
ท่านเปา...เอาอีกแล้ว
วันอาทิตย์ที่ผ่านมา บอร์ดเกี่ยวกับฟุตบอลรวมถึงเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์แทบระเบิด เพราะการทำหน้าที่ของผู้ตัดสินที่ชื่อ มาร์ก แคลตเทนเบิร์ก
โดย...จาด้า
วันอาทิตย์ที่ผ่านมา บอร์ดเกี่ยวกับฟุตบอลรวมถึงเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์แทบระเบิด เพราะการทำหน้าที่ของผู้ตัดสินที่ชื่อ มาร์ก แคลตเทนเบิร์ก ในเกมระหว่าง เชลซี กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
เปาวัย 37 ปี กลายเป็นผู้ร้ายในสายตากองเชียร์เชลซีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หลังแจก 2 ใบแดง ตะเพิดผู้เล่นเจ้าถิ่น ซ้ำร้ายไปกว่านั้นยังให้ลูกยิงล้ำหน้าในช่วงท้ายเกมของ ฮาเวียร์ เฮอร์นานเดซ “ชิชาริโต” เป็นประตูชัยให้ “ปีศาจแดง” ได้เฮ 32 อีกต่างหาก
ทว่าเรื่องยังไม่จบแค่นั้น เพราะเชลซียื่นเรื่องร้องเรียนอย่างเป็นทางการต่อสมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ) ให้จัดการกับ แคลตเทนเบิร์ก เพราะใช้ภาษาที่ไม่เหมาะสมกับนักเตะ 2 คนของทีมด้วย
ปกติแล้วเราจะได้ยินแต่พวกนักเตะหรือพวกแฟนบอลฮูลิแกนที่เหยียดสีผิวคู่แข่ง แต่ครั้งนี้ผู้ตัดสินแถวหน้าของฟีฟ่ากลับโดนกล่าวหาซะเอง
เชลซี เขียนในรายงานว่า แคลตเทนเบิร์ก พูดจาเชิงเหยียดสีผิวใส่ จอห์น โอบี มิเกล และยังหลุดคำสบถใส่ ฆวน มาตา อีกต่างหาก โดยทั้งสองเหตุการณ์เกิดขึ้นหลังจากที่เขาได้ไล่ บรานิสลาฟ อิวาโนวิช (โดนใบแดงจากการทำฟาวล์) และ เฟอร์นานโด ตอร์เรส (โดนเหลืองที่ 2 จากการพุ่งล้ม) ออกจากสนามไปแล้ว
ไม่รู้เหมือนกันว่าผลการตัดสินจากเอฟเอจะออกมาเป็นยังไง แต่ที่แน่ๆ ก็คือ มิสเตอร์แคลตเทนเบิร์ก เป็นทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ มาหลายครั้ง เพราะการทำหน้าที่ที่ขัดสายตาแฟนบอลนั่นเอง
แม้จะโดนวิจารณ์อยู่บ่อยครั้ง แต่ แคลตเทนเบิร์ก ก็ยังได้รับความเชื่อมั่นจากฟีฟ่าถึงขั้นให้ทำหน้าที่เป่าในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโอลิมปิก 2012 ที่กรุงลอนดอน ระหว่าง บราซิล กับ เม็กซิโก เมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา
กระนั้นก็ตาม หลังจบเกมอันดุเดือดที่สแตมฟอร์ดบริดจ์ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เปาวัย 37 ปี ก็ได้ตกเป็นเป้าโจมตีอย่างหนักอีกครั้ง และหลายคอมเมนต์ก็ค่อนข้างรุนแรง เป็นต้นว่า ไล่ให้เขาลงไปทำหน้าที่ในดิวิชัน 1 หรือทีมนอกลีกด้วยซ้ำไป บ้างก็ว่าจงใจช่วยเป่าเข้าข้างแมนฯ ยูไนเต็ด ตามใบสั่งของเอฟเอ
วันนี้แซ่ดกีฬาก็เลยขอยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่ทำให้ แคลตเทนเบิร์ก กลายเป็นผู้ร้ายในสายตาแฟนบอลมาฝากกัน อ่านแล้วก็สุดแต่ท่านผู้อ่านว่าเขาสมควรที่จะถูกไล่ให้ไปตัดสินทีมนอกลีกจริงหรือเปล่า
แมนฯ ยูไนเต็ด สเปอร์ส (ม.ค. 2005)
ว่ากันว่านี่คือความผิดพลาดที่น่าขายหน้าที่สุดของเขา เมื่อ เปโดร เมนเดส ของ “ไก่เดือยทอง” ส่งบอลผ่านมือ รอย คาร์โรล นายทวารปีศาจแดง ข้ามเส้นไปเป็นวา แต่ แคลตเทนเบิร์ก และไลน์แมนกลับมองไม่เห็น
เอฟเวอร์ตัน – ลิเวอร์พูล (ต.ค. 2007)
ตอนแรก แคลตเทนเบิร์ก แจกใบเหลืองให้กับ โทนี ฮิบเบิร์ต แต่หลังจากที่เขาไปคุยกับ สตีเวน เจอร์ราร์ด กัปตันทีมลิเวอร์พูลแล้ว ก็เปลี่ยนใจให้ใบแดงแทน
หลังจากนั้นก็ยังไม่ยอมไล่ เดิร์ก เคาต์ กองหน้าชาวดัตช์ออก ทั้งที่ทำฟาวล์น่าเกลียด และยังใจแข็งไม่ให้จุดโทษ โจลีออน เลสคอตต์ ด้วย และหลังจากถูกเกลียดชังอย่างรุนแรงจากแฟนบอล ทำให้เขาไม่ได้ตัดสินเกมที่เอฟเวอร์ตันลงเตะอีกใน 5 ปีต่อมา
ม.ค. 2009
ถูกไล่ออกจากสมาคมผู้ตัดสินอาชีพ (PGMO) โดยเจ้าหน้าที่บอกว่า เขาจะไม่ได้ลงทำหน้าที่อีก เนื่องจากทำผิดสัญญาและยังถูกกล่าวหาว่าส่งอีเมลข่มขู่พันธมิตรที่ทำธุรกิจร่วมกันด้วย และติดหนี้ถึง 1.75 แสนปอนด์ (ราว 8.75 ล้านบาท)
โบลตัน แมนฯ ซิตี (ธ.ค. 2009)
แจกใบแดงให้ เคร็ก เบลลามี หัวหอกจอมเกรียน และระหว่างพักครึ่งก็พูดกับ มาร์ก ฮิวส์ โค้ชของ “เรือใบสีฟ้า” ในเวลานั้นว่า “นายทำงานกับเขาตลอดทั้งสัปดาห์ได้ยังไง?”
แมนฯ ยูไนเต็ด – สเปอร์ส (ต.ค. 2010)
ปล่อยให้แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ประตู หลังจากที่ นานี ยิงบอลเข้าประตูไป ในขณะที่ ฮูเรลโล โกเมส นายทวารสเปอร์ส เอาลูกมาตั้งเตรียมที่จะเตะเปิดเกม







