posttoday
ใส่ใจโลกร้อนอย่างคนอินเทรนด์

ใส่ใจโลกร้อนอย่างคนอินเทรนด์

12 มีนาคม 2553

เรื่อง เอวา อาดัม /ภาพ ไม่เครดิต

 

คนอินเทรนด์ทั้งหลาย ฟังไว้ 18 ข้อง่ายๆ ที่จะทำได้เพื่อโลกใบนี้

1.ถ้าเคยส่งจดหมาย 100 ฉบับ ใน 1 เดือน เปลี่ยนมาใช้อีเมล 100 ฉบับ แทน จะช่วยประหยัดกระดาษได้ 100 แผ่น ซอง 100 ซอง แสตมป์ 100 ดวง ยังไม่รวมน้ำมันรถเมสเซนเจอร์ หรือบุรุษไปรษณีย์อีกหลายสิบลิตร

2.การห่อของขวัญให้คนสนิทในโอกาสพิเศษต่างๆ สร้างความประทับใจได้มากก็จริง แต่ถ้าคนที่คุณต้องให้ของขวัญต่อปี ทั้งคนในครอบครัว ญาติสนิท มิตรสหาย ประมาณได้ 10 คน ใช้กล่อง 10 ใบ กระดาษห่อของขวัญ 10 แผ่น (เป็นอย่างน้อย) โบ 10 ชิ้น ริบบิ้นหลายสิบเมตร คนอินเทรนด์ยุคโลกร้อน เลือกของขวัญที่หีบห่อสวยงามพร้อมอยู่แล้ว จะประหยัดทรัพยากรได้เพียบ

3.นอกจากที่บ้านแล้ว หากอยู่ในที่ใดที่หนึ่งเป็นประจำ เช่น โรงเรียน มหาวิทยาลัย หอพัก ออฟฟิศ ฯลฯ คุณควรมีแก้วน้ำของตัวเอง เพื่อจะลดการใช้กรวยกระดาษที่ใช้เพียงครั้งเดียวแล้วทิ้ง นั่นรวมถึงภาชนะ ช้อน ส้อม จาน ชาม ต่างๆ อันจะช่วยลดการใช้ภาชนะจากวัสดุสังเคราะห์

4.ถุงผ้า กระเป๋าเป้ หรือย่าม ก็ล้วนผ่านกระบวนการผลิตที่ซับซ้อน และเผาผลาญพลังงานไม่แพ้ถุงกระดาษ พลาสติก หรือวัสดุอื่นใดในโลกก็ตาม ใช้ให้คุ้มค่าที่สุด มีแล้วก็ไม่ต้องหาซื้อมาเพิ่มให้มากมาย อย่าหลงผิดว่าฉันสามารถมีถุงผ้าได้ใหม่ทุกวันโดยชอบธรรม

5.เสื้อผ้าในตู้ ถ้าไม่ใช้ก็นำไปแจกจ่ายให้คนใกล้ชิด หรือคนยากไร้ ได้กุศล สบายใจ มากไปกว่านั้นคือ ของที่คุณรักหรือเคยรักได้ถูกนำไปใช้ประโยชน์จริง ไม่ใช่นอนแน่นิ่งอยู่ในตู้อับๆ ไปอีกหลายปี

6.เสื้อผ้าที่ได้รับเชิญเข้ามาใหม่เสมอจากห้างร้านต่างๆ ก็ขอให้จ่ายสตางค์ด้วยเหตุผลสมควร และใช้อย่างคุ้มค่า แน่นอนว่าคนอินเทรนด์จะมีปัจจัยเรื่องสไตล์ และเทรนด์ล่ามาแรงมายุ่มย่ามในความคิดอยู่ด้วย แต่ท้ายสุดก็คือ ผ้ากองโตในอีก 36 เดือนข้างหน้า (กลับไปอ่านข้อ 5)

7.คนเราใส่นาฬิกาได้ทีละเรือน รองเท้าได้ทีละ 2 ข้าง ถือหรือสะพายกระเป๋าได้ทีละใบ คาดเข็มขัดได้ทีละเส้น ใส่แว่นได้ทีละอัน แต่ก็มีหลายชิ้นได้เพื่อสับเปลี่ยน ยืดอายุการใช้งาน และไม่ให้ชีวิตดูจืดชืดเกินไป ทว่า ชนิดใส่ไม่ซ้ำกันตลอด 3 เดือนนี่ก็...นะ

8.กินแค่พออิ่ม กินน้อยซื้อน้อย กินมากซื้อมาก ยึดมั่นถือมั่นในเรื่องการอุปโภคบริโภคพอประมาณ ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับคุณภาพ และรสนิยม ที่สำคัญ ตระหนักไว้ให้มั่น ว่าผู้คนในอีกหลายประเทศทั่วโลก กำลังจะอดตาย หรือตายไปแล้วด้วยภาวะขาดแคลนอาหาร

9.บ้านปลูกผักกาด กะหล่ำปลี ถั่วฝักยาว ก็กินของในบ้าน เป็นคนในจังหวัดที่ทำประมงก็กินของทะเลเยอะหน่อย อยู่ในประเทศที่ปลูกข้าว เลี้ยงไก่ มีสวนผลไม้ ก็กินของในท้องถิ่นบ้านเราบ่อยๆ เข้าไว้ ลดการนำเข้า ลดการขนส่ง ประหยัดทรัพยากรทั้งกระบวนการ ตั้งแต่ผลิตยันวางขายขอรับ

10.ถ้าจะหลงเชื่อคำโฆษณา ประชาสัมพันธ์ ก็เชื่ออย่างไตร่ตรองสักหน่อยว่า สินค้าที่ว่าสีเขียว สินค้าช่วยสิ่งแวดล้อม หรือลดโลกร้อนนั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร ผู้ผลิตเป็นใคร ช่วยโลกจริงแท้แค่ไหน แล้วถ้าคุณกิน ใช้ จะเป็นส่วนหนึ่งของคนดีจริงหรือเปล่า คิดให้รอบด้าน มิฉะนั้นบางทีคุณก็แค่เปลี่ยนยี่ห้อเท่านั้นเอง

11.ยุคกล้องดิจิตอล คนล้างอัดรูปกันน้อยลง ทว่าพลังงานแบตเตอรี่ในการชาร์จไฟใส่กล้องก็ไม่น้อยไปกว่าถ่านไฟฉายในกล้องถ่ายรูปฟิล์ม แถมยังถ่ายกันได้บ่อยครั้งกว่า โหลดใส่คอมพิวเตอร์ที่ปล่อยคลื่นความร้อนมากกว่า เพราะฉะนั้นอย่าย่ามใจว่าเราได้ช่วยโลกไปแล้ว

12.โทรศัพท์มือถือในปัจจุบัน แม้จะอวดอ้างสรรพคุณว่าประหยัดพลังงาน ทนทาน และปลอดภัย แต่องค์ประกอบภายในยังคงอัดแน่นด้วยสารเคมี และสารสังเคราะห์ขึ้นรูปแทบทั้งหมด ฉะนั้นอย่าเปลี่ยนโทรศัพท์ก่อนหมดอายุการใช้งาน หรือถ้าต้องเปลี่ยนก็ส่งต่อเครื่องเก่าไปยังคนอื่นที่เขาต้องใช้ ไม่ว่าจะขายต่อ ให้เลยหรือให้

13.ล้างมือบ่อยก็สะอาดดี แต่คงจะดีกว่าถ้าไม่ทำให้มือสกปรกบ่อยๆ นั่นรวมถึงการอาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟันในปริมาณที่ชั่ง ตวง วัดแล้วว่าดีกับสุขอนามัย ไม่เช่นนั้นคุณก็จะสิ้นเปลืองทรัพยากรน้ำ ที่กำลังจะเป็นวิกฤตในไม่ช้านี้

14.การเดินเป็นสิ่งที่ไม่ต้องลงทุน แต่ลงแรงมากหน่อย ถ้าลิฟต์และบันไดเลื่อนพูดได้ คงจะบ่นว่า มันอยากหยุดอยู่เฉยๆ บ้าง เดินขึ้นลงไม่ให้บันไดน้อยใจ นอกจากจะใช้ขาให้มากขึ้นแล้ว ยังใช้ฟังก์ชันของบ้าน และอาคารได้อย่างคุ้มค่าด้วย

15.สำรวจพื้นที่ในบ้าน ที่ทำงาน หรือสถานที่ที่คุณมีส่วนร่วมมาก ว่ามีมุมใด ส่วนไหนที่ไร้ประโยชน์จริงๆ หรือมีประโยชน์แต่คนไม่เห็นค่า แล้วลองจัดสรรที่ตรงนั้นเพื่อประโยชน์ที่ควรค่า อย่าได้ปล่อยไว้สูญเปล่า

16.อ่านหนังสือเล่มจริงๆ บ้าง ให้กูเกิลหรือบล็อกต่างๆ ในคอมพิวเตอร์ได้พักผ่อน หยุดดูดพลังงาน เลิกทำร้ายสุขภาพตัวเองทั้งสายตา สันหลัง บ่า มือ และสมองด้วย

17.ใกล้ชิดธรรมชาติให้มากขึ้น เท้าสัมผัสหญ้า ทราย น้ำ หิน ปลูกฝังจิตสำนึกแบบที่บรรพบุรุษมีต่อโลกสีน้ำเงินใบนี้ อย่าให้คอนกรีต โลกไซเบอร์ และแฮมเบอร์เกอร์ ดึงชีวิตคุณให้ห่างสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ ไม่เช่นนั้นคุณก็ไม่มีวันเข้าใจว่า โลกร้อนอย่างไร ทำไมต้องเดือดร้อน

18.ใช้สมาร์ตโฟนที่มีส่งข่าวคราว หรือตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ต่อปัญหา และความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับผลกระทบ ตลอดจนวิธีช่วยลดใช้ ใช้ซ้ำ นำกลับมาใช้ใหม่ ให้เป็นกิจวัตร

การปลูกต้นไม้อาจจะต่างจากการใส่รองเท้าส้นสูงครั้งแรก การทำความเข้าใจธรรมชาติคงไม่ง่ายเท่าการอัพเดตเฟสบุ้ค ถ้าคุณย่าคุณยายเคยมีความสุขกับการแหวกว่ายลำคลอง และสูดอากาศบริสุทธิ์ ในวันที่ยังไม่มีใครรู้เรื่องน้ำแข็งขั้วโลกละลาย กระแสน้ำอุ่นแปรปรวน หรือนกย้ายถิ่น วันนี้คุณจะมีความสุขกับความเจริญ ความสบาย ความมักง่ายที่ทำร้ายโลกต่อไปหรือ

ถ้าใช่...ก็ต้องยอมทนรับสภาพที่แย่ลงๆ ต่อไป แล้วอย่าให้ได้ยินว่าใครบ่น ว่าร้อน...ร้อน ดังขึ้นทุกวันแล้วกัน

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร