
Up สาว ใส ฉบับไร้มีดหมอ
ทุกวันนี้การทำศัลยกรรมไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ที่แปลกน่าจะเป็นที่ว่ามีนวัตกรรมใหม่ๆ
โดย...ลีโอ เคน
ทุกวันนี้การทำศัลยกรรมไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ที่แปลกน่าจะเป็นที่ว่ามีนวัตกรรมใหม่ๆ ออกมาเพื่อตอบสนองความปรารถนาบรรดาคุณผู้หญิงที่ไม่หยุดสวยได้ Up สาว ใส กระชากวัยจนใครๆ ก็เดาอายุไม่ถูกต่างหากล่ะ ยิ่งถ้าไม่ต้องผ่านมีดหมอให้ต้องเจ็บตัวด้วยแล้วล่ะก็ แหมแหม...ใครกันล่ะที่จะยอมหยุดสาว ใช่ป่ะ!!!
สามสัปดาห์ก่อน
มีโอกาสบินลัดฟ้าสู่ถิ่นกิมจิ ดินแดนที่ขึ้นชื่อในเรื่องของศัลยกรรมมากที่สุดในโลกก็ว่าได้ โดยงานนี้ สินีนารถ และธัญญาเรศ เองตระกูล กรรมการผู้จัดการสถาบัน บีบี คลินิก & บิวตี้เซ็นเตอร์ จัดทริปเอาใจด้วยการพามาอัพเดตนวัตกรรมความงามล่าสุดด้วยสเต็มเซลล์ที่พัฒนาจนกลายเป็นเทคโนโลยีสุดล้ำเพื่อความงามโดยเฉพาะ และกำลังอินเทรนด์สุดๆ ในเกาหลี แถมยังไม่ต้องขึ้นเขียง เอ๊ย...ขึ้นเตียงให้หมอใช้มีดคมกริบมากรีดให้เสียวเล่น อีกต่างหาก
รู้จักสเต็มเซลล์ กระชับ Up สาว
อันที่จริงสเต็มเซลล์นั้นไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ ในวงการแพทย์รู้จักกันเป็นอย่างดี ซึ่งเมืองไทยเองก็มีการศึกษาในเรื่องการนำสเต็มเซลล์มาช่วยรักษาโรคต่างๆ เช่น มะเร็งเม็ดเลือด ทาลัสซีเมีย หลอดเลือดหัวใจตีบ เป็นต้น ซึ่งเป็นการสกัดแยกสเต็มเซลล์จากไขกระดูกและสายสะดือของทารกหลังคลอด
นอกจากนี้ ยังมีการนำสเต็มเซลล์มาใช้ในเรื่องของความสวยงาม เช่น ในยุโรปมีการนำสเต็มเซลล์จากแกะ ลิง หรือวัว มาเสริมความงาม แต่ก็ยังไม่เป็นที่ยอมรับมากนัก เนื่องจากเกรงว่าสเต็มเซลล์จากสัตว์เหล่านี้น่าจะมีผลเสียต่อร่างกายของคนเราภายหลังได้ ซึ่งเรื่องนี้กฎหมายไทยเราเองก็ยังไม่ยอมรับ
ล่าสุด วงการแพทย์ด้านความงามของเกาหลีค้นพบนวัตกรรมใหม่โดยการนำสเต็มเซลล์ซึ่งสกัดจากไขมันของคนเรามาฉีดกลับเข้าไปบนใบหน้า เพราะเชื่อว่าจะทำให้ใบหน้ากระชับ ลบเลือนริ้วรอยเหี่ยวย่นและแลดูอ่อนกว่าวัยได้
“จริงๆ แล้วสเต็มเซลล์คือเซลล์ต้นกำเนิดมีอยู่ในส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น เซลล์ผิวหนัง เซลล์กระดูก เซลล์ตับ รวมทั้งในไขมันด้วย ซึ่งเมื่อโตเต็มที่สเต็มเซลล์ก็จะหยุดทำงาน และอยู่ในสภาวะหลับไหล ซึ่งการนำสเต็มเซลล์มาใช้จะต้องมีการทำให้สเต็มเซลล์ตื่นขึ้น ซึ่งต้องผ่านกระบวนการคัดแยกสเต็มเซลล์ที่ดีที่สุดออกจากไขมันก่อนจะฉีดกลับไปบนใบหน้า ซึ่งวิธีการนี้ที่เกาหลีเขาสามารถค้นคว้า วิจัย และพัฒนาจนสำเร็จ”
ร.อ.นพ.อดุลย์ชัย แสงเสริฐ ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมประจำ บีบี คลินิก & บิวตี้ เซ็นเตอร์ ให้ความรู้เกี่ยวกับสเต็มเซลล์เพื่อความงามที่วงการแพทย์เพื่อความงามของเกาหลีคิดค้นได้สำเร็จ
ด้าน นพ.จุงซองอิล เจ้าของ ท็อป คลินิก สถานเสริมความงามที่มีชื่อเสียงของเกาหลี และเป็นสถานที่ที่ให้เราได้เข้าไปศึกษาการนำสเต็มเซลล์จากไขมันจากร่างกายของคนเรามาฉีดกระชับ และลดรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า รวมทั้งเป็นคุณหมอผู้เชี่ยวชาญที่ลงมือฉีดกระชับด้วยตนเองอีกต่างหาก
คุณหมอจุงเล่าให้เราฟังว่า การสกัดสเต็มเซลล์จากไขมันเพื่อฉีดกลับเข้าไปบนใบหน้าอย่างปลอดภัยนั้น เริ่มจากการดูดไขมันของผู้ที่ต้องการฉีดสเต็มเซลล์จากส่วนของร่างกายที่มีไขมันเยอะที่สุด เช่น หน้าท้อง ต้นขา เอว จากนั้นก็สู่กระบวนการสกัด โดยใช้เครื่องแยกสเต็มเซลล์ออกจากไขมันส่วนที่ดีที่สุด แล้วนำสเต็มเซลล์ที่ผ่านกระบวนการมาฉีดกลับเข้าที่ใบหน้าที่กำหนดจุดมาร์กริ้วรอยเอาไว้ ซึ่งสเต็มเซลล์ที่ฉีดกลับเข้าไปจะไปช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และอีลาสตินใต้ผิวหนังทำให้ใบหน้าสดใสและเต่งตึงขึ้น ซึ่งเมื่อฉีดเข้าไปแล้วจะสามารถอยู่ได้ 3 ปี โดยช่วงที่ดีที่สุดก็คือ 1 ปีแรก ทั้งนี้ทั้งนั้นจะต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญด้านนี้โดยเฉพาะ
สองสัปดาห์ต่อมา
เรามีนัดดินเนอร์กันหลังจากกลับจากเกาหลี เพื่ออัพเดตความงามหลังผ่านการ Up สวย ของ 2 สาว แบบฉบับไร้มีดหมอมาเกี่ยวข้อง
ริก้า ดีล่า เซเลบผู้ไม่หยุด (สาว) สวย
“ที่ริก้าทำวันนี้เป็นการร้อยไหมแบบพิเศษ คือคุณหมอจะนำไหมไปชุบสเต็มเซลล์ที่เรียกว่า PRP หรือพลาสมาที่เอาเลือดของริก้าไปเข้าเครื่องปั่นแยกสเต็มเซลล์ออกมา แล้วนำไหมไปจุ่มซึ่งใช้เวลา 2 ชม. เพื่อให้สเต็มเซลล์นั้นซึมซับกับเส้นไหม แล้วจึงนำมาร้อยที่หน้า และด้วยการร้อยพิเศษซึ่งเขาจะร้อยเป็นแบบตาข่ายมันจะยึดได้เยอะกว่า กระชับกว่า ยิ่งได้สเต็มเซลล์ที่สกัดมาจากเลือดของเรามันก็ยิ่งไม่เซนซิทีฟ และไม่เป็นอันตราย ยิ่งกลับเป็นการทำให้ผิวเราสร้างคอลลาเจนได้ดีขึ้น ผิวดีขึ้น ใบหน้ากระชับขึ้น”ริก้า เซเลบคนสวยกล่าวถึงนวัตกรรมเพื่อความงามใหม่ล่าสุดนี้อย่างตื่นเต้น
“ตอนนี้รู้สึกตาใหญ่ขึ้น ใบหน้าตึงขึ้น ก็ดีใจนะเพราะก่อนหน้านี้เขียนอายไลเนอร์มันเริ่มติดเล่าเต้ง (หัวเราะร่วน) แต่ตอนนี้สบายแล้ว หน้าสาวขึ้น กระชับขึ้น หมอบอกว่าตาริก้าก็เริ่มตก แต่เราไม่อยากไปกรีด ไปผ่าตัด และอีกอย่างหน้าริก้ามันก็เกินโบทอกซ์ไปแล้วนะ โบฯ อย่างไงก็ไม่ขึ้น (หัวเราะ) และถ้าฉีดโบทอกซ์ 6 เดือน มันก็ต้องไปฉีดอีกแล้ว แต่นี่จะอยู่กับเราได้ปีกว่าๆ ถ้าดูแลร่างกายดีๆ คุณหมอบอก 23 ปีก็อยู่ได้”
ผลงานวันแรกๆ “ตลกมากหน้าริก้าจะเขียว สองจุดตรงที่หมอฉีดเข้าไป คืนแรกเข้าบ้านลูกคนเล็กตกใจมาก มามี่หน้าทำไมเหมือนแมวมากเลย (หัวเราะ) ส่วนลูกชายคนโตบอกว่า มามี่ยูดูเหมือนถูกสามีตบตีเลย (หัวเราะร่วน) ซึ่งคุณหมอบอกว่าคนอื่นเขาไม่เขียวเลยแต่ริก้าเป็นคนช้ำง่าย แต่ไม่กี่วันก็หาย กลับมาสวยปิ๊ง สัมผัสได้ ดีใจ ดีใจ มันเป็นอะไรที่สวยขึ้นนะ ใสขึ้น สาวขึ้น เห็นมั้ยล่ะ” ริก้า บอกเล่าอย่างอารมณ์ดี
“ถามว่าตัดสินใจนานไหม คุยกับปุ๊กกี้(สินีนารถ) มานานแล้วว่าอยากทำ ปุ๊กกี้ก็แนะนำว่าพี่ริก้าต้องให้พวกที่ฉีดอย่างโบทอกซ์น่ะหมดฤทธิ์ก่อน ให้เป็นหน้าเดิมๆ เราต้องดีทอกซ์หน้า ต้องให้หมอเห็นหน้าเดิมๆ ของเรา เพราะว่าถ้ามีโบทอกซ์ หมอก็จะกะไม่ถูกว่าดึงเท่าไหร่ เราต้องเตรียมตัวมาระดับหนึ่ง”
เรื่องศัลยกรรมในมุมมองของริก้า...
“ศัลยกรรมสำหรับริก้ามันเป็นเรื่องธรรมดานะ แต่ริก้าจะไม่เห็นด้วยกับการที่จะเปลี่ยนหน้าคนเป็นอีกคนหนึ่งน่ะ อย่างตาเราเป็นแบบนี้ก็ไปทำเป็นตากลมโตไม่เห็นด้วยเลย เวลานอนตอนกลางคืนปรากฏว่าปิดตาไม่ได้สุดท้ายตาเรามันจะแห้ง แต่ถ้าจะช่วยชะลอความแก่ริก้าเห็นด้วยนะ แต่ก่อนทำอะไรเราก็ต้องศึกษาให้ดี ริก้าว่าคนไทยส่วนใหญ่ใจร้อน หลายคนเป็นแบบเช้าตื่นขึ้นมาอยากทำ พอตกเย็นก็ไปทำเลย หรือเมื่อคืนทะเลาะกับแฟนเลยอยากไปทำตาสองชั้น คือมันต้องใช้เวลาคิดนานๆ อย่างน้อยก็ 1 เดือนถ้าถึงเวลานั้นยังอยากทำอยู่ก็ค่อยไปทำ”
เอ-อัญชลี หัสดีวิจิตร คุณแม่มือใหม่ขออัพสาวด้วยคน
“บอกตรงๆ พอเริ่มเลยวัย 33-34 เอก็เริ่มดูแลตัวเอง ก่อนหน้านี้ไม่เคยโบทอกซ์ ไม่เคยอะไรเลย แต่มาเริ่มตอนที่คลอดน้องแล้ว เราให้นมลูกเอง เอรู้สึกว่าเหมือนร่างกายเราต้องการดูแล และบำรุงมากเป็นพิเศษแล้วล่ะ ที่ตัดสินใจครั้งนี้ก็ใช้เวลานานเหมือนกัน ทีแรกก็เฮ้ยมันจะน่าเกลียดมั้ย ลึกๆ เอก็ไม่กลัวนะเพราะว่าหน้าอกก็ทำ ผ่าตัดไส้ติ่งก็เคย คลอดลูกก็ผ่านมาแล้ว แค่ประหม่าว่าหน้าจะกลม เขานิยมทำให้หน้าเรียวและเล็กลงแต่เราจะไปทำให้หน้าอิ่มมันก็สวนกระแสหรือเปล่า พอไปเจอคุณหมอเขาจะดูรูปหน้าก่อนว่าทำได้หรือเปล่า หมอบอกว่าหน้าเอควรทำอย่างยิ่งเพราะเป็นกะโหลกมาก (หัวเราะร่วน) และริ้วรอยเยอะมาก ความตึงไม่มีแล้ว หมอใช้คำว่าไม่มีแล้วเลยนะ (หัวเราะ)โยเขายุเลยเพราะเขาเกลียดหน้าตอบของเอมาก บอกว่าหน้าแก่เหมือนผีเลย (หัวเราะร่วน)”
หลังจากอัพสาวฉบับไร้มีดหมอเธอก็ปลื้มเสียไม่มีอ่ะ
“ตอนทำเสร็จใหม่ๆ ก็แค่รู้สึกว่ามันตึงๆ เขาก็ดูดไขมันตรงเอวเราไปเยอะเหมือนกันนะ แต่ตอนนี้เอรู้สึกว่าหน้าเราเต่งตึงขึ้น ตื่นมาตอนเช้าหน้าเราจะใสมาก นี่ขนาดนอนน้อยนะหน้าเอยังใสกว่าเดิมเลย ทำให้เราแต่งหน้าง่ายขึ้น ตอนนี้ไม่มีใครว่าเลย มีแต่บอกว่าสวยขึ้น หน้าใสขึ้น หน้าดูเด็กขึ้น ซึ่งมันจะอยู่กับเราไปอีกนานขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเราเองด้วย เพราะสเต็มเซลล์เขาจะรู้ว่าร่างกายเราบกพร่องตรงไหน เขาก็จะวิ่งไปช่วย และก่อนทำเราก็ต้องตรวจสุขภาพด้วยว่าไม่มีโรคภัยไข้เจ็บเลยรู้ว่าร่างกายเรายังแข็งแรงอยู่ เช่นถ้าหัวใจเสื่อมโทรมก็จะลงเร็วเลย” (หัวเราะ)
และแล้วกาลเวลาก็มาพรากความสาวของพวกเธอไปมิได้ อิอิ







