
น้ำฝน ... ของขวัญจากฟากฟ้า
สายฝนที่ตกลงมาในช่วงกลางปี เป็นโอกาสดีที่เราจะได้หวนรำลึกถึงภูมิปัญญาแบบไทยๆ
โดย...ไอเดียดี
สายฝนที่ตกลงมาในช่วงกลางปี เป็นโอกาสดีที่เราจะได้หวนรำลึกถึงภูมิปัญญาแบบไทยๆ นั่นคือ การนำน้ำฝน ทรัพยากรธรรมชาติล้ำค่าจากฟากฟ้ามาใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าที่สุดในชีวิตประจำวัน
วันนี้ แม้ในเมืองใหญ่จะมีแท็งก์น้ำไซส์ยักษ์ไว้กักตุนตามหลังคาคอนโดมิเนียม ดาดฟ้าตึกแถว จนถึงสวนหลังบ้าน แต่เชื่อว่ายังมีอีกหลายครัวเรือนที่ยังนิยมตั้งโอ่ง หรือภาชนะรองน้ำไว้กลางแจ้ง บ้างวางไว้ใต้หลังคา รอให้น้ำฝนไหลผ่านรางน้ำลงมา
รองน้ำฝนอย่างไรให้ถูกวิธี
การรองน้ำฝนที่ถูกวิธี มิใช่ว่าถึงเวลาฝนตกแล้วค่อยวิ่งตาลีตาเหลือกถือกะละมัง กลิ้งโอ่งไปรองน้ำฝน
แต่ต้องมีการเตรียมการไว้ล่วงหน้า!
อันดับแรก ต้องทำความสะอาดหลังคาและรางน้ำไว้ล่วงหน้า เพื่อไม่ให้มีมูลสัตว์ สิ่งสกปรกตกค้าง หรือว่าเป็นสนิม ทั้งนี้ช่วงต้นฤดูฝนใหม่ๆ น้ำจะยังไม่สะอาด ควรปล่อยให้ตกทิ้งไปก่อน ให้น้ำฝนชะล้างหลังคา ทำความสะอาดรางน้ำสักระยะหนึ่งก่อน แล้วค่อยจะเริ่มรองเก็บน้ำฝนได้
ส่วนเรื่องการกักเก็บน้ำ บางพื้นที่ต่างจังหวัดที่เป็นพื้นที่เกษตรกรรมเรือกสวนนาไร่ มักนิยมขุดสระ บ่อเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ตลอดปี แต่สำหรับผู้ที่ต้องการนำน้ำฝนมาใช้ในวิถีชีวิตประจำวัน ข้อควรใส่ใจ คือ ภาชนะหรือระบบกักเก็บน้ำต้องสะอาด มีฝาปิดมิดชิด และควรตั้งอยู่ห่างไกลจากแหล่งมลภาวะต่างๆ
ใช้น้ำฝนอย่างคุ้มค่า
ขึ้นชื่อว่าน้ำฝน ย่อมนึกถึงความสะอาด ความบริสุทธิ์ คนโบร่ำโบราณใช้น้ำฝนอาบกินมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย เย็นฉ่ำและหอมหวานอย่างธรรมชาติ
แต่ปัจจุบันคนเมืองกรุงอาจไม่กล้านำมาดื่ม เพราะเขตเมืองบางแห่งมีมลภาวะเป็นฝุ่นควัน เต็มไปด้วยมลพิษที่มองไม่เห็นและเป็นอันตรายต่อร่างกาย ถึงอย่างนั้นก็ยังสามารถรองเก็บน้ำฝนมาเป็นน้ำใช้ในกิจกรรมต่างๆ ที่ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำสะอาดมาก
อาทิ ใช้ล้างรถ รดน้ำต้นไม้ ใช้ในระบบโถสุขภัณฑ์ หรือใช้เช็ดล้างพื้นและสิ่งของภายนอกอาคาร เช่น ประตู รั้ว หรือชุดเก้าอี้ในสนาม ลดภาระค่าใช้จ่ายจากบิลค่าน้ำประปา แถมยังถือเป็นการช่วยลดพลังงานในการใช้ผลิตน้ำประปาได้อีกทางหนึ่งด้วย
เคล็ดลับการใช้น้ำอย่างประหยัด
เริ่มจากประหยัดการใช้น้ำในสวน สนามหญ้า หรือต้นไม้ในบ้าน
อันดับแรก ควรศึกษาประเภทของต้นไม้ ว่าต้นไม้แต่ละประเภทต้องการปริมาณน้ำมากหรือน้อย และให้น้ำตามความต้องการของต้นไม้ สังเกตดูข่าวพยากรณ์อากาศ หากว่าจะมีฝนตกก็ไม่จำเป็นต้องรดน้ำต้นไม้ ตัดหญ้าให้สูงประมาณ 2-3 นิ้ว ไม่ควรให้สั้นเกินไป เพื่อรักษาความชื้นในดิน
ใครบางคนกระซิบเคล็ดลับส่วนตัวว่า หากต้องการล้างรถให้ล้างรถบนสนามหญ้า เรียกว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวตามตำราเป๊ะ
ส่วนวิธีประหยัดน้ำในบ้าน จากปกติใช้วิธีการอาบน้ำด้วยการนอนแช่อ่าง หันมาใช้ฝักบัวดีกว่า ประหยัดกว่าเยอะ และช่วงหน้าฝนแบบนี้จะมัวรีรออะไรอยู่ นุ่งผ้าขาวม้า ผ้าถุง ออกไปร่าเริงอาบน้ำกลางสายฝนมันเสียเลย ว่าแล้วอย่าลืมสบู่ แชมพูไปด้วยนะ
สุดท้าย ใครที่ชอบดื่มน้ำฝน ต้องทำการปรับปรุงคุณภาพน้ำก่อนลดอัตราการเสี่ยงจากการเจ็บป่วยด้วยโรคของระบบทางเดินอาหารที่มีน้ำเป็นสื่อ วิธีที่ง่ายที่สุดคือ การต้มน้ำ โดยจะใช้ความร้อนสูงถึงอุณหภูมิน้ำเดือด (100 องศาเซลเซียส) นานประมาณ 10-20 นาที สามารถทำลายเชื้อโรคต่างๆ ที่ปนเปื้อนมากับน้ำได้
เอาละ ฝนตกพอดี ว่าแล้วก็ลองกันดูดีกว่า







