
ในเมืองอาหารขยะ
หนูดีมาอยู่ซานฟรานซิสโกได้เกือบ 1 สัปดาห์แล้วค่ะ หลังจากไปท่องเที่ยวดูสถานที่ต่างๆ ที่นักท่องเที่ยวควรจะไป
โดย...หนูดี – วนิษา เรซ
หนูดีมาอยู่ซานฟรานซิสโกได้เกือบ 1 สัปดาห์แล้วค่ะ หลังจากไปท่องเที่ยวดูสถานที่ต่างๆ ที่นักท่องเที่ยวควรจะไป หนูดีก็ได้ไปทำกิจกรรมสุดโปรด นั่นก็คือการไปช็อปปิ้งอาหารสุขภาพมาทำรับประทานเอง รวมถึงไปหาซื้อวิตามินใหม่ๆ ประหลาดๆ ที่หาในเมืองไทยไม่ได้
ในเมือง “อาหารขยะ” ที่ส่งออกอาหารฟาสต์ฟู้ดไปทั่วโลกนี้ กลับเป็นเมืองที่หนูดีมองหาอาหารสุขภาพได้ง่ายดายที่สุดในโลก เรียกว่า เป็นสวรรค์ของคนรักจะดูแลสุขภาพก็ได้ หลังจากไม่ได้มาเกือบ 2 ปี หนูดีพบว่าที่นี่มีอาหารสุขภาพตามเทรนด์ใหม่ๆ เพิ่มขึ้นมากมายทีเดียว
ไหนๆ มาที่นี่แล้ว จะให้เล่าเรื่องโกลเดนเกต หรือเพียร์ 39 คงธรรมดาไปนะคะ หนูดีขอพาแฟนๆ คอลัมน์ตามหนูดีมาในซูเปอร์มาร์เก็ตสุขภาพกันดีกว่าค่ะ สองที่ที่หนูดีไปแล้วไปอีกคือ Trader Joe’s และ Whole Foods ค่ะ แต่ละที่ก็มีอาหารเก๋ๆ ดีต่อสุขภาพ ปลอดยาฆ่าแมลง ปลอดสารเร่ง ฯลฯ ที่แตกต่างกันไป ก็เลือกไปอันที่ใกล้บ้านค่ะ สมัยอยู่แมรีแลนด์หนูดีอยู่ใกล้เทรดเดอร์โจส์แต่มาซานฟรานฯ คราวนี้ อพาร์ตเมนต์ของหนูดีอยู่ใกล้โฮลฟู้ดส์มากกว่า ใกล้ประเภทที่ว่าเดิน 2 นาทีถึง คราวนี้ป๊ะกันทุกวันเลยทีเดียว ไม่ต้องตุนของ เพราะซื้อมาสดๆ ได้ทุกๆ วัน
วันแรกเดินไปหาแบคทีเรียค่ะ เดินทางมาไกล แถมแวะญี่ปุ่นด้วย สุขภาพเริ่มรวน หนูดีก็ต้องไปหาโพรไบโอติกรับประทาน โอ้โห ช็อกไปหลายวินาที เพราะโพรไบโอติกรุ่นใหม่ มีประมาณ 20 ยี่ห้อ มีเกือบ 100 สายพันธุ์ ทั้งๆ ที่เวลาอยู่ในเมืองไทย ก็ได้กินแต่จุลินทรีย์แลกโตบาซีลัสอยู่สายพันธุ์เดียว ทั้งๆ ที่ในโลกนี้เราเลี้ยงจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์กับมนุษย์ไว้กว่า 200 สายพันธุ์ค่ะ ที่นี่ หนูดีพบสายพันธุ์ดีๆ เช่น แลกทิส คาเซอิ แพลนทารัม พาราคาเซอิ ซาลิวาเรียส บัลการิคัส ฯลฯ ยิ่งชื่อไม่คุ้นเคยเท่าไร ยิ่งน่ากิน เพราะเท่ากับได้สายพันธุ์ที่แตกต่างกันเข้าไปช่วยกันทำงานในระบบร่างกายของเรา
บางคนอาจสงสัย ทำไมต้องกินแบคทีเรียด้วย นั่นเพราะในร่างกายของคนเรามีแบคทีเรียทั้งดีและไม่ดีอาศัยอยู่ และการที่เรากินเนื้อสัตว์เยอะ น้ำอัดลม อาหารถุง อาหารแปรรูป ก็ทำให้เรามีแบคทีเรียไม่ดีเยอะกว่า ส่งผลให้ร่างกายทรุดโทรม ผิวพรรณเสื่อม หน้าตาไม่ผ่องใส ท้องไส้ทำงานไม่ดี รวน ฯลฯ ส่วนการมีแบคทีเรียดีจะส่งผลให้ระบบต่างๆ ทำงานด้วยดีค่ะ วิธีเลือกที่ดีที่สุดคือ ซื้อแพงที่สุดเท่าที่คุณจ่ายไหว เพราะแบบราคาถูกคือ จะมีจุลินทรีย์น้อยและเป็นแบบมีอายุในห้องแล็บมาน้อย แบบที่หนูดีหารับประทานได้ในเมืองไทยนั้น มีแค่แคปซูลละ1,000 ล้านตัวเท่านั้นเอง ดังนั้น ลุยค่ะ แพงหน่อยแต่คุ้ม
ว่าแล้วก็เดินต่อ พอไปถึงตู้แช่ เจอะ “จุลินทรีย์ในน้ำมะพร้าวแบบมีฟองรสราสพ์เบอร์รี” โอ้โหคิดได้ มีน้ำจุลินทรีย์สารพัดรส สารพัดหน้าตา หนูดีซื้อมาลองหลายแบบ อร่อยไปหมด ว่าจะลองไปเรื่อยๆ จนกว่าจะกลับ คงได้ข้อมูลเยอะเลย
เดินไปดูของสดๆ และของแช่แข็งรับประทานกันบ้าง ในจุดอาหารแช่แข็ง หนูดีได้เห็น Acai Berry ที่ได้โหวตเป็นซูเปอร์ฟู้ดรุ่นใหม่ แช่ไว้แบบสดๆ บดเป็นผงมาแล้วด้วย สามารถที่จะนำมาละลายใส่นมหรือใส่โยเกิร์ต หรือนมถั่วเหลืองปั่นรับประทานได้เลย อาซาอิเบอร์รีนี้ มีทั้งโอเมกา 3 โอเมกา 6 และโอเมกา 9 แถมมีวิตามินอีก 10 ชนิด รวมถึงไฟเบอร์ด้วย เรียกว่าเป็นสุดยอดอาหารที่รับประทานแล้วได้วิตามินสูงมาก หนูดีเองหาได้แต่ผงแห้งๆ ให้ฮ่องกง แต่มาที่นี่ได้ผลสดที่บดไว้และแช่แข็งมาจากฟาร์มเลย แถมเป็นแฟร์เทรดและขายตรงจากเกษตรกร น่ารับประทานมากๆ
ส่วนวิตามินรวม หนูดีเองปกติพยายามหาแบบไม่มีสารเคมีเลย แต่หาได้ยากมาก แต่คราวนี้ โชคดี ได้วิตามินรวมที่ทำจากพืช 100 เปอร์เซ็นต์ ทำจากผักและผลไม้รวมกัน เลยขอเลือกมากินหน่อยค่ะ การกินวิตามินแบบแยกประเภทก็ดี แต่ก่อนอื่นต้องกินวิตามินรวมก่อน เพื่อให้ร่างกายทำงานได้เป็นปกติ แล้วค่อยท็อปอัพด้วยวิตามินแบบที่คุณหมออาจแนะนำเพิ่มเติม ส่วนที่ขาดไม่ได้คือ น้ำมันต่างๆ มาที่นี่ นอกจากน้ำมันปลาแล้ว ยังมีแฟล็กซี้ดออยล์ รวมถึงวุ้นของว่านหางจระเข้ ที่หนูดีมักรับประทานเพื่อให้แผลในท้องดีขึ้น รวมถึงทำให้นอนหลับดีด้วย ที่นี่มีหลายสิบยี่ห้อ หลายราคา แถมส่วนใหญ่ไม่ใส่น้ำตาลและสารกันบูด กินแล้วสบายใจ
ในที่สุดได้พบกับอาหารสดต่างๆ สิ่งแรกที่หนูดีพุ่งไป เพราะหาในเมืองไทยยากมากคือ กวาคาโมลี ซึ่งทำจากผลอโวคาโดสด ที่ทำง่ายเหลือเกิน เกลือนิด มะนาวหน่อย และอาจใส่ใบผักชี มะเขือเทศหั่น แต่เต็มไปด้วยกรดไขมันที่ดี ไม่ต้องกลัวอ้วน หากอยู่สหรัฐ หนูดีกินเป็นประจำทุกวัน เสียดายในเมืองไทยหาอโวคาโดยากนิด แต่ปัจจุบันมีของโครงการหลวง แถมราคาก็ไม่แพงแล้ว
ส่วนอีกสิ่งที่หนูดีเลิฟมาก นั่นก็คือ ซีเลียมฮัสก์ หรือเปลือกข้าวแบบอียิปต์โบราณ ซึ่งเขากินกันเพื่อให้ได้ไฟเบอร์แบบไม่มีแคลอรี
หนูดีเองได้ลองไปเที่ยวในเมืองโซซาลิโต ที่ต้องข้ามสะพานโกลเดนเกตไปเป็นเมืองริมทะเล และเขาว่ากันว่า เป็นเมืองที่ค่าครองชีพแพงที่สุดในสหรัฐ ไปดูแล้วก็สวยบาดใจค่ะ ใครอยากเห็นภาพ เข้าไปดูได้ที่ อินสตาแกรม Brainybrownie นะคะ หนูดีอัพโหลดภาพกันรายวัน โดยเฉพาะหน้าตาอาหารสุขภาพ อะไร ยี่ห้อไหน ใครสนใจอยากลองไปหาข้อมูลเพิ่ม หรือซื้อมาฝากญาติผู้ใหญ่ รับรองว่าเห็นอะไร หนูดีโพสต์ตลอด
การเดินทางไกลจึงไม่จำเป็นต้องหมายถึงการทำร้ายสุขภาพเสมอไปค่ะ หากเราสามารถเข้าไปในซูเปอร์มาร์เก็ตโลคัลของเขาได้ และรู้จักอาหารสดๆ และอาหารเสริมที่ช่วยบำรุงร่างกายแล้ว เราก็สามารถสุขภาพดีได้ในทุกที่ที่เราเดินทางไปเยือน
โลกของวิตามินและอาหารสุขภาพเป็นโลกที่สนุกมากๆ และ ผลที่ร่างกายเราได้รับนั้น เป็นสิ่งที่เราต้องสังเกตเอาเอง แต่สำหรับหนูดีแล้วพบว่า หากเรารับประทานอาหารครบ 5 หมู่ รับประทานอาหารสดและดี และวิตามินเสริมอีกนิดหน่อย โดยเฉพาะเวลาเดินทางหรือร่างกายอ่อนแอเป็นพิเศษ เราก็พร้อมจะมีความสดใสไปเผชิญทุกๆ สิ่งในโลกได้แล้วค่ะ







