
ทิเบต #2
จากผลโหวตของคุณผู้ฟังทาง FM 95 ให้ปูได้มีโอกาสได้เดินทางไปเยี่ยมชม
โดย...ปู โลกเบี้ยว
จากผลโหวตของคุณผู้ฟังทาง FM 95 ให้ปูได้มีโอกาสได้เดินทางไปเยี่ยมชม แผ่นดินเขตปกครองตนเองทิเบต หลังคาโลก จากการเตรียมตัวเดินทางที่คิดว่าดีเลิศแล้ว แต่ก็ยังมีเรื่องจนได้
เป็นเรื่องที่ต้องจำเอาไว้เลยเชียวว่า สิ่งใดบ้างที่เขาห้ามนำขึ้นเครื่องบิน ไอ้ที่เรารู้ๆ กันอยู่แล้วก็จำพวกน้ำและครีมทั้งหลาย ชิมิ ตอนเตรียมพร้อมการดำรงชีพในทิเบต ก็เลยพกกระป๋องออกซิเจนไปด้วยไง ครั้นจะแบกขึ้นเครื่องคงไม่ผ่านแน่ เลยโหลดลงกระเป๋าใบใหญ่ แล้วก็ไม่รอดจนได้ ก็ขณะที่กำลังลั้นลามหานคร ถ่ายรูปกับบรรดาแฟนคลับชาวลูกทุ่ง FM 95 อยู่ คุณเจ้าหน้าที่ก็มาเชิญให้ไปรับกระเป๋าที่ถูกสายพานลำเลียงเข้าไปแล้วออกมา เพราะในกระเป๋ามีกระป๋องออกซิเจนอยู่ ห้ามเอาขึ้นเครื่องเด็ดขาด เขากลัวระเบิด อ้าวนั่น...! ยังไม่ทันได้ออกนอกประเทศเล้ย และแล้วเราก็ได้ประสบการณ์จากการไปเที่ยวครั้งนี้อย่างแร้งงง และจะจดจำไปอีกนานเลยล่ะ
พวกเราต้องบินจากประเทศไทยเข้าประเทศจีนก่อนที่มณฑลเสฉวน ซึ่งมีเมืองเฉิงตูเป็นเมืองหลวง เพราะยังไม่มีเที่ยวบินตรงจากไทยไปถึงเขตปกครองตนเองทิเบตเลย เมืองเฉิงตูเป็นเมืองที่ล้อมรอบไปด้วยเทือกเขา เป็นเมืองที่มีแต่หมอก ไม่ร้อน ไม่หนาว แต่ดูอบๆ ยังไงไม่รู้นะ เป็นครั้งแรกที่ปูมาถึงเมืองจีนแล้วมองไปรอบๆ มันช่างดูสะอาดตาอะไรเช่นนี้ ผู้คนในเมืองนี้ก็ไม่ใช่น้อยๆ นะจ๊ะ 11 ล้านคนอ่ะ เพราะตั้งแต่ปี 2008 ที่มีโอลิมปิก ทางการจีนเอาจริง จัดสรรบ้านเมืองทุกหย่อมหญ้าให้เป็นระเบียบเรียบร้อยและสะอาดได้ด้วยกฎเหล็ก ที่น่าเอาอย่างซะจริงเชียว เช่น กฎจราจรในที่สาธารณะ ถ้าทำผิดกฎจราจรแล้วตำรวจจับได้นะ จะโดนปรับเงินและถูกทำโทษด้วยการเป็นอาสาสมัครไปยืนโบกรถแทนตำรวจจราจร 8 ชั่วโมงอ่ะ หรือว่าทิ้งขยะไม่เป็นที่เป็นทางบนถนนสาธารณะ ถ้าทางการจับได้ละก็นอกจากจะโดนปรับแล้ว ยังต้องกวาดถนนเป็นระยะทางไม่ต่ำกว่า 5 กิโลอีกด้วย จึงทำให้ชาวบ้านชาวเมืองนี้เปลี่ยนนิสัยจากเมืองจีนสมัยก่อน กลายเป็นบ้านเมืองที่สะอาดตาน่ามอง
แล้วเขาก็พาไปชมหมีแพนด้า ที่นี่เขาคือแหล่งผลิตหมีแพนด้า หรือศูนย์เพาะพันธุ์และอนุรักษ์หมีแพนด้านั่นเอง หมีแพนด้ามี 2 ประเภท คือ แพนด้าที่เราเคยเห็นตัวขาวๆ ตาดำ และหมีแพนด้าแดง ตัวมันจะคล้ายแร็กคูนมาก แต่มันคือหมีแพนด้าอีกชนิดหนึ่งที่มีสีแดงส้ม พวกมันดูตัวใหญ่นะ แต่เวลาปีนต้นไม้งี้อย่างกับใช้วิชาตัวเบางั้นแหละ แพล็บเดียวถึงยอดไม้เลยอ่ะ
วันรุ่งขึ้นเรารอเวลาขึ้นเครื่องเพื่อบินไปทิเบตในตอนบ่าย ในช่วงตอนเช้าก็เจอฝนตกพรำๆ เขาก็เลยพาพวกเราไปไหว้พระมัญชุศรีที่วัดเหวินซู ซึ่งเป็นวัดที่อยู่กลางเมืองเฉิงตู พระโพธิสัตว์มัญชุศรีเป็นพระมหาพุทธเจ้าแห่งสติปัญญา การศึกษาและความรู้ เพราะมีความเชื่อและยกย่องท่านให้เป็นผู้ที่มีความรู้และมีปัญญาเป็นเลิศ จะมีพระวรกายสีเหลือง มี 1 พระพักตร์ 2 กร พระหัตถ์ขวาเงื้อดาบเพลิงแห่งสติปัญญาเพื่อฟาดฟันลงมาตัดและขจัดความโง่เขลาและความไม่รู้ของเรา และนำความสว่างของสติปัญญาพร้อมการตัดสินใจที่ดีมาสู่มนุษย์เรา ส่วนพระหัตถ์ซ้ายถือก้านดอกบัวสีน้ำเงิน พระหัตถ์หรือมือข้างนี้จะแนบติดกับพระอุระหรืออก ส่วนดอกบัวนั้นจะบานอยู่ข้างๆ พระกรรณหรือหูของท่าน แล้วจะสังเกตได้ว่าบนดอกบัวที่บานอยู่นั้นจะมีพระคัมภีร์ “ปรัชญาปรมิตา” ซึ่งเป็นพระคัมภีร์แห่งสติปัญญาอันเฉียบแหลมสำหรับผู้รู้แจ้งวางอยู่ มีบทสวดสั้นๆ “โอม อา ราพา ซา นาธิ” ถ้าไหวก็วันละ 108 จบ เวลาปูคิดอะไรไม่ออกก็มักจะท่องบทสวดสั้นๆ นี่แหละ จะเรียกสมาธิกลับมาอย่างรวดเร็วในเวลาอันสั้น ใช้ได้กับเหตุการณ์เฉพาะหน้าเท่านั้นนะ ไม่ได้ช่วยให้เราฉลาดขึ้นเพียงเพราะท่องคาถานี้หรอก ตัวเราเองก็ต้องเป็นคนที่รู้จักช่างสังเกตหรือใฝ่รู้ด้วย เพียงแต่สามารถเรียกสมาธิที่กระเจิงให้กลับมาชั่วขณะเพื่อนึกคิดอะไรก็ตาม ลองดูนะคะ เพราะถ้าสติแตกมากๆ ก็คงเอาไม่อยู่เหมือนกันแหละนะ แต่ถ้าไหวก็ท่องวันละ 108 จบ เพื่อฝึกสมาธิก่อนนอนก็โออยู่นะจ๊ะ
วันนี้เจอฝนอากาศเย็นๆ พอขึ้นเครื่องบินลัดฟ้าสู่ลาซา มหานครของเขตปกครองตนเองทิเบต เท่านั้นแหละคุณณณ โอ้...! อ่านต่อฉบับหน้าละกันนะจ๊ะ







