
กินเจที่บ้านก็ได้นะ...ตัวเอง
โอ้โห...อะไรกันล่ะ เดี๋ยวนี้ไปไหนมาไหน ผู้คนก็ทักตลอดว่า กินเจหรือเปล่า?
โดย...จอยฟูล ซีเล็คชัน
โอ้โห...อะไรกันล่ะ เดี๋ยวนี้ไปไหนมาไหน ผู้คนก็ทักตลอดว่า กินเจหรือเปล่า?
คนถามประสงค์สิ่งใดหนอ เขาอาจจะกำลังชวนเรากินเจ เพราะเขาเห็นว่า เราอวบตรงเอว ฉะนั้นก็น่าจะรู้ดี ถึงสถานประมาณแหล่งร้านอาหารเจที่อร่อย พา (เขา) ไปกินเจอร่อยๆ ได้ หรือไม่เขาก็อาจจะกำลังเย้ยหยัน ด้วยรู้อดีต (บัดซบ) ของเราว่า เป็นพวกดีแต่ปาก ว่าจะกินเจๆ แต่เอาเข้าจริง กินได้ไม่เกิน 3 วันเป็นอย่างเก่ง หรือไม่ก็กินเจเขี่ย กินไปเขี่ย (เนื้อสัตว์) ไป แซะไปไว้แถวๆ ข้างจานจนลายพร้อยไปหมด เลวร้ายซะยิ่งกว่าพวกไม่วิรัติเนื้อ ที่ฆ่าแกงชีวิตเขาแล้วใช้ประโยชน์จากสิ่งที่ฆ่า คือกิน พวกที่ฆ่าแล้วไม่กิน จึงถือว่าเลวมาก (อันนี้ดิฉันด่าตัวเองนะคะ)
1423 ต.ค. เทศกาลเจกำลังคึกคัก ขอถือโอกาสนี้ แนะนำท่านผู้อ่านที่ประสงค์กินเจในปีอันเป็นมงคล หลายคนบ่นเรื่องอยากกิน แต่ไม่กล้ากิน คือ ดวงใจประสงค์บุญแต่ห่วงเรื่องน้ำมันมหาศาล ที่เขาผัดๆ กันตามตลาด โดยทั่วไปจะเห็นภาพผู้ปรุงประโคมเทน้ำมันแบบครึ่งหม้อครึ่งกะละมังเป็นอย่างต่ำ เห็นแล้วหยดหยองเรื่องคอเลสเตอรอลเป็นอย่างยิ่ง หรือถ้าใครแพ้ผงชูรส ช่วงกินเจนี้ก็จะปากบานทะโร่ เจ่อๆ บวมๆ เหมือนแองเจลินา โชลี ไปพักใหญ่ ที่สำคัญก็กลัวว่า พ่อค้าแม่ค้าจะลืมล้างผักหรือเปล่าก็ไม่รู้ สารพิษมีดีดีทีเป็นต้น จะปนเปื้อนเข้าไปในบุญที่อุตส่าห์สวาปามอยู่ถึง 10 วันเต็มๆ
มีข้อมูลที่อยากแบ่งปันสำหรับผู้กลัวอาหารเจ (ที่คนอื่นทำ) แนะนำให้ทำกินเองที่บ้าน จะอิ่มบุญและอิ่มใจอย่างปลอดภัยด้วยหลักง่ายๆ ดังนี้
เริ่มต้นตั้งแต่การล้างผัก
เพื่อลดการปนเปื้อนจากอาหาร ควรล้างผักให้สะอาด เพื่อลดสารตกค้าง ถนัดอย่างไรก็ทำอย่างนั้น มีหลายวิธีให้เลือกคือ
1.ล้างผักในน้ำไหลนาน 2 นาที จะช่วยลดสารพิษหลายชนิดได้ ประมาณ 5463%
2.แช่ผักในน้ำสะอาดนาน 15 นาที ช่วยลดสารพิษหลายชนิดได้ประมาณ 733%
3.ล้างผักด้วยน้ำผสมด่างทับทิม ประมาณ 2023 เกล็ด ต่อน้ำ 4 ลิตร แช่นาน 10 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำ สามารถลดสารพิษได้ถึง 50%
4.แช่ผักในน้ำส้มสายชู ความเข้มข้น 0.5% (น้ำส้มสายชู 1 ขวด ต่อน้ำ 4 ลิตร) นาน 15 นาที สามารถลดได้ถึง 60-84%
5.ล้างผักด้วยน้ำเกลือเข้มข้น 50% (เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำ 4 ลิตร) นาน 2 นาที ลดสารพิษได้ถึง 34% (อย่าแช่นานเกินไป เพราะผักจะเหี่ยวได้)
6.ล้างด้วยผงฟูในอัตราส่วนผงฟู 1 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 1 อ่าง แช่ทิ้งไว้ 15 นาที ช่วยลดปริมาณสารพิษได้สูงมาก คือ 90-95%
การปรุง/การเก็บ
ขึ้นอยู่กับชนิดของอาหาร
ถ้าเป็น ข้าว หุงแบบไม่รินน้ำข้าวทิ้ง (หม้อหุงข้าวไฟฟ้า) การเก็บให้เก็บในภาชนะที่มิดชิด
กรณีเป็น ผัก ปรุงแบบหุงต้มทันทีหลังปอกและหั่น อย่างนี้เก็บในตู้เย็นได้ แต่ถ้าเป็นพวกผัดผัก ที่ดีคือใช้น้ำน้อย ไฟแรง ปิดฝา (วิธีนี้ไม่อ้วนด้วยนะ) เวลาเก็บ เก็บในภาชนะที่ปิดด้วยใบตอง หรือผ้าขาวบาง
สำหรับ ผลไม้ พึงรู้ว่าผลไม้สด มีคุณค่ามากกว่าผลไม้แปรรูปทุกชนิด ยิ่งแปรรูปไปมากเท่าไหน วิตามินและสารอาหารอื่นใด ก็จะระเหิดระเหยไปมากเท่านั้น ปอกปุ๊บกินปั๊บ...อาหย่อย แต่ถ้ากินไม่หมด เก็บในภาชนะที่อากาศถ่ายเทได้สะดวก
ส่วน ถั่วเมล็ดแห้ง ที่คนใกล้เคียงแถวๆ นี้ชอบกินมาก ให้หุงต้มให้สุกอย่างน้อย 20 นาที แล้วเก็บในภาชนะที่มิดชิด
สุดท้ายคือพระเอกหรือผู้ร้ายสำหรับใครก็ตาม นั่นก็คือ น้ำมันพืช การปรุงอาหารด้วยน้ำมันพืช ไม่ควรใช้ความร้อนสูงเกินไป ไม่ควรใช้น้ำมันซ้ำหลายครั้ง ใช้ในปริมาณที่เหมาะสม อย่าเยอะ ทำกินเองที่บ้าน ไม่ต้องกลัวใครว่าไม่อร่อย น้ำมันพืชทั้งหลายเก็บไว้ในที่แห้ง สะอาด และปิดฝาให้มิดชิด
เพียงแค่นี้ ก็ปรุงอาหารเจกินเองที่บ้านได้ อย่างปลอดภัย ไร้กังวล 555
ขอบคุณข้อมูลบางส่วน : สำนักโภชนาการ กระทรวงสาธารณสุข







