
น้ำใจนักกีฬา
เสียดาย...ผิดหวัง...เศร้า...ดีใจ...และคาใจ
โดย...นูโน่
เสียดาย...ผิดหวัง...เศร้า...ดีใจ...และคาใจ
มีครบทุกอารมณ์จริงๆ สำหรับบรรยากาศในการแข่งเทควันโดวันแรก ที่เอ็กเซล อารีนา เมื่อวันพุธที่ผ่านมาของทัพนักกีฬาไทย
แม้จะไม่ได้เห็นน้ำตาของผู้พ่ายแพ้ แต่ทั้งท่าทาง สีหน้า และแววตา หลังโอกาสหลุดลอย ก็ไม่ต้องมีคำบรรยายถึงความผิดหวังระคนความเศร้าและเสียดายจนยากจะอธิบายออกมาเป็นคำพูด
โดยเฉพาะ “เจ้าไอ” เป็นเอก การะเกตุ ที่ก่อนมาตั้งความหวังไว้มาก และถูกยกให้เป็นตัวเต็งความหวังเหรียญทองในครั้งนี้ แต่กลับฝันสลายตั้งแต่รอบแรก ในการเจอแจ็กพอตพบกับแชมป์โลกจากเกาหลีใต้
แม้กระทั่งได้โอกาสแก้ตัวในการลุ้นเหรียญทองแดง ก็พลาดซ้ำอีกอย่างน่าเสียดาย
ขณะที่เหรียญทองแดงของ “เล็ก” ชนาธิป ซ้อนขำ อาจจะทำให้ชาวไทยทั้งในสนามและที่เอาใจช่วยอยู่ที่ประเทศไทยดีใจกับการมีเหรียญปลอบใจ แต่ก็ยังไม่ดีพอสำหรับเจ้าตัว
เพราะนับตั้งแต่เอาชนะคู่แข่งบนเวทีในรอบชิงเหรียญทองแดงจนมาให้สัมภาษณ์ จอมเตะสาวไทยไม่ได้มีอาการดีใจอะไรมากมายอย่างที่ควรจะเกิดขึ้นกับนักกีฬาที่คว้าเหรียญโอลิมปิกได้เป็นครั้งแรก
นั่นอาจเป็นเพราะผลงานที่ทำได้ต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ และยังคงค้างคาใจกับการปล่อยโอกาสชิงเหรียญทองหลุดมือไปอย่างน่าช้ำใจ ทั้งที่เมื่อเทียบฟอร์มบนเวทีและคู่แข่งแล้ว น่าจะมีเหรียญเงินติดมือกลับบ้านเป็นอย่างน้อย
โดยเฉพาะ “โค้ชเช” เชยองซอก ซึ่งหมายมั่นปั้นมือถึงเหรียญทอง ก็เลี่ยงไม่ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวด้วยการออกอีกประตูหลังจบการแข่งขัน
แต่สิ่งที่ต้องยกย่องและชื่นชมทั้งสองคน คือ น้ำใจนักกีฬา
แม้การตัดสินของกรรมการในบางจังหวะ อย่างเช่นหมัดต่อยได้แต้มของคู่แข่ง ชนาธิป ในรอบรองชนะเลิศ ซึ่งเจ้าตัวบอกว่าถูกไหล่ไม่ใช่เกราะ และจังหวะเตะศีรษะช็อตสุดท้ายก่อนหมดเวลาในรอบชิงเหรียญทองแดงของ เป็นเอก ยังคงค้างคาใจใครหลายๆ คน และเสียดายกับโอกาสที่หลุดลอยไป
แต่ทั้งคู่ก็ยอมรับคำตัดสินของกรรมการ และไม่นำมาเป็นข้ออ้างในความพ่ายแพ้
ถ้านักการเมืองไทยคิดได้อย่างทั้งสองคนได้ก็คงดี รู้จักแพ้ชนะ เคารพกฎ เคารพกติกา







