posttoday
พุทธศาสน์...สู่ยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาของประชาคมอาเซียน (ตอนจบ)

พุทธศาสน์...สู่ยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาของประชาคมอาเซียน (ตอนจบ)

09 กรกฎาคม 2555

เห็นประโยชน์ที่เกิดขึ้นทั้งต่อตนเองและผู้อื่น และในส่วนนโยบายธรรมวิชัยนั้น ทำให้มุ่งส่งเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้เกิดขึ้นในภูมิภาค

โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส

เห็นประโยชน์ที่เกิดขึ้นทั้งต่อตนเองและผู้อื่น และในส่วนนโยบายธรรมวิชัยนั้น ทำให้มุ่งส่งเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้เกิดขึ้นในภูมิภาค การคมนาคม การค้าขาย การติดต่อต่างประเทศ มั่นคงขึ้น ระบบรัฐวิสาหกิจก็จะเจริญตามไปด้วย ทั้งนี้ ประการสำคัญที่นำไปสู่ความสำเร็จหรือสัมฤทธิผลนั้นขึ้นอยู่กับการเผยแผ่หลักธรรมคำสอนในพระพุทธศาสนาที่ต้องเป็นไปอย่างมีประสิทธิผล สามารถนำความศรัทธาเลื่อมใส รู้คุณค่าของพระพุทธศาสนามาสู่หัวใจของประชาชนได้จริง และจะต้องส่งเสริมให้มีการสอนให้ประชาชนประพฤติปฏิบัติกันได้อย่างจริงจัง ถูกต้องตรงตามพระธรรมวินัยในพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง เพื่อแสดงให้เห็นว่า “นโยบายธรรมานุศาสนีย์” นั้น เป็นตัวธรรมะสำคัญที่จะนำไปสู่ผลสัมฤทธิ์ โดยการปฏิบัติถูกต้องตรงธรรมตามที่กล่าวมา แต่หากทบทวนกลับไปหาเบื้องต้นแห่งนโยบายธรรมาธิปไตย ที่อาศัยหลักนโยบายรัฏฐาภิปาลโนบาย เพื่อการขับเคลื่อนที่มีคุณภาพ ก็คงต้องให้ความสำคัญกับผู้นำ...ผู้กุมอำนาจ โดยเฉพาะผู้นำภาคการเมืองในปัจจุบันของแต่ละประเทศในอาเซียนว่า พร้อมพอที่จะแสดงตนเป็นสัตบุรุษผู้อุดมมงคลด้วยศีลธรรม... เป็นผู้ที่ถือประพฤติปฏิบัติเหมาะควรด้วยคุณธรรมจริยธรรมหรือไม่ ... ในอันที่จะเป็นแบบฉบับที่ดีต่อการสร้างศรัทธาให้หมู่ชนผู้อยู่ใต้ปกครองได้ถือปฏิบัติตาม สภาพธรรมดังกล่าวยังเป็นเครื่องหมายแห่งการแสดงออกว่า ผู้นำ...ผู้กุมอำนาจรัฐเหล่านั้น มีความเข้าใจธรรม มีความเคารพธรรม และเห็นคุณค่าอำนาจธรรมอย่างแท้จริง มากน้อยแค่ไหน เพื่อการนำไปสู่การประกาศนโยบายการปกครองโดยธรรม (ตามหลักธรรมวิธาน) ที่สัมพันธ์กับแนวทางปฏิบัติเป็นส่วนตัวของผู้นำ ผู้มีอำนาจปกครองในประเทศเหล่านั้น (ตามหลักธรรมประวัติ)

หากกล่าวมาถึงตรงนี้ ประชาคมอาเซียนคงจะต้องถอนหายใจ ทำหน้าเซ็งๆ กับโลกใบนี้พร้อมกันทันทีอย่างแน่นอน และคงอุทานว่า “ยาก! แท้ต่อการทำประชาคมอาเซียนให้มั่นคง สมบูรณ์ เพื่อความกินดีอยู่ดี มีสันติสุขอย่างที่คาดหวัง” ทั้งนี้ด้วยเพราะการขาดแคลนผู้นำที่ทรงธรรม ดังตัวอย่างที่เมื่อสิ้นสมัยพระเจ้าอโศกมหาราชไปแล้ว พระโอรสและพระนัดดาก็มิได้ถือปฏิบัติตามนโยบายของพระองค์แต่ประการใด แต่มรดกธรรมดังกล่าว ก็ยังคงมีความสืบเนื่องต่อไปในกลุ่มผู้นำ...ผู้ปกครอง...กษัตริย์ที่ทรงธรรมในอารยประเทศ “เพื่อการใช้อำนาจทางโลกให้เป็นประโยชน์ทางธรรม เพื่ออำนาจธรรมจะได้อภิบาลโลก เพื่อความสุขอันมั่นคงของประชาคมโลก” ดังนั้น ประเด็นแห่งความสำเร็จที่จะนำพระพุทธศาสนามาสู่การสร้างประชาคมอาเซียนให้เป็นหนึ่ง เพื่อการก้าวย่างอย่างทรงพลัง สู่ความมั่นคงในด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และวัฒนธรรมนั้น ก็คงจะต้องมองไปที่ผู้นำ...ผู้ปกครองประเทศของกลุ่มอาเซียนเป็นสำคัญที่สุด ที่ต้องไม่หลงยึดติดในอำนาจ มัวเมาลาภสักการะ จนเสียดุลยธรรมในจิตใจ และต้องไม่เป็นผู้มีความทะยานอยาก จนเสียดุลยธรรม หวังใฝ่หาแต่อำนาจวาสนา จนลืมสิ้นพรหมวิหารธรรม อันเป็นภัยร้ายตัวจริงต่อการทำลายกระบวนการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนบนวิถีธรรมในประชาคมอาเซียน...ตามที่ทุกคนเรียกหา

โดยสรุปจากกรณีศึกษาในเรื่องดังกล่าว ขอรับรองว่า สามารถนำหลักธรรมในพระพุทธศาสนามาใช้ เพื่อการสร้างยุทธศาสตร์ในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนในประชาคมอาเซียนได้อย่างแน่นอน และสามารถทำได้ดุจดังสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช ที่เคยประกาศนโยบาย ปกครองโดยธรรมต่อประเทศในชมพูทวีป จนเป็นที่ยอมรับและสืบเนื่องมรดกธรรมดังกล่าวมาจนถึงปัจจุบัน... ปัญหาสำคัญจึงอยู่ที่กลุ่มประเทศในอาเซียนว่า จะสามารถเลือกเฟ้น จัดหาผู้นำ...ผู้ปกครองที่มีคุณธรรมได้อย่างเฉกเช่นพระเจ้าอโศกมหาราชหรือไม่ต่างหาก เป็นประเด็นสำคัญที่ควรพิจารณาต่อการนำพระพุทธศาสนามาสู่การจัดทำยุทธศาสตร์ เพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนในประชาคมอาเซียน โดยหวังความเป็นหนึ่งแห่งประชาคม ที่ร้อยใจด้วยศาสนา ร้อยจิตด้วยคำสอนแห่งธรรม และเสมอด้วยการประพฤติปฏิบัติอย่างมีอัตลักษณ์และวิสัยทัศน์เป็นอันเดียวกัน นี่คือสิ่งที่ประเทศในกลุ่มอาเซียนจะต้องกลับไปมองหาความจริงตามที่กล่าวมา

จึงขอนำเสนอแนวคิดในประเด็นดังกล่าวเพียงบางส่วนที่ได้บรรยายไป เมื่อ ๒๒ มิ.ย. ๒๕๕๕ ณ ศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์ สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ เพื่อเป็นข้อพิจารณาแด่สาธุชน จะได้เข้าใจเข้าถึงคุณค่าของพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริงว่า “หลักธรรมในพระพุทธศาสนา เป็นไปเพื่อประโยชน์และความสุขของมหาชน เป็นไปเพื่ออนุเคราะห์โลกได้อย่างแท้จริง”

ขอเจริญพร

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา