
กระบี่...สีเขียว สร้างบ้านแปงเมืองด้วยสองมือ
กระบี่ จังหวัดชายทะเลอันดามันที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้วยการประกาศเป็นเมืองแห่งการเกษตร อุตสาหกรรมการเกษตรและการท่องเที่ยว
กระบี่ จังหวัดชายทะเลอันดามันที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้วยการประกาศเป็นเมืองแห่งการเกษตร อุตสาหกรรมการเกษตรและการท่องเที่ยว
พื้นที่ จ.กระบี่ มี 2.94 ล้านไร่ ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่สีเขียว เฉพาะการปลูกยางพารากับปาล์มน้ำมันก็รวมกันถึง 1.8 ล้านไร่ หรือมากกว่า 60% เข้าไปแล้ว
กระบี่ยังมีความสำคัญในแง่แหล่งพื้นที่ป่าโกงกางที่สำคัญ โดยมีป่าชายเลนมากเป็นอันดับ 3 ของประเทศ รองจากพังงาและสตูล
นอกจากนั้น พื้นที่ชุ่มน้ำปากแม่น้ำกระบี่ ยังเป็น 1 ใน 10 พื้นที่ชุ่มน้ำที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศของอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ หรือ อนุสัญญาแรมซาร์ (Ramser Convention) เนื่องจากมีคุณค่า ความสำคัญต่อวิถีชีวิต ทั้งของมนุษย์ พืช สัตว์ เป็นถิ่นที่อยู่ของนกน้ำ
การที่เป็นเมืองอุดมด้วยทรัพยากรธรรมชาตินอกเหนือจากป่าเขาแล้ว ก็ยังมีชายฝั่งทะเลยาวถึง 160 กิโลเมตร มีเกาะต่างๆ 154 เกาะ มีนักท่องเที่ยวปีละกว่า 2 ล้านคน โดยเป็นเมืองท่องเที่ยวอันดับ 5 ของประเทศ รองจากกรุงเทพฯ ภูเก็ต ชลบุรี และเชียงใหม่
ที่สำคัญ กระบี่ไม่มีคดีอุกฉกรรจ์ที่ร้ายแรง
สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ประชาชนมีรายได้ต่อคนต่อปี 137,497 บาท สูงเป็นอันดับที่ 4 ของภาคใต้ รองจาก ภูเก็ต พังงา และสุราษฎร์ธานี
ทั้งหมดหมายความว่า กระบี่ ผสมผสานระหว่างทรัพยากรธรรมชาติ สภาพพื้นที่เข้ากับการพัฒนาของจังหวัด
ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะนักศึกษาหลักสูตรการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยสำหรับนักบริหารระดับสูง หรือ ปปร. รุ่น 16 สถาบันพระปกเกล้า เดินทางไป จ.กระบี่ เพื่อเรียนรู้และสังเคราะห์ถึงที่มาแห่งความเข้มแข็งของกระบี่
สิ่งที่พบก็คือ ชาวกระบี่เลือกทิศทางการพัฒนาด้วยตัวเอง โดยสะท้อนจากการเมืองระดับท้องถิ่น นับตั้งแต่ ชวน ภูเก้าล้วน ได้เป็นนายกเทศมนตรีเมื่อปี 2515 ก็ได้วางรากฐานในการพัฒนาเทศบาลกระบี่ให้แข็งแรง เป็นแก่นกลางการพัฒนาของจังหวัด
ชวนเป็นคนกระบี่ ถูกส่งไปศึกษาเล่าเรียนที่ปีนังและอังกฤษ กลับมากระบี่ก็ตั้งใจที่จะพัฒนาเมืองให้เหมือนกับต่างประเทศ โดยวางโครงสร้างของเมือง ฯลฯ ร่วมกับชาวกระบี่ ทำให้เมืองกระบี่มีสภาพสอดคล้องกับธรรมชาติสวยงาม
บางโครงการแม้จะไม่มีเงินงบประมาณภาครัฐ อาทิ การก่อสร้างสนามบิน แต่ก็สามารถผลักดันสร้างจนสำเร็จ แม้ว่าครั้งแรกรันเวย์เป็นดินลูกรัง จากนั้นค่อยพัฒนามาเป็นสนามบินเชิงพาณิชย์อย่างที่เป็นอยู่
หลังจากปี 2518 ชวน ไม่ลงสมัครเลือกตั้ง แต่ตำแหน่งนายกเทศมนตรีก็ตกอยู่กับ น้องชาย กีรติศักดิ์ ภูเก้าล้วน ทำให้การบริหารเมืองต่อเนื่องมาตลอด 40 ปี
การบริหารเทศบาลเมืองกระบี่ยังผูกติดประสานงานร่วมกับส่วนราชการและจังหวัดเพื่อเดินไปในทิศทางเดียวกัน โดยในปัจจุบันยุทธศาสตร์การพัฒนาที่สำคัญของกระบี่ก็คือ 1.การยกระดับคุณภาพการท่องเที่ยวทางทะเลเชิงอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และสุขภาพ 2.การเป็นแหล่งเกษตรอุตสาหกรรมและพลังงานที่ยั่งยืน และ 3.การพัฒนาคุณภาพชีวิตสู่สังคมน่าอยู่
อุตสาหกรรมส่วนใหญ่ของ จ.กระบี่ เป็นอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการเกษตร และเป็นการดำเนินการที่คำนึงถึงผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อม โรงงานต่างๆ อาทิ โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มดิบ จึงได้นำของเสียที่เกิดขึ้นมาใช้ประโยชน์ได้ทั้งหมด (Zero Waste)
นอกจากนั้น กระบี่ยังมุ่งเน้นพัฒนาคน โดยเฉพาะเด็ก เยาวชน ให้แข็งแรง มีร่างกายที่เติบใหญ่ขึ้นกว่าเดิม พัฒนาสมอง สติปัญญา อาทิ จะมีการส่งเสริมด้านศิลปะ กีฬา ในช่วงที่มีรายการละครทางโทรทัศน์ เพื่อให้เด็กไม่ติดทีวีแบบงอมแงม
ความเข้มแข็งของเมืองกระบี่ ไม่เพียงแต่เกิดขึ้นเฉพาะเขตเทศบาลเท่านั้น แต่ยังกระจายออกไปยังชุมชนรอบนอก โดยเฉพาะในระดับหมู่บ้านด้วยเช่นกัน
คณะ ปปร.16 เดินทางไปเยี่ยมหมู่บ้านเกาะกลาง หมู่ 1 ต.คลองประสงค์ ซึ่งการเดินทางไปต้องนั่งเรือเข้าไป
ต.คลองประสงค์ อยู่ภายใต้การดูแลของ อบต.คลองประสงค์ มีด้วยกัน 4 หมู่บ้าน ส่วนใหญ่เป็นชาวไทยมุสลิม สภาพหมู่บ้านจะเป็นลักษณะเครือญาติ
แต่ละหมู่บ้านจะมีแผนพัฒนาของตัวเอง ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม โดยแบ่งระดับการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นระดับที่แก้ไขได้ด้วยตัวเอง หรือ ทำเอง หากเกินกว่าที่จะแก้ไขจะร่วมมือกับองค์กรภายนอก หรือ ทำร่วม เช่น ทำร่วมกับจังหวัด เทศบาล และถ้าต้องใช้งบประมาณมากๆ จะเป็นการรับความช่วยเหลือ เป็นลักษณะ ทำให้
ชีวิตของชาวหมู่บ้านเกาะกลางเรียบง่าย ยึดแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง อยู่กับวิถีชีวิตดั้งเดิม โดยเคยมีข้อเสนอให้ทำสะพานข้ามเพื่อที่ไม่ต้องเดินทางเข้าหมู่บ้านด้วยเรือ แต่ชาวบ้านลงมติไม่เอาสะพาน เพราะจะทำให้วิถีชีวิตของชุมชนเปลี่ยนแปลงไป โดยถนนภายในหมู่บ้านก็ยังกำหนดให้กว้างเพียงพอสำหรับรถมอเตอร์ไซค์และรถมอเตอร์ไซค์ดัดแปลงที่มีที่นั่งอยู่ข้างๆ หรือรถสกายแล็บเท่านั้น
ดัชนีชี้วัดถึงสภาพสังคมที่เกื้อกูลกันของชาวคลองประสงค์ก็คือ ไม่มีเด็ก หรือคนชราที่ถูกทอดทิ้ง โดยต่างได้รับการดูแลจากพ่อแม่ ญาติ หรือลูกหลานอย่างทั่วถึง
เอกลักษณ์สำคัญของชาวบ้านเกาะกลางยังคงมีอยู่ อาทิ การปลูกข้าวสังข์หยด ซึ่งได้พันธุ์มาจากพัทลุง โดยเป็นการทำการเกษตรแบบไม่มีสารเคมี และใช้ภูมิปัญญาดั้งเดิมในกระบวนการผลิต กระทั่งการสีเป็นข้าวสาร การทำผ้าบาติก การทำเรือหัวโทงจำลอง ฯลฯ พร้อมๆ กับเปิดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์
ทั้งหมดทำให้ชุมชนบ้านเกาะกลางเป็นชุมชนที่น่าเรียนรู้ด้านประชาธิปไตยระดับรากฐาน ที่ชุมชนจะเลือกอนาคตกำหนดวิถีชีวิตและการแก้ปัญหาด้วยตัวเอง
กระบี่ วันนี้จึงกลายเป็นเมืองสีเขียว เมืองแห่งการท่องเที่ยว การเกษตร และอุตสาหกรรมเกษตร ที่นำจุดแข็งมาใช้ ผ่านการระดมพลังของชุมชน ด้วยกระบวนการประชาธิปไตยตั้งแต่ระดับพื้นฐานอย่างหมู่บ้านถึงระดับเมืองคือเทศบาล ซึ่งเป็นการกระจายอำนาจการปกครองจากส่วนกลางออกมาสู่ท้องถิ่น
และถือเป็นกระบวนการประชาธิปไตยที่ใกล้ชิดประชาชน แก้ไขปัญหาชาวบ้านได้อย่างตรงจุดมากที่สุด
หรืออาจเรียกว่าเป็นประชาธิปไตยที่กินได้คงไม่ผิดกระมัง







