
การอนุรักษ์คนอนุรักษ์ป่าในเวียดนาม
เรื่อง / ภาพ ม.ล.จารุพันธ์ ทองแถม
ที่เวียดนามเหนือ เราได้ประจักษ์พยานกับตาตนเอง ในฮานอยถึงความเอาจริงเอาจังของการอนุรักษ์ต้นไม้ใหญ่ตามเขตทางหลวง และในเขตเมืองใหญ่ เช่น ฮานอย ขนาดที่ประเทศได้รับความบอบช้ำจากภัยพิบัติของสงครามจากฝูงบินขนาดยักษ์ที่พาระเบิดเข้าถล่ม และภัยจากสารเคมีของฝนเหลือง หรือ 245T ซึ่งมีผลต่อป่าไม้อย่างรุนแรง ด้วยเหตุนี้หน่วยงานราชการของเวียดนามจึงเห็นความสำคัญของไม้ต้นและป่าไม้
ดังเช่นที่เราเห็นมาในอุทยานแห่งชาติหลายแห่ง และแม้ตามริมถนนหนทางใหญ่น้อยที่เขาช่วยกันปลูกไม้ต้นขนาดใหญ่เอาไว้เป็นตัวลดผลกระทบจากภัยธรรมชาติที่เกิดเป็นประจำทุกปี ดูเหมือนทุกคนจะร่วมใจกันรักษาไม้ต้นเอาไว้ แต่กระนั้นก็ตามเราก็เห็นว่าในด้านสุขอนามัยของชาวบ้านชาวเมืองเวียดนามยังดูย่อหย่อนเอามากๆ ตามถนนเต็มไปด้วยฝุ่นละออง ซึ่งเกิดจากขอบถนนมักเป็นหลุมเป็นบ่อดิน ทำให้ล้อรถพัดพาเอาฝุ่นละอองขึ้นไปในอากาศ เราจึงได้เห็นชาวเวียดนามไม่น้อยที่หาผ้าปิดจมูกหรือสวมหน้ากากกันฝุ่นละอองปลิวเข้าจมูก เข้าตา
คาดว่าระบบการระบายถ่ายเทน้ำเสียจากบ้านเรือนสู่ท่อระบายคงจะไม่ดี ดังนั้นน้ำเสียจึงไหลออกจากบ้านเรือนมาลงตามร่องริมถนน และถูกแดดเผาจนแห้งกลายเป็นฝุ่นพิษสภาพการณ์เช่นนี้ ก็เช่นเดียวกับที่เห็นมาในฟิลิปปินส์ แม้ในมะนิลาหรือเกซอนซิตี มันเป็นภัยเงียบของสุขภาพมนุษย์โดยแท้
ที่มาของฝุ่นละอองอย่างสำคัญอีกแหล่งในเวียดนามเหนือ ได้แก่ โรงงานโม่หิน บดหิด ซึ่งมีมากมายมหาศาล วัตถุดิบของโรงงานเหล่านี้มาจากเทือกเขาหินปูน ซึ่งประกอบจากภูเขาหินปูนรูปร่างงดงามคล้ายภาพเขียนโบราณของชาวจีน แต่น่าเสียดายที่ภูเขาหินปูนเหล่านี้กำลังถูกระเบิดลงจนพวกเราต้องอึ้งไปเพราะความเสียดาย
เราอาจปลอบใจตัวเองว่าเวียดนามคงมีแหล่ง (Resources) ของเทือกเขาหินปูนเช่นนี้อยู่มากมาย จึงจำเป็นต้องนำเอามาใช้ในการทำถนน ทำซีเมนต์ เพื่อก่อสร้างอาคารบ้านเรือน ซึ่งเป็นของจำเป็นแก่การพัฒนาประเทศเช่นกัน เราได้แต่หวังว่าการระเบิดทำลายภูเขาและป่าบนภูเขาหินปูนเหล่านั้นคงจะทำเฉพาะที่จำเป็น และเลือกเก็บเทือกเขาที่มียอดผาสูง สวยงาม เอาไว้เป็นมรดกโลกให้เราได้ชื่นชมกัน เพราะสิ่งเหล่านี้มิได้มีให้เฉพาะแต่เจ้าของประเทศเท่านั้นที่จะชื่นชมได้
หลายคนอาจมองเห็นแต่ผิวเผินถึงความสำคัญของเทือกเขาหินปูน แต่สำหรับเราแล้ว พืชพันธุ์ไม้และสัตว์ต่างๆ บนภูเขาเหล่านั้นเป็นทรัพยากรมีค่าของชาติ ซึ่งยังคงมีคนศึกษาและคนรักที่จะเรียนรู้ถึงความหลากหลายทางชีวภาพ และประโยชน์จากพืชและสัตว์ ที่เรายังไม่รู้จักนั้นมีคุณค่ามหาศาล เป็นขุมพลังเงียบของประเทศที่ซ่อนตัวอยู่ รอปัญญาชนในชาติให้นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์
เทือกเขาหินปูนอันสวยงามในเวียดนามเหนือถูกระเบิดลงมาบดเป็นก้อนหินขนาดใหญ่น้อย ตามถ้ำ ตามน้ำตกเป็นแหล่งของหินงอกหินย้อยที่สวยงาม ถูกสกัดนำออกมาขายเป็นเครื่องประดับตกแต่งสวนเขามอ สวนบอนไซ หลายชิ้นถูกตั้งวางขายในห้างสรรพสินค้าทั่วประเทศ เราต้องอึ้งไปเมื่อรถวิ่งผ่านภูมิประเทศที่งดงาม โดยมีภูเขาหินปูนที่ถูกทำลายลงและกำลังจะถูกทำลายลงจนเห็นร่องรอยของการถูกระเบิด จนหลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า
“น่าเสียดาย”บนภูเขาหินปูนไม่ว่าจะเป็นของเวียดนาม ลาว หรือแม้แต่ในหลายท้องที่ของประเทศไทย ประกอบไปด้วยพืชพรรณไม้ที่มีลักษณะแปลกเฉพาะตัว เป็นที่รู้กันของนักกล้วยไม้และผู้ที่รักไม้ประดับว่ากล้วยไม้รองเท้านารีหลายชนิด มาจากภูเขาหินปูนที่พังงา กระบี่ และสุราษฎร์ธานี ไม่แต่กล้วยไม้ เรายังได้พบพืชชั้นต่ำ เช่น เฟิร์น และมอส ที่สวยงาม และหลายชนิดยังรอการจำแนกจากนักอนุกรมวิธาน
ไม้ต้นหลายชนิดมีความสวยงาม เช่น พืชในวงศ์กล้วย รวมถึงกล้วยโทน กล้วยผา และจันทน์ผา จันทน์แดง (Dracaena) ปรง (Cycas) หลายชนิดที่ยังไม่รู้จักชื่อพบตามหน้าผาหินปูน เช่นเดียวกับพืชที่มีดอกสวยงามแปลกตาในวงศ์ขิง ข่า กะทือ (Zingiberaceae) โดยเฉพาะอย่างยิ่งพืชสกุล Curcuma, Zingiber, Globba และอื่นๆ อีกหลายสกุล ไม่ต้องพูดถึงพืชสกุล Hoya ซึ่งพบมากตามลำต้นไม้ และขึ้นปกคลุมผาหิน ในวงศ์เทียนป่า (Impatiens) นั้นมีความหลากหลายและหลายชนิดยังไม่ได้รับการตั้งชื่อ
พวกนี้อยู่ในวงศ์บาลซัม (Balsaminaceae) หลายชนิดมีอาหารสะสมอยู่ในส่วนโคน ทำให้โคนพองออกดูเป็นโขดหิน จึงเป็นที่นิยมของผู้ปลูกไม้ประดับฟอร์มแปลกๆ ในเวียดนามเหนือ เทียนชนิดหนึ่งมีใบสวยงาม เพราะมีก้านใบสีชมพูสะดุดตา และดูผิวใบเป็นกำมะหยี่ มันมีชื่อว่า (Impatiens Verrucifer Hook f.) ดอกมีกลีบสีขาว แต่ในปากสีส้ม เทียนป่าอีกชนิด ซึ่งพบตามตีนเขาหินปูน ได้แก่ I. Claviger Hook f. ต้นสูงได้กว่า 1 เมตร แต่มีก้านดอกยาว ดอกดูคล้ายแมลงผีเสื้อกลางคืน บางคนดูคล้ายนกสีเหลืองอมส้มอ่อนกำลังบินขึ้นไปในอากาศ







