
อัญมณี-เครื่องประดับไทยฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจโลก
โดย...สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)
โดย...สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)
การส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับของไทย ซึ่งพึ่งพาตลาดยุโรปและสหรัฐเป็นหลัก ตอนนี้กำลังแสวงหาแนวทางในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่สินค้าอัญมณีและเครื่องประดับไทย เพื่อพร้อมฝ่าวิกฤตคว้าโอกาสท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวนและการแข่งขันที่รุนแรงอยู่ในขณะนี้
สินค้าอัญมณีและเครื่องประดับไทย สร้างรายได้จากการส่งออกเข้าสู่ประเทศได้ปีละกว่าหมื่นล้านเหรียญสหรัฐ มีความจำเป็นต้องเร่งส่งเสริมสนับสนุนให้อุตสาหกรรมนี้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน
ประเด็นสำคัญเร่งด่วนที่สุดก็คือ การส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทย พัฒนาตนเองจากการเป็นเพียงผู้รับจ้างผลิต ไปสู่การเป็นผู้ผลิตที่มีรูปแบบสินค้า และมีตราสินค้าของตัวเองในที่สุด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนจะต้องทำงานร่วมกันใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น การแสวงหาวัตถุดิบอัญมณีจะต้องทำอย่างเป็นขั้นตอน ตลอดจนการพัฒนาเทคนิคการปรับปรุงคุณภาพพลอยสีด้วยความร้อนอย่างต่อเนื่อง และที่สำคัญอย่างยิ่งจะต้องพยายามรักษาภูมิปัญญาอันทรงคุณค่านี้เอาไว้ตลอดไป
สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ที่ทำหน้าที่เป็นแรงเสริมเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ทั้งในด้านการสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพมาตรฐานสินค้าอัญมณีและโลหะมีค่า การพัฒนาบุคลากร การวิจัยพัฒนา ตลอดจนการจัดทำและเผยแพร่ข้อมูลด้านการตลาดอัญมณีและเครื่องประดับ ให้แก่ภาคอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับของไทย
นอกจากงานบริการตรวจวิเคราะห์จำแนกประเภทอัญมณี ระบุวิธีการปรับปรุงคุณภาพ ตลอดจนตรวจสอบหาแหล่งกำเนิดทางภูมิศาสตร์ของอัญมณี ที่แต่ละปีมีอัญมณีเข้ามาผ่านการตรวจสอบที่ห้องปฏิบัติการหลายหมื่นเม็ดแล้ว ยังได้จัดทำ “มาตรฐานพลอยสี” ขึ้น เพื่อเป็นเกณฑ์ในการประเมินคุณภาพของพลอยคอรันดัม โดยพิจารณาจาก 3 ปัจจัย คือ สี ความใส และการเจียระไน ทั้งยังได้นำชุดมาตรฐานสีเชื่อมโยงกับชื่อสีที่นิยมใช้ในทางการค้า เช่น ทับทิมสีแดงเลือดนกพิราบ (Pigeon’s Blood) ไพลินสีน้ำเงินเข้ม (Royal Blue) เพื่อช่วยส่งเสริมการขายสินค้าแก่ผู้ค้าพลอยไทยอีกทางหนึ่ง
แม้ว่าในระยะหลายปีมานี้ อุตสาหกรรมพลอยสีของไทยจะเผชิญกับปัญหาความยากลำบากในการเข้าถึงแหล่งวัตถุดิบต่างประเทศ หากแต่เพื่อรักษาสถานภาพการเป็นศูนย์กลางการผลิต และการค้าพลอยสีที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
ภาครัฐกำลังพิจารณาเข้าไปตั้งสถานทูต หรือสถานกงสุล ในประเทศแหล่งวัตถุดิบอัญมณีแถบทวีปแอฟริกา เพื่อให้ความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกแก่บรรดาพ่อค้าพลอยไทยที่ไปแสวงหาวัตถุดิบด้วยตัวเอง และยังได้อนุมัติต่ออายุการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มการนำเข้าพลอยก้อนที่ต้องเสียในอัตรา 7% ไปจนถึงสิ้นเดือน ธ.ค. 2557
โอกาสสำคัญอีกเรื่องคือ การรวมตัวกันเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งกลุ่มประเทศนี้เป็นแหล่งวัตถุดิบพลอยสีที่สำคัญ โดยเฉพาะทับทิมและแซปไฟร์ ทุกวันนี้การเข้าถึงพลอยก้อนในประเทศเหล่านี้จะยังกระทำได้ยาก แต่เชื่อว่าในอนาคตคงสามารถสร้างความร่วมมือด้านวัตถุดิบพลอยสีได้อย่างเป็นรูปธรรม







