
ชีวิตพอเพียง & พันธกิจการอนุรักษ์
อีกบทเรียนหนึ่งของความไม่ระมัดระวัง คือความสูญเสียทางทรัพยากรอย่างที่คุณเองก็เชื่อว่าจะคาดไม่ถึง
โดย...ร็อกนีย์ 3229
อีกบทเรียนหนึ่งของความไม่ระมัดระวัง คือความสูญเสียทางทรัพยากรอย่างที่คุณเองก็เชื่อว่าจะคาดไม่ถึง ทราบหรือไม่ว่า ถ้ามีก๊อกน้ำที่เสียและมีน้ำหยดวินาทีละ 1 หยด ใน 1 ชั่วโมง จะสูญเสียน้ำ 30.27 ลิตร และใน 1 ปี จะเสียน้ำ 11,924.05 ลิตร (ข้อมูลจาก Latta Plantation Park.Huntersvillen, North Carolina) เห็นหรือไม่ว่า เรื่องที่เราคิดว่าเล็กน้อย ก็อาจกลายเป็นเรื่องใหญ่
ข้อมูลคือ บทเรียนที่สะท้อนให้เห็นความจริง ที่ควรนำมาซึ่งสำนึกความรับผิดชอบมีต่อสังคม เรื่องเล็กที่ไม่เล็กของพันธกิจว่าด้วยการอนุรักษ์ ดร.อัศวิน จินตกานนท์ ที่ปรึกษากลุ่มบริษัททีมผู้ทรงคุณวุฒิด้านเศรษฐศาสตร์การเงิน การลงทุนและตลาดหลักทรัพย์ เขียนไว้ในหนังสือ ชื่อ “เข้าใจซีเอสอาร์ สร้างสรรค์ พัฒนา อย่างมีจริยธรรม”
ดร.อัศวิน กล่าวว่า เรื่องภาวะโลกร้อนไม่ใช่สิ่งไกลตัว ในบ้านของเราเอง เราก็ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าเพื่อแสงสว่าง ใช้พัดลม ใช้เครื่องทำความเย็น ใช้ตู้เย็น เครื่องซักผ้า โทรทัศน์ เป็นต้น เลือกใช้อุปกรณ์ประหยัดพลังงานไฟฟ้า นอกจากจะช่วยลดค่าใช้จ่ายภายในบ้านแล้ว ยังลดการใช้พลังงาน ลดการขาดดุลการค้า และชะลอภาวะโลกร้อนด้วย เห็นหรือไม่ ยิงนกนัดเดียวได้ถึงกี่ตัว
หนทางการใช้ชีวิตแบบพอเพียงกับพันธกิจเพื่อโลก
1.สำนึกอนุรักษ์พลังงาน
สนับสนุนการใช้พลังงานทดแทน เช่น การผลิตและใช้แก๊สโซฮอล์ การผลิตและใช้ไบโอดีเซล การใช้พลังงานแสงอาทิตย์ การใช้พลังงานจากก๊าซชีวภาพ การใช้พลังงานจากขยะหรือชีวมวล การใช้พลังงานจากแรงลม การดำเนินการผลิตและบำรุงรักษาไฟฟ้าพลังน้ำ เป็นต้น
ยิ่งไปกว่านั้น คือการใช้ชีวิตประจำวันด้วยทรัพยากรที่ประหยัด เช่น เปลี่ยนมาใช้หลอดผอมประหยัดพลังงาน หันมาใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5 หากอยู่ในภาคอุตสาหกรรมก็หันมาใช้เทคโนโลยีที่สะอาด (Clean Technology) เพียงแค่นี้ก็ช่วยได้มาก
2.การบริหารทรัพยากรน้ำ
โลกของเรามีน้ำอยู่ประมาณ 1,400 ล้านลูกบาศก์กิโลเมตร แบ่งออกเป็นน้ำเค็มในท้องทะเลและมหาสมุทรประมาณ 97.4% นอกจากนี้อีก 2% เป็นน้ำแข็งที่อยู่ตามขั้วโลก ที่เหลือเพียง 0.6% (หรือประมาณ 8.4 ล้านลูกบาศก์กิโลเมตร) เท่านั้นที่เป็นน้ำจืด
ในจำนวนนี้ 8 ล้านลูกบาศก์กิโลเมตร เป็นน้ำบาดาลหรือน้ำที่อยู่ใต้ดิน ซึ่งมีปริมาณจำกัด จึงเป็นเหตุให้ประเทศอุตสาหกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป ย้ายฐานการผลิตออกไปจากประเทศของตัวเองเอง เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาจากการใช้น้ำภายในประเทศ
รวมไปถึงปัญหามลพิษที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นมลพิษทางอากาศ ดิน และแหล่งน้ำ การแย่งชิงแหล่งน้ำโดยการทำสงครามระหว่างประเทศ มีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในไม่นานนี้ (สงครามแย่งชิงแหล่งน้ำ โดย Duke of York จากเว็บไซต์ชื่อเดียวกัน)
3.สำนึกแห่งความพอเพียง
ในแต่ละปีประเทศไทยต้องเผชิญกับปัญหาภัยแล้ง ขณะที่อัตราการขยายตัวของชุมชนเมืองเป็นไปอย่างก้าวกระโดด สิ่งปลูกสร้าง ไม่ว่าจะเป็นบ้านเรือนที่อยู่อาศัย โรงแรม คอนโดมิเนียม โรงงานอุตสาหกรรม ผุดขึ้นราวดอกเห็ด ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตราการใช้น้ำ
คนไทยจะต้องมีวิสัยทัศน์ รู้จักหวงแหนทรัพยากรของชาติ อย่ามักง่ายในการใช้น้ำ โดยคิดว่าเป็นของฟรี จะใช้ทิ้งใช้ขว้างอย่างไรก็ได้ เวลานี้คนไทยจะต้องขวนขวายหาแหล่งน้ำดิบไว้ รวมทั้งพัฒนาการบริหารทรัพยากรน้ำไม่ให้ท่วมเมืองในฤดูฝน ใช้น้ำอย่างระมัดระวังในฤดูแล้ง
ที่สุดแล้วคือสำนึกแห่งความพอเพียง พออยู่พอกิน รู้ใช้รู้ประมาณ คนไทยจะต้องระลึกและให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์พลังงาน แหล่งน้ำ สิ่งแวดล้อม หันมาใช้ชีวิตอย่างพอเพียง เพื่อให้โอกาสแก่ลูกหลานที่จะมีชีวิตอยู่อย่างสุขสบาย เหมือนอย่างที่บรรพบุรุษของเรา ปู่ย่าตายายเคยทำไว้เพื่อเรา
“มาช่วยกันทำหน้าที่ของตัวเอง อย่ารอให้คนอื่นเริ่มประหยัดพลังงานก่อนแล้วค่อยตามเขา หรือรอให้ปัญหารุนแรงแล้วค่อยตามแก้ ไม่ทันกับโลก (ร้อน) หรอก เราเองก็เป็นผู้นำในการประหยัดพลังงาน รู้กินรู้ใช้ด้วยแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ก็ช่วยลดปัญหาโลกร้อนได้” ดร.อัศวิน กล่าว







