตัวเองในทุกเรื่องที่ผิดพลาดถ้าคุณได้ทำดีที่สุดแล้ว เพื่อจะเป็นแม่ที่ระมัดระวังและรอบคอบก็ควรปล่อยวางไปบ้างกับความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ และมีความสุขกับสิ่งที่ดีที่สุดของชีวิตการทำงานและชีวิตครอบครัว
3. รู้จักลดขั้นตอนลงบ้าง
เรื่องบางอย่างก็ไม่คุ้มค่าที่จะเสียเวลาไปลงมือทำเอง ยกตัวอย่าง ถ้าคุณไม่มีเวลาพอที่จะเตรียมปาร์ตี้วันเกิดให้ลูกก็ใช้วิธีจ้างคนจัดงาน หรือซื้อแพ็กเกจวันเกิดตามร้านฟาสต์ฟู้ดแทนก็ได้ วิธีนี้จะช่วยให้คุณได้ใช้ช่วงเวลากับครอบครัวโดยไม่ต้องเคร่งเครียดในการจัดเตรียมงานหรือเสียเวลาไปทั้งวันกับการเก็บกวาด
4. ขอความช่วยเหลือ
คุณต้องรู้จักมอบหมายงานให้คนอื่นทำบ้าง ไม่เพียงแต่ในที่ทำงานแต่หมายถึงงานในบ้านด้วย ไม่มีความจำเป็นที่แม่ต้องทำทุกอย่างในบ้านด้วยตัวเอง ขอความช่วยเหลือจากญาติหรือเพื่อนสนิทที่พอจะไว้วางใจได้ รวมทั้งหัดลูก ๆ ให้รับผิดชอบงานบ้านที่เหมาะสมกับวัยของพวกเขา
5. หาที่พึ่งหรือที่ปรึกษา
คุณต้องหากลุ่มคนที่จะคอยสนับสนุนคุณได้ เช่น เพื่อนๆ ญาติพี่น้อง หรือเพื่อนร่วมงาน คนกลุ่มคนนี้จะเป็นคนที่คุณสามารถพึ่งพาได้ยามมีเรื่องเดือดร้อน คนที่สามารถฟังคุณระบายเรื่องที่ไม่สบายใจ คนที่จะสามารถให้กำลังใจและเรียกพลังของคุณให้กลับคืนมา
6. มองในด้านที่สนุกสนานของชีวิต
การหัวเราะเป็นเกราะที่ดีที่สุดในยามที่คุณถูกกดดันจากเรื่องงานและครอบครัว ซึ่งแม้ว่าจะไม่ใช่วิธีแก้ปัญหา แต่ก็ทำให้คุณมองเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยมุมมองที่ดี การมองโลกในแง่ลบจะยิ่งทำให้คุณรู้สึกแย่และเป็นตัวการสำคัญในการบั่นทอนตัวเอง
7.วางแผนล่วงหน้า
การเตรียมการเผื่ออนาคตจะทำให้คุณใช้ชีวิตในปัจจุบันได้ดีขึ้นได้ เช่น คุณสามารถเตรียมความพร้อมสำหรับวันพรุ่งนี้ได้ โดยเตรียมชุดนักเรียนของลูกและชุดทำงานของคุณเองไว้ล่วงหน้า ตรวจสอบให้แน่ใจว่าลูกๆ ทำการบ้านเสร็จแล้ว และจัดกระเป๋านักเรียนไว้เรียบร้อยแล้ว คุณยังสามารถเตรียมมื้อเช้าไว้ได้ตั้งแต่เย็นวานเพื่อลดภาระและความวุ่นวายในตอนเช้า
8. หาเวลาให้ตัวเอง
การดูแลตัวเองเป็นสิ่งที่จำเป็น มันจะช่วยได้หากคุณรู้สึกเหนื่อยล้า ต้องพยายามหาเวลาที่จะปรนนิบัติตัวเองบ้าง ลองไปพบปะกับผู้คนใหม่ๆ ชาร์จแบตเตอรี่ให้ตัวเอง เช่น ไปสปา นัดดื่มกาแฟกับเพื่อนสนิท หรือทำในสิ่งที่สนใจ อย่าลืมว่าคุณคู่ควรกับสิ่งเหล่านี้
ชีวิตไม่ได้สมบูรณ์แบบและคุณเองก็ไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ จงคิดว่าไม่ว่าสิ่งที่เผชิญจะเลวร้ายแค่ไหนแต่ย่อมมีสิ่งที่ดีอยู่เสมอ คุณอาจเสียใจกับเงินทองหรือสิ่งที่สูญเสีย แต่ควรยินดีหากยังมีสุขภาพที่ดี กิจกรรมที่มุ่งเน้นผลทางอารมณ์ เช่น การนั่งสมาธิ โยคะ ก็เป็นทางเลือกที่ดีที่สามารถช่วยคุณแม่คนทำงานให้ผ่อนคลาย และละจากความตึงของชีวิตอันยุ่งเหยิง
ขอบคุณข้อมูลบางส่วน : บริษัท จ็อบสตรีท (ประเทศไทย)







