posttoday
สติ (Mindfulness) ของโค้ช

สติ (Mindfulness) ของโค้ช

17 กันยายน 2555

โดย รศ.ดร.ศิริยุพา รุ่งเริงสุข สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

โดย รศ.ดร.ศิริยุพา รุ่งเริงสุข สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


เร็วๆ นี้ผู้เขียนได้เข้าร่วมการสัมมนา Asia Pacific Coaching Conference 2012 ที่ประเทศสิงคโปร์ ตามคำชักชวนของ ดร.วรพัฒน์ อรรถยุกติ ผู้มีบทบาทสำคัญในการร่วมก่อตั้ง Asia Pacific Alliance of Coaches (APAC) งานนี้จัดอยู่ 2 วัน

ก่อนหน้าวันงานก็มีการจัดเวิร์กช็อปเพื่อฝึกปรือทักษะและวิทยายุทธ์ของการเป็นโค้ชให้ผู้บริหาร (Executive Coach) การเป็นโค้ชในเรื่องการดำเนินชีวิตของคน (Life Coach) การเป็นโค้ชสำหรับกลุ่มหรือทีมงาน (Group Coach) กันอย่างคึกคัก

การที่ผู้เขียนได้เข้าไปฟังการบรรยายและการจัดเวิร์กช็อปในช่วงเวลา 3 วันดังกล่าว ผู้เขียนมีข้อสังเกตว่าผู้บรรยายหลายท่านให้ความสำคัญกับประเด็นเรื่อง “Mindfulness” ของการเป็นโค้ชกันมาก

“Mindfulness” นี้ แปลเป็นภาษาไทยง่ายๆ ว่า สติ หรือการรู้ตัว การตระหนักในปัจจุบันแต่ละขณะ

ทำไมการมีสติหรือการรู้ตัวจึงเป็นคุณสมบัติที่สำคัญของการเป็นโค้ช? แทบไม่ต้องสงสัยเลยว่าการเป็นโค้ชผู้บริหารนั้น ก่อนอื่นเราต้องเป็นนักฟังที่ดี ฟังเรื่องราวต่างๆ ของลูกค้า (Client) ได้ครบทุกถ้อยกระทงความ ฟังแล้วจับใจความได้จึงถือว่าเป็น “Active Listener”

ถ้าคิดจะสอนสั่งแนะนำเขาข้างเดียวโดยไม่คิดจะฟัง อย่างนั้นเขาไม่เรียกว่าเป็นโค้ช เขาเรียกว่าเป็น “เผด็จการหรือผู้คุมประพฤติ” ค่ะ

โค้ชหลายคนที่ไปประชุมที่สิงคโปร์ (รวมทั้งตัวผู้เขียนเอง) ยอมรับว่าบางครั้งเราก็มีเผลอไผลไปคิดเรื่องอื่นระหว่างที่กำลังฟังลูกค้าเล่าเรื่องราวของเขาอยู่ บางทีตัวเราเองก็กำลังมีปัญหา มีสภาวะอารมณ์ที่ไม่พร้อมจะฟังใครระบาย เพราะโค้ชเองก็กำลังอยากหาที่ระบายอยู่เหมือนกัน

การมีสติจึงเป็นกุญแจดอกแรกที่จะไขประตูสู่ความเป็นมืออาชีพ ก่อนการโค้ชทุกครั้ง

สติ (Mindfulness) ของโค้ช

ควร “ตั้งสติ” วิธีการโดยทั่วไปคือ สูดลมหายใจเข้าลึกๆ อั้นไว้พอทนได้แล้วค่อยๆ ปล่อยลมหายใจออกยาวๆ ให้ตั้งสติอยู่กับลมหายใจเข้าออกของเราตลอดเวลา จนรู้สึกว่ามีสมาธิรู้ตัวว่ากำลังหายใจเข้าออกอยู่ ไม่ส่งจิตไปคิดเรื่องอื่น

จากนั้นก็ค่อยๆ ส่งจิตไป “รู้ตัว” ว่าเรากำลังนั่ง ยืน หรือนอนอยู่ นั่งท่าอะไร ยืนท่าอะไร สำรวจตัวให้รู้ทั่วพร้อม หายใจเข้าออกอย่างนี้จนรู้สึกสงบนิ่ง นี่คือการตั้งสติให้ “รู้เรา” อยู่กับสถานที่นั้นๆ ณ เวลานั้นๆ (Here and Now)

หลังจาก “รู้เรา” แล้วก็ต้องตั้งสติ มีสมาธิ เพื่อไป “รู้เขา” รู้ว่าลูกค้ากำลังพูดเรื่องอะไร อยู่ในอารมณ์อะไร ระหว่างฟังลูกค้าก็จงตั้งสมาธิฟังอย่างระมัดระวัง จดโน้ตไปด้วยถ้าจำเป็น การจดโน้ตไปด้วยอาจช่วยให้ท่านมีสมาธิจดจ่อกับการฟังได้ดีขึ้นก็ได้ ฟังแต่ยังไม่ต้องคิดตาม เพราะถ้าคิดตามหรือคิดต่อสมาธิอาจหลุดจากการฟังเรื่องของลูกค้าได้ง่ายๆ ฟังให้จบแล้วค่อยใคร่ครวญว่าเราได้ยินได้ฟังเรื่องอะไร? ใครคือตัวละครที่เกี่ยวข้อง? จากนั้นจึงค่อยตั้งคำถามในเรื่องที่ไม่เข้าใจ

การตั้งสมาธิเพื่อ “รู้เขา” ก็ใช้หลักเดียวกันกับ “รู้เรา” โดยพุ่งสมาธิไปจับที่ตัวลูกค้า (แต่ไม่ต้องถึงกับเพ่งลูกค้าจนเขาอึดอัดนะคะ) เปิดจิตของเราให้ “รับรู้” ความเป็นตัวตนของเขาให้มากที่สุด ถ้าฝึกดีๆ ท่านก็จะจับได้ว่าอากัปกิริยาท่าทางของลูกค้าบอกอะไรกับท่านได้บ้าง เช่น เขากำลังอารมณ์เสีย ฟุ้งซ่าน โกรธ หรือกลัว ปากของเขาอาจเล่าเรื่องหนึ่งให้ท่านฟัง แต่ภาษากาย สีหน้าของเขากำลังสื่อสารอีกเรื่องก็เป็นได้ ดังนั้น การฝึกสติสำหรับโค้ชจึงเป็นการฝึกทักษะให้มีความอ่อนไหว (Sensitivity) ต่อจิตอารมณ์ของทั้งตนเองและของลูกค้า

รู้ตัวเองเพื่อที่จะได้ไหวทันว่าตนเองกำลังวุ่นวายใจ ขาดสมาธิหรือไม่ ขณะกำลังโค้ชลูกค้า และต้องรู้เขาด้วยเพื่อที่จะได้เรียนรู้สัมผัสต่อความอ่อนไหวของจิตอารมณ์ของลูกค้า นับว่าโค้ชต้องตั้งสติเพื่อทำงานสองอย่างในเวลาเดียวกัน ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะต้องอาศัยการฝึกฝน

การมีสติไม่เพียงช่วยในเรื่องการฟังและการรับรู้ แต่ยังช่วยให้โค้ชสามารถไตร่ตรองวิเคราะห์หาแนวทางการให้คำแนะนำแก่ลูกค้าได้เหมาะสมกับบุคลิกภาพของเขามากที่สุด และแนวทางแก้ปัญหานั้นๆ ย่อมสะท้อนถึงความสุขุมคัมภีรภาพของโค้ชนั่นเอง ไม่ใช่ฟังแป๊บเดียวก็ฟันธงแนะนำแบบขาดการไตร่ตรอง อาศัยประสบการณ์อย่างเดียวไม่พอ ทุกปัญหามีรายละเอียดที่ต้องใส่ใจ รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่โค้ชเก็บมาได้จากการฟังแต่ละครั้งจะช่วยให้คำแนะนำของโค้ชเฉียบคม ตรงประเด็นขึ้นค่ะ

คราวหน้ามาคุยเรื่องการสร้างสติ หรือ “ให้สติ” แก่ลูกค้ากันต่อดีไหมคะ?

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน