
ไทย ทิมส์....เชียร์สุดใจ ไปสุดฝัน
จุดเริ่มต้นของ ไทย ทิมส์
จุดเริ่มต้นของ ไทย ทิมส์
หลายคนเข้าใจผิดคิดว่า “ไทย ทิมส์” คือชื่อมูลนิธิ แต่แท้ที่จริงแล้วเป็นชื่อเรียกกลุ่มเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 26 จากโรงเรียนเตรียมศึกษานายายอาม จ.จันทบุรี ที่ร้องเพลงเชียร์เซลติก และถูกนำไปอัพโหลดในเว็บไซต์ยูทูบจนโด่งดังไปทั่วโลก โดยแฟนบอลพันธุ์แท้ของสโมสรนี้จะเรียกตัวเองว่า “Tim(s)”
ปฐมบทของ ไทย ทิมส์ เริ่มมาจากการที่คุณพอล เลนนอน และคุณรุ่งทิวา หรือ “ครูเปิ้ล” ผู้เป็นภรรยา ประสบความยากลำบากในการหาโรงเรียนให้กับน้องเบอร์นี ลูกชายคนโตที่ป่วยเป็นโรคดาวน์ซินโดรม แต่หลังจากถูกปฏิเสธมาครั้งแล้วครั้งเล่า ทั้งคู่ก็ได้รับโอกาสจากโรงเรียนเตรียมศึกษานายายอาม โดยมีข้อแม้ว่าคุณพอลจะต้องช่วยสอนภาษาอังกฤษให้กับเด็กๆ ด้วย
โรงเรียนแห่งนี้ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิพัฒนาการศึกษาเด็ก (Good Child Foundation : GCF) ซึ่งมี พ.ต.อ.ประมาณ สาระโกเศศ และคุณยุวเรศ ภรรยา เป็นผู้ก่อตั้ง แต่ด้วยความที่เป็นของเอกชนทำให้มีความช่วยเหลือจากทางราชการเข้ามาน้อยนิด และนั่นก็ทำให้คุณพอล ซึ่งเป็นสาวก “ม้าลายเขียวขาว” อย่างเหนียวแน่น จึงเกิดไอเดียที่จะระดมทุนด้วยการทำกิจกรรมอะไรที่เกี่ยวข้องกับสโมสรที่เขารัก
นั่นจึงเป็นที่มาของเสียงร้องใสๆ ของเด็กนักเรียน ที่ได้รับการฝึกสอนโดยคุณพอล และภรรยา ก่อนที่จะกลายเป็นที่กล่าวขวัญถึงอย่างกว้างขวางในหมู่แฟนบอลเซลติกต่างแดน ที่ต่างตกหลุมรักในความสดใสของเด็กไทย หลังจากที่ได้เห็นคลิปวิดีโอทางยูทูบที่น้องๆ ทั้งร้องทั้งเต้นกันอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะในเพลง “Just Can’t Get Enough” เวอร์ชัน ไทย ทิมส์ ที่มีการเปิดให้ดาวน์โหลดทาง iTune เพื่อนำรายได้เข้าสู่มูลนิธิ โดยเพลงนี้ขึ้นถึงอันดับ 2 ของชาร์ตเพลงฮิตในแดนวิสกี้เลยทีเดียว
คุณพอล เผยว่า การเริ่มต้นสอนให้เด็กๆ ร้องเพลงเชียร์เป็นภาษาอังกฤษนั้นต้องใช้ความพยายามอย่างมหาศาล โดยเพลงแรกนั้นต้องใช้เวลาราว 2-3 เดือนทีเดียว แต่หลังจากที่ฝึกซ้อมกันอย่างต่อเนื่องแล้ว ความคุ้นเคยก็เพิ่มขึ้นโดยปริยาย และทุกวันนี้เมื่อมีเพลงใหม่ๆ เข้ามา ไทย ทิมส์ จะใช้เวลาไม่ถึง 1 สัปดาห์ในการจดจำเนื้อร้องและทำนองเพลง
ไทย ทิมส์ เป็นที่รู้จักมากขึ้นหลังจากที่ เรมอน กอร์มลีย์ อดีตนักเตะฝึกหัดของเซลติก วัย 19 ปี ถูกคนร้ายแทงเสียชีวิตเมื่อเดือน ก.พ.ปีที่แล้ว ทั้งนี้เนื่องจากสื่อได้นำเสนอเรื่องราวที่ กอร์มลีย์ เคยมาเป็นครูอาสาสอนภาษาอังกฤษให้กับเด็กๆ และเป็นที่รักยิ่งของทุกคนที่โรงเรียนและชุมชน จนถึงขั้นที่มีการแต่งเพลงเพื่อไว้อาลัยและทำอนุสรณ์ไว้เพื่อรำลึกถึงเขา ซึ่งคุณพอลและภรรยาก็ได้นำวิดีโอที่เกี่ยวกับ กอร์มลีย์ ไปอัพโหลดบนยูทูบด้วย
น้ำใจจากเซลติก
นับเป็นเรื่องที่น่าปลื้มใจอย่างยิ่งที่สโมสรยักษ์ใหญ่ของสกอตแลนด์ เล็งเห็นถึงความสำคัญของกองเชียร์วัยกระเตาะในพื้นที่ห่างไกลความเจริญของไทย เพราะหลังจากที่มีเสียงเรียกร้องให้นำ ไทย ทิมส์ ไปยังสกอตแลนด์ สโมสรและกลุ่มแฟนบอลก็ผนึกกำลังกันเรี่ยไรเงินเพื่อสมทบทุนช่วยให้น้องๆ ได้เดินทางไปร้องเพลงที่สนามเหย้าของเซลติก
ไม่เพียงเท่านั้น เซลติก ยังได้ปักชื่อนักเตะเป็นภาษาไทยบนเสื้อแข่งในเกมที่ชนะ มาเธอร์เวลล์ 30 เมื่อวันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา ก่อนจะนำมาประมูลเพื่อหาเงินช่วยเด็กผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษาด้วย ซึ่ง 9 จากทั้งหมด 18 ตัว ถูกประมูลได้โดยคนไทย ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวนี้ได้สร้างความประทับใจอย่างมากให้กับแฟนบอลในบ้านเรา ที่ปกติมักจะคุ้นเคยแต่กับข่าวสารของทีมจากอังกฤษหรือสเปน
จริงๆ แล้วเรื่องราวของ ไทย ทิมส์ เป็นที่รับรู้กันในวงกว้างของแฟนพันธุ์แท้เซลติก ทั้งในสกอตแลนด์ ไอร์แลนด์ ไอร์แลนด์เหนือ หรือแม้แต่สหรัฐอเมริกา ซึ่งมีการทำเสื้อ ไทย ทิมส์ ขนาดยักษ์ไปโชว์ในสนามมาตั้งแต่ปีที่แล้ว ในขณะที่บ้านเราเพิ่งจะมาเป็นข่าวในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมานี้เอง เพราะอย่างที่ทราบดีว่า “ม้าลายเขียวขาว” ไม่ใช่ทีมที่มีฐานแฟนบอลมากเหมือนกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลิเวอร์พูล อาร์เซนอล เชลซี หรือบาร์เซโลนา และเรอัล มาดริด
การนำเด็ก 42 คน และคุณครูอีก 5 คน ไปยังเซลติกปาร์กนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ด้วยความร่วมมือร่วมใจกันของกองเชียร์ สโมสร รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ก็ทำให้โครงการนำ ไทย ทิมส์ ไปสกอตแลนด์กลายเป็นความจริงขึ้นมา โดยที่น้องๆ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแม้แต่บาทเดียว
ประสบการณ์แห่งชีวิต
ความฝันของแฟนบอลตัวยงส่วนใหญ่ก็คงหนีไม่พ้นการได้ไปดูเกมในสนามเหย้าของทีมรัก แต่จะมีสักกี่คนที่จะโชคดีพอได้ไปกินนอนอยู่ที่นั่นเป็นเวลานานถึง 3 สัปดาห์ มิหนำซ้ำยังได้รับการต้อนรับเยี่ยงแขกวีไอพี
น้องๆ ไทย ทิมส์ ส่วนใหญ่มาจากครอบครัวที่มีอาชีพกรีดยาง แต่พวกเขากลับได้รับโอกาสครั้งใหญ่ในชีวิต เมื่อได้รับเชิญให้ไปเป็นแขกของเซลติก ได้ไปร้องเพลงเชียร์ในสนาม ได้ไปเล่นคอนเสิร์ตทั้งที่เมืองกลาสโก และเบลฟาสต์ ได้ไปเยือนสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ มากมาย ด้วยความอนุเคราะห์จากสโมสรและแฟนบอลที่มองว่าเด็กๆ เหล่านี้ก็คือคนในครอบครัวเดียวกัน
เซลติก มีสโลแกนว่า More than a club หรือ “เป็นมากกว่าสโมสร” ซึ่งครูเปิ้ลก็ได้ให้สัมภาษณ์กับทางโพสต์ทูเดย์ว่า รู้สึกซาบซึ้งถึงความมีน้ำใจของครอบครัวเซลติกเป็นอย่างยิ่ง เพราะทุกคนให้การต้อนรับอย่างดีเยี่ยมตลอดระยะเวลาที่อยู่ในสกอตแลนด์และไอร์แลนด์เหนือ
“ไฮไลต์ของทริปนี้ก็คงจะเป็นเรื่องที่ได้พักในเซลติกปาร์ก เพราะเราคือกลุ่มแรกจริงๆ ที่มีโอกาสได้กินนอนอยู่ที่สโมสร เด็กๆ ได้อาบน้ำในห้องของนักเตะด้วย ซึ่งถือว่าเป็นอะไรที่เป็นเกียรติมาก” ครูเปิ้ล กล่าว
ไทย ทิมส์ ได้รับเชิญให้ไปร้องเพลงโชว์ในหลายๆ โรงเรียน ได้ไปเยี่ยมหลุมฝังศพของ กอร์มลีย์ และใช้เวลากับพ่อแม่ของเขา ไม่เพียงเท่านั้น ความฝันของเด็กๆ ที่จะได้เจอกับนักเตะในดวงใจทั้งในอดีตและปัจจุบัน รวมถึง นีล เลนนอน กุนซือของทีม ก็กลายเป็นความจริง และทุกคนต่างก็ให้ความเอ็นดูเด็กๆ ด้วยการร่วมร้องเพลงและทำกิจกรรมต่างๆ อย่างเป็นกันเอง
นอกจากนั้น เด็กๆ ยังได้เดินทางไปแสดงมินิคอนเสิร์ตที่เมืองเบลฟาสต์ ซึ่งบัตรเข้าชมก็ขายหมดอย่างรวดเร็ว และยังได้รับโอกาสเข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ไททานิค ซึ่ง
ทาง ไทย ทิมส์ ก็ได้ร้องเพลง My Heart Will Go On อันเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ไททานิคแทนคำขอบคุณด้วย และถือเป็นกลุ่มแรกที่ได้ร้องเพลงโชว์ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้
หลายคนอาจจะไม่ทราบว่าคอนเสิร์ตของ ไทย ทิมส์ ที่จัดที่รอยัล คอนเสิร์ต ฮอลล์ ในกลาสโกนั้น บัตรขายหมดเกลี้ยงล่วงหน้านับเดือน เพราะทุกคนต่างก็อยากมาสัมผัสความน่ารักสดใสของน้องๆ ด้วยตาตัวเอง และทุกครั้งที่มีการนำคลิปวิดีโอลงยูทูบ ก็จะมีคนเข้ามาติดตามชมกันอย่างมากมาย และมีการอัพเดตกันในเว็บบอร์ดของแฟนคลับและเฟซบุ๊ก ไทย ทิมส์ ด้วย
ภาพที่แฟนบอลเซลติกในสนามพากันลุกขึ้นยืนปรบมือให้กำลังใจ ไทย ทิมส์ ในเกมที่พบ เซนต์ จอห์นสตัน เมื่อวันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งทางสโมสรได้ร่วมโปรโมตเป็นกรณีพิเศษภายใต้ชื่อ Thai Tims Thursday และนัดสุดท้ายของฤดูกาล เด็กๆ ก็ได้รับการสแตนดิง โอเวชัน จากทั่วทั้งสนามอีกครั้ง จากการแสดงในช่วงพักครึ่งเวลา ก่อนถล่ม ฮาร์ตส์ 5-0 คงทำให้ผู้ชมรู้สึกขนลุกได้ไม่ยาก และการได้มีโอกาสร่วมฉลองการคว้าแชมป์ลีกร่วมกับสโมสร ก็คงเป็นประสบการณ์อันล้ำค่าที่เด็กๆ จะจดจำไปอีกนานแสนนาน
Win-Win
ถือเป็นการได้ประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่ายอย่างแท้จริง สำหรับการเดินทางไปสกอตแลนด์ครั้งนี้ของกลุ่ม ไทย ทิมส์ เพราะในขณะที่มูลนิธิพัฒนาการศึกษาเด็ก หรือ GCF จะเป็นที่รู้จักมากขึ้นแล้ว เซลติกเองก็ได้ขยายฐานแฟนบอลในเมืองไทยเช่นเดียวกัน
การที่สถานีโทรทัศน์ช่องใหญ่อย่างบีบีซี และสกาย ได้นำเสนอความเคลื่อนไหวของเด็กๆ อย่างต่อเนื่อง รวมถึงตามหน้าหนังสือพิมพ์ และในเว็บบอร์ดต่างๆ ที่นำประเด็น ไทย ทิมส์ มาแบ่งปันกัน ทำให้เกิดกระแสฟีเวอร์ในต่างแดนขึ้น และมันคงจะดีกว่านี้หากในบ้านเราเองมีสื่อที่ให้ความสนใจนำเสนอโครงการดีๆ ที่เด็กกลุ่มนี้ได้ทำ
“เราจะฉวยโอกาสนี้โปรโมต เราอยากให้สังคมให้โอกาสกับเด็กพิเศษ (เป็นดาวน์ซินโดรม) มากขึ้น และนี่ก็คือการเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส” ครูเปิ้ล ตั้งความหวัง
เราขอเป็นหนึ่งในสื่อที่ช่วยเผยแพร่มูลนิธิพัฒนาเพื่อการศึกษาเด็กให้เดินหน้าต่อไปอย่างแข็งแกร่ง เพราะ ไทย ทิมส์ ไม่ได้โด่งดังขึ้นมาเพียงชั่วข้ามคืน น้องๆ ต้องฝึกซ้อมกันอย่างหนักเป็นเวลาถึง 6 เดือน ก่อนที่จะไปแสดงความสามารถให้ชาวต่างชาติได้เห็น รวมทั้งนำเอาวัฒนธรรมอันดีงามของไทยไปเผยแพร่ด้วย ขณะที่คุณพอล และครูเปิ้ล ในฐานะที่ปรึกษาโรงเรียนก็ต้องทำงานเหนื่อยไม่แพ้กัน
ตอนนี้มีเด็กที่เป็นดาวน์ซินโดรมที่โรงเรียนเตรียมศึกษานายายอามอยู่ 6 คน ซึ่งทุกคนจะได้ความช่วยเหลือจากมูลนิธิเดือนละ 1,000 บาท ในขณะที่เงินบริจาคก็ยังถูกนำไปช่วยเหลือกิจการส่วนอื่นๆ ของโรงเรียนที่ไม่ใช่เฉพาะแค่ดูแลนักเรียนที่พัฒนาการทางสมองช้าเท่านั้น
คุณพอล เผยว่า ในเดือน ก.ค.นี้ เจ้าหน้าที่ของสโมสรเซลติกมีโครงการที่จะร่วมมือกับไทยด้านใดด้านหนึ่ง และความสำเร็จของ ไทย ทิมส์ ก็ทำให้มีชาวต่างชาติจำนวนมากที่เสนอตัวมาทำหน้าที่เป็นครูอาสาให้กับโรงเรียนด้วย นอกจากนั้นยังมีเสียงเรียกร้องจากกองเชียร์ทีมแชมป์สกอตแลนด์ให้ ไทย ทิมส์ เดินทางไปเยือนเซลติกปาร์กทุกๆ ปี และเฝ้ารอการทำดีวีดีเรื่องราวการเดินทางของน้องๆ ออกมาจำหน่ายเพื่อนำเงินมาสมทบทุนเข้ามูลนิธิด้วย
เรื่องราวของ ไทย ทิมส์ และเซลติก น่าจะเป็นเครื่องบ่งชี้ว่ายังมีอะไรมากกว่าเรื่องแพ้-ชนะ ในสนามฟุตบอล เพราะมิตรภาพและน้ำใจระหว่างแฟนบอลด้วยกันและสโมสรนั้น สามารถแปรเปลี่ยนเป็นพลังการพัฒนาชีวิตของผู้ด้อยโอกาสให้ดีขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ...







