posttoday
ภคพรรณ ลีวุฒินันท์ สิ่งแวดล้อมดีๆ เริ่มที่ตัวเรา

ภคพรรณ ลีวุฒินันท์ สิ่งแวดล้อมดีๆ เริ่มที่ตัวเรา

13 กรกฎาคม 2555

โดย...อณุศรา ทองอุไร

โดย...อณุศรา ทองอุไร

กระแสสีเขียวรักษ์โลก รักษ์สิ่งแวดล้อม กำลังมาแรง หลายคนหลายหน่วยงานต่างสนใจและให้ความร่วมมือ ก็เพราะหลายๆ คนหลายๆ องค์กรต่างรู้ดีว่าโลกนี้กำลังป่วย พวกเราทุกคนต้องช่วยกันเยียวยา เช่นเดียวกับหญิงสาวผู้นี้ที่มีหัวใจสีเขียวด้วยเช่นกัน ภคพรรณ ลีวุฒินันท์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท นู สกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส (ประเทศไทย) จำกัด

บริษัทนู สกิน แม้จะเป็นบริษัทขายตรง แต่ในประเทศไทยมียอดขายเกือบ 2,000 ล้านบาท มีตัวแทนจำหน่ายจำนวนมาก โดยบริษัทเองก็มีนโยบายในการรณรงค์ให้พนักงานและตัวแทนจำหน่าย มีความตื่นตัวในเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อมในรูปแบบต่างๆ ในระดับพนักงานก็มีกิจกรรมประจำปี เช่น ปีล่าสุดไปร่วมกันไปปลูกป่าที่ชะอำ หัวหิน ร่วมกับโครงการในพระราชดำริ รวมทั้งมีการติดตามผลอย่างต่อเนื่องว่าต้นไม้ที่เราไปปลูกรอดไหม ต้องดูแลอะไรเพิ่มเติม

ส่วนในสำนักงาน เรื่องประหยัดน้ำ ประหยัดไฟ ใช้กระดาษ 2 หน้า หรือลดการใช้กระดาษด้วยการสื่อสารผ่านอีเมล ปิดแอร์ตอนพักเที่ยง การสั่งสินค้าก็ให้ใช้ผ่านอินเทอร์เน็ต เพื่อลดการใช้กระดาษให้เหลือศูนย์เปอร์เซ็นต์ ลดขั้นตอนการทำงานให้สายงานสั้นลงเพื่อประหยัดพลังงาน ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ทำมาหลายปีแล้ว ผลที่ได้รับคือนอกจากดีกับโลกแล้วบริษัทก็ลดค่าใช้จ่ายลงได้ 35 เปอร์เซ็นต์

“เวลาบริษัทไปจัดนิทรรศการออกบูธโชว์ต่างๆ เราจะใช้บอร์ดที่ทำจากไม้รีไซเคิล คือ แต่ละปีจัดหลายครั้ง เราก็จะเอาของเก่ามาใช้จนกว่าจะหมดสภาพ เพื่อประหยัดและรักษ์โลก เพราะไม้ใช้ได้หลายครั้งไม่สมควรที่จะใช้หนเดียวแล้วทิ้ง”

ในส่วนของผลิตภัณฑ์ของบริษัทก็คือ การใช้วัตถุดิบที่มาจากธรรมชาติ ไม่ใช้สารเคมี ตัวบรรจุภัณฑ์ก็ใช้วัสดุที่ทำมาจากวัตถุดิบที่นำไปรีไซเคิลได้ สินค้าหลายชนิดจะไม่มีกล่อง เพราะกล่องทำมาจากกระดาษที่ทำมาจากเยื่อไม้ต้องตัดไม้ ที่สำคัญกล่องพอแกะแล้วก็ทิ้งเลย ไม่มีใครสะสมกล่องแกะปุ๊บทิ้งปั๊บ สิ้นเปลืองทรัพยากรเป็นอย่างยิ่ง ถ้าจำเป็นต้องใช้เราจะเลือกเยื่อกระดาษจากไผ่ที่สามารถปลูกทดแทนได้ในเวลาไม่นาน

ภคพรรณ ลีวุฒินันท์ สิ่งแวดล้อมดีๆ เริ่มที่ตัวเรา

 

บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก

ภคพรรณ กล่าวถึงหลอดบรรจุภัณฑ์สินค้าที่ชื่อ Epoch เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีสัญลักษณ์เป็นใบไม้สีเขียว นั่นมีความชัดเจนว่า เป็นผลิตภัณฑ์ที่มาจากธรรมชาติ 100 เปอร์เซ็นต์ ทั้งตัวสินค้าและแพ็กเกจที่นำมารีไซเคิลได้ ซึ่งเป็นนโยบายของบริษัทแม่ที่อเมริกาที่ต้องการให้ทุกสาขาทั่วโลกมีผลิตภัณฑ์ที่ผลิตแบบกรีนโปรดักต์อย่างครบวงจร ถือว่าเป็นสินค้าอีโค โดยทางนู สกิน นั้นได้คืนกำไรสู่สังคมเพื่อตอบแทนภูมิปัญญาพื้นบ้าน โดยการบริจาครายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ Epoch รายการละ 0.25 เหรียญสหรัฐ ให้กับมูลนิธิพลังแห่งความดีของนู สกิน ซึ่งเป็นองค์กรที่ไม่แสวงผลกำไร ซึ่งอุทิศตนให้กับการพัฒนาอย่างยั่งยืนในหลายประเทศทั่วโลก

เธอเล่าว่า มูลนิธิพลังแห่งความดีของนู สกิน ได้ร่วมมือกับ Seacology ซึ่งเป็นองค์กรการกุศลในสหรัฐ ที่เน้นการอนุรักษ์เกาะและวัฒนธรรมทั่วโลก โดยนู สกินได้เข้าไปสนับสนุนโครงการพิทักษ์สิ่งแวดล้อมบริเวณเกาะที่สำคัญๆ ของ Seacology ด้วยการได้เข้าไปทำงานร่วมกับชุมชนในพื้นที่รอบเกาะ เพื่อให้สมาชิกในชุมชนมีส่วนร่วมในการดูแลสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติของพวกเขาเอง

นั่นจึงเกิดเป็นการประสานงานอย่างต่อเนื่องของทั้งสององค์กร เพื่อช่วยในการพัฒนาการศึกษาของคนรุ่นใหม่ในพื้นที่และรักษาสภาพแวดล้อม สำหรับโครงการพิทักษ์สิ่งแวดล้อมที่นู สกิน เข้าไปสนับสนุน จะช่วยผลักดันให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้การอนุรักษ์ธรรมชาติและสืบทอดวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมที่เป็นเอกลักษณ์ของชุมชนของตน โดยแหล่งทุนของโครงการมาจากการจำหน่ายกลุ่มผลิตภัณฑ์บำรุงผิวพรรณและเส้นผม Epoch ของ นู สกิน โดยได้ร่วมมือกับกลุ่มนักพฤกษศาสตร์พื้นบ้านชั้นนำระดับโลก ผู้ซึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างพืชพันธุ์ธรรมชาติกับวัฒนธรรมท้องถิ่นในยุคสมัยต่างๆ เพื่อสรรค์สร้างกลุ่มผลิตภัณฑ์ Epochซึ่งประกอบไปด้วยพืชพันธุ์ธรรมชาติที่พิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิผล โดยใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดเพื่อแก้ปัญหาความกังวลของผู้ที่ใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล

สำหรับเรื่องส่วนตัว เธอก็มีการปรับเปลี่ยนนิสัยในการใช้ชีวิตประจำวันหลายอย่าง เช่น ถ้าซื้อของชิ้นเล็กๆ ตามร้านสะดวกซื้อ ก็จะไม่เอาถุงพลาสติก ถ้าซื้อของหลายๆ ชิ้น ก็ใส่ถุงรวมๆ กันมาเพียงถุงดียว เวลาไปซื้อของที่ซูเปอร์มาร์เก็ตจะมีถุงผ้าไปใส่ของเอง ท้ายรถจะมีถุงผ้าหลายขนาด 2-3 ใบทิ้งไว้ในรถ ไปซื้ออะไรก็หยิบถุงผ้าติดมือไป

หากวันหยุดไปซื้ออะไรรับประทานแถวบ้าน จะขี่รถจักรยานหรือเดินไป ถ้าไม่ไกลมาก ถือเป็นการออกกำลังกาย รวมทั้งมีการแยกขยะที่บ้าน โดยสอนให้ลูกๆ มีส่วนร่วม ซึ่งลูกก็สนุกสนานในการช่วยแยกขยะ เพราะที่โรงเรียนเขาก็สอนมาเหมือนกัน เมื่อเราทำก็ถือว่าเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่ลูกได้ทำตาม

“อย่างพวกน้ำยาล้างจาน สบู่ น้ำยาขัดห้องน้ำ น้ำยารีดผ้า จะซื้อแบบถุงชนิดเติม เพื่อไปใส่ขวดเก่าที่เรามีอยู่แล้ว ประหยัดด้วย แถมดีต่อโลกอีกทางหนึ่ง” เธอกล่าวด้วยรอยยิ้มภูมิใจ

 

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน