posttoday
ฟุตซองโลก...เกมการเมือง???

ฟุตซองโลก...เกมการเมือง???

22 กันยายน 2555

เหลือเวลาเพียงแค่เดือนเศษเท่านั้น ไทยแลนด์ “แลนด์ออฟสไมล์”

โดย...ราชันเบอร์23

เหลือเวลาเพียงแค่เดือนเศษเท่านั้น ไทยแลนด์ “แลนด์ออฟสไมล์” จะรับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพจัดฟุตซอลชิงแชมป์โลก 2012 ครั้งที่ 7 วันที่ 1-18 พ.ย. แต่ดูเหมือนว่าเส้นทางจะไม่ได้โรยไว้ด้วยกลีบกุหลาบ

ไล่กันตั้งแต่ปัญหาเรื่องสนามบางกอก ฟุตซอล อารีน่า (สนามที่ใช้ในพิธีเปิดปิด) ที่ตอนนี้ยังไม่เสร็จ และยังลุ้นระทึกว่าจะเสร็จทันส่งมอบให้ฟีฟ่าในวันที่ 20 ต.ค.นี้หรือไม่ ทำให้หลายฝ่ายอดห่วงไม่ได้ เพราะหากไม่เสร็จตามกำหนด ภาพลักษณ์ของไทยแลนด์ก็จะดูแย่ลงอีกในสายตาต่างชาติ

ล่าสุด ดร.ธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าฯ กทม. ที่รับผิดชอบดูแลเรื่องงานก่อสร้างสนามบางกอก ฟุตซอล อารีน่า ยืนยันว่า ตอนนี้พร้อมกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ แม้จะมีปัญหาเรื่องสภาพดินฟ้าอากาศบ้าง ที่ทำให้ทำงานได้ไม่เต็มที่ แต่ยังมั่นใจว่าน่าจะเสร็จทันกำหนด

“เราสร้างไป 83 เปอร์เซ็นต์แล้ว เป้าหมายสัปดาห์แรกต้องเร่งทำหลังคาให้เสร็จเพื่อกันฝน ส่วนอุปกรณ์อย่างอื่นมีหมดแล้ว สัปดาห์ที่ 2 ทำงานฉาบปูน สัปดาห์ที่ 3 ดึงสายเคเบิลเส้นสุดท้ายเพื่อยกหลังคาขึ้น และสัปดาห์สุดท้าย ขั้นตอนปูพื้นและติดตั้งเก้าอี้ หากทำได้ตามตาราง คิดว่าเสร็จทันแน่ และไม่ต้องห่วงเรื่องความปลอดภัย เพราะเรากำชับเรื่องนี้เป็นพิเศษ ขอให้ประชาชนมั่นใจได้” ดร.ธีระชน กล่าว

ถามว่า 83 เปอร์เซ็นต์ เยอะไหม?

ถ้าเป็นมาตรฐานต่างประเทศ ต้องบอกว่าโคตรน้อยเลย หากเทียบกับเวลาที่เหลืออยู่ราว 40 วัน แต่ถ้าเป็นมาตรฐานแบบไทยๆ ก็ต้องบอกว่ามาได้ไกลโขแล้ว หากเทียบกับการจัดการแข่งขันมหกรรมกีฬาระดับเอเชีย ระดับโลกชนิดอื่นๆ ที่พี่ไทยเราปลูกต้นไม้ ทาสี กันในเช้าวันเปิดการแข่งขันทุกครั้ง (ช่วงนั้นผักชีในตลาดจะขาดตลาดอีกต่างหาก)

ฟุตซองโลก...เกมการเมือง???

 

เรื่องที่สอง การประชาสัมพันธ์ ที่ดูเหมือนว่าจะเงียบยิ่งกว่าเป่าสาก ไม่ว่าจะเป็นป้ายโฆษณา บิลบอร์ด ใบปลิว รวมถึงการโฆษณาผ่านสื่อต่างๆ ยังไม่เห็นเป็นรูปธรรม เหมือนอย่างฟุตบอลโลก หรือฟุตบอลยูโร ที่ผ่านๆ มา ที่ดูจะบูมกว่าหลายเท่าตัว ทั้งทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์ ต่างโหมโรงกันล่วงหน้าหลายเดือน

ทำให้แฟนบอลตื่นตัวและอยากจะดู หรือแถวบ้านเรียกว่าสร้างกระแส

ยกตัวอย่าง บราซิล เจ้าภาพฟุตบอลโลกปี 2014 ยังมีการเปิดตัวแมสคอตออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เขาเลือกใช้ ตัวนิ่ม เป็นสัตว์นำโชคประจำการแข่งขัน แต่ก็ดูเหมือนว่าเขาจะตื่นตัวกว่าเรา เพราะยังเหลือเวลาอีก 2 ปี รวมถึงมีการเผยโฉมโครงการโอลิมปิก พาร์ก ซึ่งเป็นพื้นที่หลักของสังเวียนจัดการแข่งขันกีฬาชนิดต่างๆ ออกมาแล้ว

แต่พี่ไทยเหลือเวลาไม่ถึง 2 เดือน ชื่อช้างแมสคอตยังไม่มีเลย รอประกวดตั้งชื่ออยู่...(ลืมไปหรือเปล่า ว่าเราไม่ได้เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกนะ)

เท่าที่ผมรู้สึกและสัมผัส อาจจะอคติไปก็ได้

อาจจะเป็นเพราะเป็นการประลองเชิงเกมการเมืองกันนอกสนาม เพราะ กทม.ที่เป็นโต้โผใหญ่ในฐานะเจ้าภาพ (Host City) จัดการแข่งขันอยู่กันคนละพรรคกับสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ทำให้ทุกอย่างดูล่าช้าและติดขัดไปเสียหมด

แต่ถ้าคิดในแง่บวก อาจเป็นเพราะกีฬาฟุตซอลเป็นฟุตบอลที่เล่นกันเพียง 5 คนเท่านั้น ทำให้ความสำคัญของทุกอย่างมันลดจำนวนลงไปด้วย รวมถึงสปอนเซอร์จึงไม่สนใจ ทำให้ไม่มีกำลังในการขับเคลื่อน

“ตอนนี้เรามีสปอนเซอร์หลักเพียงแค่ 2 ตัวเท่านั้น คือ ปตท.และโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ที่เป็นเมนสปอนเซอร์ของเรา ส่วนที่เหลือกำลังเจรจา เพราะต้องส่งเรื่องไปให้ฟีฟ่าพิจารณา” องอาจ ก่อสินค้า เลขาธิการสมาคมฟุตบอลฯ กล่าว

ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลใดๆ ก็ตาม

ถึงเวลานี้ทุกฝ่ายต้องหันหน้าเข้าหากัน ร่วมแรงร่วมใจให้เป็นหนึ่งเดียว เพราะเจ้าภาพฟุตซอลโลก ไม่ใช่ได้มาง่ายๆ

ไม่รู้ว่าตายแล้วเกิดใหม่เราจะได้เป็นเจ้าภาพลูกหนังระดับโลกอย่างนี้อีกหรือเปล่า

เมื่อมีโอกาสแล้วก็อย่าให้การเมืองมันทำลายชื่อเสียงของประเทศ

แต่ผมเชื่อว่า คนไทยมีข้อดีอย่างหนึ่ง แม้จะไม่คุยกัน คิดไม่ตรงกัน แต่พอถึงช่วงไฟลนก้น เราก็ก้มหน้าก้มตา หยุดเล่นเกมการเมืองชั่วคราว หันมาทำเพื่อประเทศชาติกันได้บ้าง

งั้นหยุดเล่น แล้วลงมือทำงานกันตั้งแต่วันนี้เลยครับ...ขอร้องเถอะ

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน