posttoday
แสวงหาพลังงานทดแทน (บทสอง)

แสวงหาพลังงานทดแทน (บทสอง)

08 มิถุนายน 2555

การร่วมเดินทางไปเยือนออสเตรเลีย นำโดย อารักษ์ ชลธาร์นนท์ รมว.พลังงาน หลังจากในบทที่แล้วได้เล่าให้ฟังถึงงานวิจัยพลังงานจากแสงอาทิตย์

โดย...รัฐพร คำหอม

การร่วมเดินทางไปเยือนออสเตรเลีย นำโดย อารักษ์ ชลธาร์นนท์ รมว.พลังงาน หลังจากในบทที่แล้วได้เล่าให้ฟังถึงงานวิจัยพลังงานจากแสงอาทิตย์ จุดมุ่งหมายต่อไปคือไปดูงานวิจัยเกี่ยวกับเรื่องถ่านหิน ที่หลายๆ คนนั้นก็อาจทราบกันแล้วว่า ออสเตรเลียเป็นทวีปที่เต็มไปด้วยถ่านหิน และใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้าถึง 70% แล้วยังเป็นประเทศที่ส่งออกถ่านหินเป็นจำนวนมากด้วย

การวิจัยเกี่ยวกับเรื่องถ่านหินนั้น นอกจากเป็นการใช้ประโยชน์จากถ่านหินให้ได้เพิ่มขึ้นแล้ว ส่วนหนึ่งก็เพราะข้อกล่าวหาจากนานาประเทศว่าการใช้ถ่านหินทั้งในประเทศและส่งออกของออสเตรเลีย เป็นตัวการที่ก่อให้เกิดภาวะเรือนกระจกอย่างยิ่งยวด เขาจึงแสดงให้เห็นว่าได้มีการมุ่งพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะลดก๊าซเรือนกระจกลงไปให้ได้

ศูนย์วิจัยที่ได้เดินทางไปชมนั้นคือ Queensland Centre for Advanced Technologies (QCAT) เป็นอีกศูนย์วิจัยหนึ่งของ CSIRO (คงจำชื่อนี้ได้ในบทที่แล้ว เป็นศูนย์วิจัยที่ศึกษาเรื่องพลังงานแสงอาทิตย์นั่นเอง) QCAT เป็นการร่วมมือกันก่อตั้งขึ้นระหว่าง CISRO และรัฐบาลรัฐ Queensland ก่อตั้งในปี 2553 หลังก่อตั้ง 2 ปี ก็เริ่มโครงการวิจัย ซึ่งที่นี่เป็นความตั้งใจและจริงจังมาก เมื่อได้เห็นอาคารด้านนอกในครั้งแรกยังคิดเลยว่า ถ้าจะบอกว่าที่นี่เป็นโรงงานถ่านหินก็เชื่อได้ เพราะความพร้อมทางด้านสถานที่และเครื่องมือเครื่องไม้ต่างๆ ไม่ใช่เป็นแต่ห้องวิจัยเล็กๆ

แสวงหาพลังงานทดแทน (บทสอง)

 

ในประเทศออสเตรเลียมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคการผลิตกระแสไฟฟ้ามากกว่า 50% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งประเทศ ซึ่งก็มาจากโรงไฟฟ้าถ่านหินนี่เอง ในรูปของคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ที่ได้จากการเผาไหม้ ดังนั้นจะทำอย่างไรที่จะจัดการกับเจ้า CO2 นี้ แนวทางที่เขาศึกษาก็มีการดักจับ CO2 และจัดเก็บลงใต้ดิน และอีกวิธีคือการนำ CO2 ที่ปลดปล่อยกลับมาใช้ใหม่ เรียกได้ว่าด้วยเทคโนโลยีที่เขาพัฒนาขึ้นมา จะทำให้ได้ถ่านหินเป็นพลังงานเชื้อเพลิงสะอาดได้ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเตรียมถ่านหินให้พอเหมาะที่จะเผาไหม้ มีสารเติมแต่งเข้าไปช่วย พอหลังการเผาไหม้ไปแล้วก็ยังหาวิธีจัดการ CO2 ให้ได้ผลดีที่สุด ถ่านหินของเขาจะเป็นถ่านหินอย่างที่เรียกว่า Clean Coal ถ่านหินสะอาดตั้งแต่ต้นทาง ลดเขม่า สารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ หรือสารพิษต่างๆ

นอกจากนี้ ที่ได้เกริ่นในช่วงท้ายคราวที่แล้ว เขามีงานวิจัยนำถ่านหินมาบดให้ละเอียด ผสมน้ำ และสารบางชนิด ที่นี่ก็ศึกษาถึงขั้นได้ผลิตภัณฑ์ที่มาจากถ่านหินบดนี้ สามารถนำไปใช้กับเครื่องยนต์ดีเซลได้ เขาเรียกว่า Direction Injection Coal Engine เป็นสิ่งที่น่าสนใจมากทีเดียวกับงานวิจัยที่เขามุ่งไปในครั้งนี้ น่าเสียดายนิดหนึ่งว่า การเดินทางครั้งนี้ไม่ได้ไปดูโรงงานถ่านหินจริงๆ เพื่อให้เห็นการทำงานอย่างชัดๆ ของ Clean Coal แต่ก็ทำให้รู้ไอเดียว่าเขากำลังทำอะไรอยู่

แถมท้ายอีกสักหน่อย ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องจากโรงการไฟฟ้าถ่านหินที่ชื่อว่า Tarong ที่ได้มาบรีฟให้ฟังถึงสิ่งที่โรงไฟฟ้ากำลังทำอยู่ คือ การใช้ประโยชน์จาก CO2 ด้วยการนำมาเลี้ยงสาหร่ายน้ำมัน คือ เป็นทั้งการหาทางลด CO2 ได้ด้วย ทำให้สาหร่ายเติบโตดีจนได้น้ำมันที่ออกมาในระดับน่าพอใจ จะสามารถผลิตออกมาได้ในเชิงพาณิชย์เร็วๆ นี้ โดยคร่าวๆ CO2 ที่ปล่อยจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน 1 ตัน ใช้พื้นที่เพาะเลี้ยงสาหร่าย 400 ไร่ จะผลิตน้ำมันทดแทนดีเซลได้ประมาณ 3 หมื่นลิตรต่อวัน เป็นอะไรที่น่าสนใจอีกแล้ว ส่วนการที่ทำไปเขาถึงเปิดออกมายอมเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง นั่นก็เพราะบริษัทคนไทย บริษัท ล็อกซเล่ย์ ไปเป็นพันธมิตรกับบริษัท เอ็มบีดี เอ็นเนอยี่ ที่กำลังวิจัยเพาะเลี้ยงสาหร่ายน้ำมันนี้อยู่ และอยู่ในเป้าหมายของล็อกซเล่ย์ด้วย ว่าจะเล็งสร้างบ่อเพาะเลี้ยงสาหร่ายน้ำมันนี้ขึ้นในประเทศไทย พื้นที่เหมาะสมก็ดูไว้ที่โรงไฟฟ้าราชบุรี

ในสัปดาห์หน้าเราจะมาดูบทสรุปถึงความเป็นไปได้ในการหาพลังงานทดแทนจากการเดินทางครั้งนี้กัน

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI