
มุมมืดที่มอง (ไม่) เห็น
แค่เพียงหนึ่งสัปดาห์ที่เข้าฉาย แต่ดูเหมือนว่าภาคอำลาแบทแมน The Dark Knight Rises
โดย...โจ เกียรติอาจิณ
แค่เพียงหนึ่งสัปดาห์ที่เข้าฉาย แต่ดูเหมือนว่าภาคอำลาแบทแมน The Dark Knight Rises ก็ได้สร้างแรงกระเพื่อมไหวแก่คนทั้งโลก ชนิดที่ทั้งช็อก!!! และสลดใจยิ่งนัก เพราะใครคงไม่คิดหรอกว่าเจ้าวายร้ายตัวใหม่ “เบน” จะแผ่อิทธิพลให้กระทาชาย “เจมส์ โฮล์มส” ลอกเลียนแบบด้วยการคว้ามือบุกเดี่ยวกราดยิงผู้ชมคาโรงที่โคโลราโด
เป็นโศกนาฏกรรมที่นำไปสู่ความสูญเสียครั้งใหญ่ มีคนตาย 12 คน บาดเจ็บอีก 58 คน แน่นอน มองข้ามไม่ได้ว่ามันสืบเนื่องจาก “เบน” นั่นแหละ (เอ้า!!! เวรกรรมของเบนจริงๆ ที่ดันมาร้ายกาจในภาคจบซะงั้น 555)
สงสัยก็แต่ เจมส์ โฮล์มส เป็นญาติฝ่ายไหนกับเบนมิทราบ เฮ้อ!!! ถึงกล้ากระทำการณ์อุกอาจเยี่ยงนี้ จะว่าเขาแค้นอัศวินรัตติกาล เกลียดชาวเมืองกอตแธม ทวงยุติธรรมแทนอัยเขตผู้ล่วงลับ “ฮาร์วีย์ เดนต์” ก็ไม่ใช่ ฟังข่าวแล้วก็ใจหายเพิ่มเป็นทวี เมื่อตำรวจบุกค้นรังเจออาวุธหนักเบาพร้อมลุยเพียบ
สิ่งที่ทุกคนลุ้นระทึกมากกว่าการที่มือสังหารต้องรับโทษสูงสุดประหารชีวิต นั่นคือตกลง เจมส์ โฮล์มส เพี้ยนจริงรึเปล่า เพราะถ้าเพี้ยนจริง บอกตรงนี้เลยว่าเขาก็ต้องมีชะตากรรมไม่ต่างกับเบนที่เขาเลียนแบบ รวมถึง “โจ๊กเกอร์” ตัวร้ายในภาคก่อน The Dark Knight ที่ว่ากันว่าเขาโคตรคลั่ง
ภาคนี้หนังย้าวยาว (เกือบ 3 ชั่วโมง) แต่ดาร์กมากขึ้น โหดมากขึ้น เหวอมากขึ้น บีบหัวใจมากขึ้น แล้วก็มึนมากขึ้น (รึเปล่า?) ฉายถึงชะตากรรมของเบน วายร้ายผู้มีปมหม่นมืดอนธการในใจ โดยแสดงออกมาในทีท่าหยาบคาย โหดเหี้ยม กระด้างกระเดื่อง ทั้งต่อสังคมและคนรอบข้าง และบางคราก็ต่อหัวใจตัวเอง
เบนในหนังจึงดูร้ายกาจ ร้ายจริง แถมดีกรีความร้ายของเบนก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สุดขั้วของความร้ายนั้นยังแฝงไว้ซึ่งความเกลียดชัง ความคับแค้น สุดท้ายคือความคลั่ง ที่อะไร หรือใคร ก็ไม่สามารถหยุดยั้งได้
นี่ไงจึงเลี่ยงไม่ได้ที่ใครๆ จะนำเบนมาเปรียบเทียบกับวายร้ายนอกจออย่างเจมส์ โฮล์มส
แรงจูงใจที่ทำให้เบนโหดเหี้ยมได้เยี่ยงนั้น จริงๆ ก็แค่เขาอยากได้ความไว้วางใจ คำชื่นชม การเชิดชู อยากมีพื้นที่ยืนหยัด ยืดอกแล้วพูดได้เต็มปาก ข้าก็คือมนุษย์ มีเลือดเนื้อ มีหัวใจ มีความรักที่ถูกเก็บงำและพร้อมจะมอบให้ หาใช่ถังขยะเพื่อใครจะโยนเศษสวะอะไรก็ได้
เช่นเดียวกัน “บรูซ เวย์น” บุรุษผู้อยู่ใต้ภายชุดหนังมนุษย์ค้างคาว ภาคนี้ก็ถึงเวลาแล้วที่เขาจะต้องเผชิญหน้ากับความเจ็บปวด ซึ่งถูกหมักหมมและซุกเร้นไว้ตั้งแต่เยาว์วัย ความเป็นมหาเศรษฐี การมีทุกสิ่งอย่างในชีวิต และแอบสร้างรังลับเป็นของตัวเอง ตลอดจน ลีลาท้ามฤตยูสู้กับวายร้าย อาจเป็นภาพลักษณ์ที่แฟนๆ จำติดตา แต่เบื้องลึกในใจเขานั้นกลับถูกสั่นคลอนด้วยรอยแผลเมื่อครั้งอดีต ที่เขาไม่สามารถสลัดทิ้งไปให้พ้นชีวิตได้ ทางเดียวที่จะต้องทำคือจัดการและรับมือกับความเจ็บปวดนั้น จะด้วยวิธีไล่ล่าฆ่าวายร้าย คืนความสงบสู่กอตแธม ซิตี หรือพิสูจน์ตัวเองว่าไม่ใช่ฆาตกร ก็สุดแล้วแต่
เป็นมุมมืดที่หนังพยายามจะบอก ไม่ว่า บรูซ เวย์น หรือ เบน กระทั่งตัวละครคนอื่นๆ ต่างก็มุมมืดปรากฏให้เห็น นั่นเพราะทุกคนล้วนมีมุมมืดที่มักกลบเกลื่อนด้วยมุมสว่างเสมอ ใครกลบเกลื่อนได้ดีและปกปิดได้มิดชิด ก็อาจรอดพ้นสายตาจากสังคมและคนรอบข้าง
กรณีเบนกับ บรูซ เวย์น ที่แม้จะมีบุคลิกซึ่งสะท้อนมาจากบุคลิกคนมีปม ทว่าทั้งคู่ก็ยังเป็นแค่ตัวละครในหนัง ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อความบันเทิง จริงอยู่อาจมีความรุนแรง ความล่อแหลม ความหมิ่นเหม่ ในหลายๆ ประเด็น แต่เมื่อเทียบกรณี เจมส์ โฮล์มส มือสังหารผู้ตกอยู่อ้อมกอดแห่งความโหดเหี้ยม ย่อมจะเป็นมุมมืดที่น่าพรั่นพรึงสุดๆ เพราะนี่คือความโหดเหี้ยมนอกจอและเป็นวายร้ายตัวจริง
เวลานี้โลกไม่ต้องการคนแบบ เจมส์ โฮล์ม คงอยากฆ่าเขาให้ตายแดดิ้นลงตรงหน้า ขณะเดียวกันคนแบบเบน แฟนๆ หนังกลับชื่นชอบ (อย่างน้อยเราคนหนึ่งล่ะ) ชอบที่เขากล้า บ้า ร้าย และโหด เพราะถ้าหนังขาดเบนไป รสชาติคงกร่อยอยู่ไม่น้อย รวมทั้งชีวิตของบรูซ เวย์น ก็อาจจืดชืด ไม่ชวนตื่นตาและติดตามแน่ๆ
ถึงที่สุดแล้ว เรายังเชื่อว่ามุมมืดของเบนและบรูซ เวย์น หรือจะเป็นมุมมืดของ เจมส์ โฮล์มส ล้วนแต่เป็นมุมมืดที่ก็ทุกคนสัมผัสได้ด้วยใจและมองเห็นด้วยตา
The Dark Knight Rises
ประเทศ สหรัฐอเมริกา/อังกฤษ
ประเภท ต่อสู้/ผจญภัย/ตื่นเต้น/อาชญากรรม
ความยาว 164 นาที
เรตติ้ง ท (เหมาะสำหรับผู้ชมทั่วไป)
กำกับ คริสโตเฟอร์ โนแลนด์
แสดงนำ คริสเตียน เบล/ทอม ฮาร์ดี/แอนน์ แฮตธาเวย์/ไมเคิล เคน/แกรี โอลด์ แมน/มอร์แกน ฟรีแมน/มารียง โกติยาร์ด/โจเซฟ กอร์ดอนเลวิตต์







