posttoday
สองฝั่งโขง

สองฝั่งโขง

12 พฤษภาคม 2555

โดย...ศรายุธ นกแก้ว

โดย...ศรายุธ นกแก้ว

หากพูดถึงการท่องเที่ยวทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือในปัจจุบันแล้ว บริษัทนำเที่ยวต่างๆ ได้ผนวกการข้ามไปเยี่ยมเยือนประเทศบ้านพี่เมืองน้องอย่างประเทศลาวเข้าไว้ด้วย เพื่อเพิ่มความน่าสนใจ อุบลราชธานี ก็เป็นจังหวัดซึ่งมีเขตติดต่อและเป็นทางผ่านแดนไปสู่ประเทศลาวที่มีแหล่งท่องเที่ยวน่าสนใจอยู่หลายจุด การเดินทางมาอีสานครั้งนี้มีจุดหมายคือ จ.อุบลราชธานี ผ่านช่องเม็กข้ามไปชมความตระการตาของน้ำตกคอนพะเพ็งที่เมืองปากเซ โดยรถไฟโบกี้พิเศษที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและการรถไฟแห่งประเทศไทยร่วมกันทำขึ้นเพื่อเพิ่มสีสันในการเดินทาง แม้หลายคนยังคงส่ายหัวกับระบบรถไฟไทยที่ยังคงมาตรฐานเดิมมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แต่เชื่อว่านานๆ นั่งรถไฟสักครั้ง ก็ถือว่าเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศในการเดินทาง

ครั้งนี้เราช้าไปกว่ากำหนดประมาณ 2 ชั่วโมง ซึ่งทำให้ตารางเวลาในการเที่ยวชมแหล่งท่องเที่ยวที่กำหนดไว้ต้องเปลี่ยนแปลงไป โดยผิวเผินแล้วอาจมองว่าเป็นเรื่องสุดวิสัย แต่ถ้าสำหรับผู้ประกอบการนำเที่ยวแล้วกลับกลายเป็นเรื่องใหญ่ไม่ใช่เล่น เมืองอุบลช่วงนี้มีมรสุมเล็กน้อย จากอากาศร้อนกลับมีลมพัดแรง เรามุ่งหน้าไปยังสามพันโบก แหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับการโปรโมตอย่างต่อเนื่องในระยะหลังๆ วันนี้ฟ้าไม่เป็นใจสำหรับการเก็บภาพสักเท่าไหร่ ประกอบกับลมมรสุมที่พัดผ่านเข้ามาทำให้เกิดพายุทรายขนาดย่อมๆ จนนักท่องเที่ยวและช่างภาพหลายคนต้องรีบเก็บกล้อง และจุดที่หลายคนถามถึงเมื่อมาสามพันโบกก็หนีไม่พ้นหลุมรูปตัวการ์ตูนมิกกี้เมาส์และชะโงกหินรูปหัวสุนัข จากนั้นเราล่องเรือชมความงามของชั้นหินที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติสรรค์สร้างสองฝั่งโขง เรื่องตลกที่เราเจอวันนี้คือ ฝั่งประเทศลาวนั้นปักเบ็ดตกปลาไว้เรียงรายตามซอกหิน แต่ฝั่งไทยกลับมีเศษแหติดอยู่เต็มไปหมด ซึ่งเมื่อนึกย้อนกลับมาก็ทำให้เห็นถึงความต่างของสังคมทั้งสองประเทศ สังคมที่ตักตวงผลประโยชน์เข้าสู่พวกพ้องแบบเหวี่ยงแห หรือจะสู้กระจายเบ็ดไปให้ประชาชนรู้จักใช้ตกปลา

สองฝั่งโขง

 

วิถีชีวิตของชาวบ้านที่สามพันโบกตอนนี้ก็ปรับเปลี่ยนให้เข้ากับการท่องเที่ยวที่นำความเจริญและเม็ดเงินมาสู่พวกเขา อาจไม่มากนัก แต่ก็มีนักท่องเที่ยวเข้ามาตลอดทั้งปี อาชีพเรือรับจ้าง ร้านอาหาร ตลอดจนกิจการต่างๆ ที่พอจะป้อนให้กับนักท่องเที่ยวได้นั้นกลายมาเป็นอาชีพหลักๆ ของพวกเขา แต่สำหรับปัญหาใหญ่ที่ยังไม่ถูกแก้ไขในขณะนี้ที่ส่งผลกระทบกับชาวบ้านและนักท่องเที่ยวก็คือ ถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่อ จนบางคนพูดขึ้นมาว่า ถ้านับโบก (หลุม) ตรงถนนทางเข้านี้ด้วย เผลอๆ อาจมีมากกว่าหมื่นโบกก็เป็นได้

วันต่อมาเราเดินทางข้ามมายังเมืองปากเซ ประเทศลาว โดยได้ไกด์สาวชาวลาวมาเป็นคนให้ความรู้ในแต่ละแหล่งท่องเที่ยว แม้ปากเซวันนี้ยังไม่พัฒนาได้อย่างเต็มที่เหมือนกับในเวียงจันทน์ หรือหลวงพระบาง แต่ก็เริ่มมีรากฐานของสิ่งปลูกสร้างอย่างเช่น โรงแรม ร้านค้าสมัยใหม่ให้เห็น เราแวะที่ตลาดดาวเรืองเพื่อให้ขาช็อปทั้งหลายได้ตื่นตา ของขายในตลาดก็คงคล้ายๆ กับตลาดตามชายแดนทั่วไป แต่สำหรับคนที่ชอบถ่ายภาพก็คงสนุกได้ไม่น้อย สิ่งหนึ่งที่ยืนยันได้ว่าความทันสมัยได้เริ่มเข้ามาสู่ปากเซแล้วนั้นก็คือ ภาพของคลินิกหมอผิวหนังเสริมความงามชื่อดังของไทยก็ได้มาเปิดกิจการที่นี่ไปเรียบร้อยแล้ว

เรามุ่งหน้าต่อมายังน้ำตกคอนพะเพ็ง ซึ่งเป็นไฮไลต์ของวันนี้ ไม่น่าเชื่อว่าถนนหนทางของปากเซแม้ยังอยู่ในช่วงปรับปรุง ก็ยังสามารถสัญจรได้ดี ไม่มีโบก (หลุม) เหมือนกับบ้านเรา และด้วยวัฒนธรรมของคนลาวที่นี่ไม่นิยมขับรถเร็ว ทำให้ลืมเรื่องอุบัติเหตุไปได้เลย เมื่อมาถึงเราก็ได้รับการต้อนรับจากเด็กๆ ซึ่งเป็นลูกหลานของชาวบ้านในละแวกนั้นมาพูดคุยพร้อมกับขายภาพถ่าย ร้านค้าของป่า เช่น พวกสมุนไพรต่างๆ กล้วยไม้ และที่ดูจะเยอะที่สุดนั้นก็คือสินค้าจำพวกผ้าทอ เรียกได้ว่าถูกใจคุณแม่บ้านอย่างแน่นอน การมาเที่ยวลาวทำให้รู้ว่าไม่มีประเทศไหนที่เราจะเที่ยวได้อุ่นใจได้เท่าประเทศลาว ทั้งเรื่องภาษา อาหารการกิน การเข้าออกประเทศ และความสัมพันธ์ที่ดีทำให้มีผู้คนไปมาหาสู่กันตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

สองฝั่งโขง

 

หลังจากรับประทานอาหารจนอิ่มท้อง ช่างภาพหลายคนก็รีบปลีกตัวไปเก็บภาพเกาะแก่งสวยๆ ก่อนที่คลื่นมหาชนจากนักท่องเที่ยวที่มากันเป็นกรุ๊ปทัวร์จะทยอยลงมา จากจุดชมวิวที่สร้างไว้ก็จะสามารถมองเห็นความยิ่งใหญ่อลังการของคอนพะเพ็งได้เป็นอย่างดี และนักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูปกันตรงจุดนี้ บ้างเพลิดเพลินกับธรรมชาติ บ้างก็มีหนุ่มๆ ที่แอบมาขอไกด์สาวหน้าตาสวยๆ ถ่ายรูปคู่เป็นที่ระลึก ทุกคนต่างก็ประทับใจกับการได้มาในทริปนี้

แม้ชีวิตและสังคมของประเทศสองฝั่งโขงนั้นจะมีการพัฒนามาคนละแบบ อาจจะเป็นด้วยเรื่องของธรรมชาติทางสังคมก็ดี การเมืองภายในประเทศก็ดี แต่ในขณะนี้ก็ไม่ได้มีประเทศใดที่ด้อยกว่ากันเลย การท่องเที่ยวก็คืออุตสาหกรรมหลักของทั้งสองประเทศที่นำเม็ดเงินมาแจกจ่ายให้กับประชาชน และข้อเท็จจริงซึ่งเห็นได้ชัดก็คือ ประเทศซึ่งมีการเมืองที่นิ่งกว่า และมีการเฉลี่ยรายได้ให้กับประชาชนได้มากกว่า จะนำไปสู่การพัฒนาที่ก้าวกระโดดอย่างไม่น่าเชื่อ เราจบทริปนี้ด้วยการกลับไปซอกแซกในเขตเมืองอุบล เที่ยววัดวาอาราม กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และเปลี่ยนบรรยากาศมานอนบนรถไฟเพื่อกลับสู่กรุงเทพฯ อีกครั้ง

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน