
สะพายกล้องท่องอาเซียน ตอน พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตก
วันนี้ผมยังอยู่ที่เมืองมัณฑะเลย์ มาตามคำเชิญของแอร์เอเชียครับ แอร์เอเชียเขาจะเปิดเที่ยวบินจากกรุงเทพฯ มาที่นี่เร็วๆ นี้ หลังจากบ้านเมืองเขาลงตัวในทางการเมืองแล้ว
โดย...จำลอง บุญสอง
วันนี้ผมยังอยู่ที่เมืองมัณฑะเลย์ มาตามคำเชิญของแอร์เอเชียครับ แอร์เอเชียเขาจะเปิดเที่ยวบินจากกรุงเทพฯ มาที่นี่เร็วๆ นี้ หลังจากบ้านเมืองเขาลงตัวในทางการเมืองแล้ว
ผมชื่นชมในความเป็นพม่ามานาน เพราะเข้าๆ ออกๆ ตามแนวชายแดนหลายสิบหลายร้อยครั้ง ไปพม่าทีไรก็ต้องชื่นชมความเป็นพุทธของพม่าเพราะมีเจดีย์มากมาย นับทั้งประเทศน่าจะมีเป็นล้านๆ องค์ แค่แม่น้ำอิรวดีที่เป็นของพม่าเองทั้งสายก็มากเกินพอแล้ว ไม่ต้องนับแม่น้ำสายอื่นๆ อีกล่ะ
ผมอาจจะมีเวลาเขียนน้อย ขออนุญาตติดหนี้ข้อเขียนเอาไว้ก่อน เอาไว้วันหลังค่อยเขียนรายละเอียดให้ท่านผู้อ่านได้ทราบ ตอนนี้ดูรูปกันไปพลางๆ นะครับ
วันแรกที่ผมไปเขาพาไปที่สะพานไม้สักที่ยาวที่สุดในโลก ความยาวของสะพานนี้ประมาณ 1.2 กิโลเมตร สะพานหลวงพ่ออุตตมะเล็กลงไปถนัดใจเมื่อมาเจอสะพานนี้เข้า
เราไปวัดเจ้าต่อจีที่อยู่อีกฝั่งด้วยเรือพาย ทริปนี้มีทั้งเครื่องบิน รถม้า เกวียน และเรือ ทั้งหมดเป็นของเก่ายกเว้นเครื่องบิน ด้วยความเก่านั่นเองทำให้คนอาวุโสหลายๆ คนชอบอกชอบใจ
ขึ้นไปที่ยอดเขามัณฑะเลย์ฮิลตอนเย็น ยอดเขานี้ผมเคยมาเที่ยวก่อนแล้ว ผู้คนเขานิยมขึ้นไปดูพระอาทิตย์ตกกัน แต่หน้านี้หน้าฝนไม่ต้องบอกก็รู้ว่าพระอาทิตย์ตกไม่สวยแน่ นึกถึงคนไปดูพระอาทิตย์ตกที่เมืองเสียมราฐขึ้นมาทันที ที่นี่เราได้เห็นระฆังยักษ์หนัก 90 ตันด้วย ระฆังใหญ่สุดคือระฆังในรัสเซีย แต่ที่รัสเซียใช้ไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้น ระฆังที่พม่าจึงได้ทั้งใหญ่ได้ทั้งตี
รุ่งขึ้นเราไปล่องเรือแม่น้ำอิรวดีเพื่อไปเมืองมินกุน พุทธสถานของพม่าโบราณ เจดีย์ที่สร้างก็สร้างหลังจากตีไทยแตกแล้วนั่นแหละครับ เขากะว่าจะสร้างให้ใหญ่ที่สุดในโลก แต่ก็สร้างไม่เสร็จ แถมหลังๆ มาโดนแผ่นดินไหวถล่มเสียอีกเลยมีให้ดูแค่นั้น หลังจากนั้นก็ล่องไปเมืองอังวะ อังวะเป็นเมืองหลวงของกษัตริย์ที่เคยมาตีไทยแตกนั่นแหละครับ ไปดูวัดบากะยะจาวน์ ซึ่งเป็นศิลปะยุคต้นๆ ของอังวะ จากอังวะเราไปที่สกาย ระหว่างทางเห็นความเป็นมหาอำนาจทางไม้สักของพม่าได้ดี น่าชื่นชมที่พม่ายังมีไม้มาก เขาทำไม้ตามมาตรฐานอังกฤษ คือตัดต้นหนึ่งปลูกสองต้น ดังนั้นจึงมีไม้ใช้ได้ตลอดไป
วันที่สามเราไปพระราชวังมัณฑะเลย์ที่ทำขึ้นมาใหม่หลังจากอังกฤษเข้ามาครอบครองแล้ว โดยพระราชวังเก่าถูกไฟไหม้ไป อาจารย์ผู้บรรยายบรรยายความขัดแย้งในพระราชวังอย่างกับว่าอยู่ในเหตุการณ์นั้นเสียเอง แต่ท่านก็ทำให้คนฟังคล้อยตามได้ดี จากนั้นก็ไปที่วัดชเวนันดอว์ ซึ่งสร้างโดยใช้ไม้สักทองทั้งหลัง ที่นี่เคยเป็นที่ประทับของพระเจ้ามินดง เราได้ดูลายไม้สวยงามมาก พระเจ้ามินดงสิ้นพระชนม์ที่พระราชวังนี้
จากวัดชเวนันดอว์ก็ไปที่วัดกุโสดอว์ ผมแอบไปดูสถานีรถไฟพม่า เห็นว่าโทรมแบบเดียวกับบ้านเรา ผมเลยถ่ายภาพมาให้ดู
ผมขออนุญาตเล่าให้ท่านผู้อ่านได้ทราบแค่นี้ก่อน ดูรูปไปพลางๆ ก่อน กลับมาจะใช้หนี้ให้ครับ
ขอบคุณแอร์เอเชียที่กรุณาชวนผม ติดต่อแอร์เอเชียเพื่อสอบถามข้อมูลท่องเที่ยวในมัณฑะเลย์ โทร. 02-515-9999







