posttoday
หมอใหญ่ โนโฟม

หมอใหญ่ โนโฟม

12 พฤษภาคม 2555

โดย...กาญจน์ อายุ

โดย...กาญจน์ อายุ

รู้หรือไม่ ถนนคนเดินเชียงใหม่ หาดเสม็ด หาดบางแสน “ไม่มีโฟม” แรงผลักดันหนึ่งมาจากหมอใหญ่ ไม่ใช่หมอตัวใหญ่ แต่หมอชื่อ ใหญ่นพ.วีรฉัตร กิตติรัตนไพบูลย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม เขามีความฝันอยากให้ทุกแหล่งท่องเที่ยวไม่ใช้โฟม แต่หันมาใช้ภาชนะที่สามารถย่อยสลายได้ในธรรมชาติและไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค

การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมมนุษย์ไม่ใช่เรื่องง่าย คุณหมอใหญ่เข้าใจเรื่องนี้ดี แต่สำหรับเรื่องนี้หากคุณไม่เปลี่ยน โลกและชีวิตของคุณจะเป็นอันตราย

โฟมตัวร้าย

ผู้ผลิตโฟมได้สำเร็จคนแรกของโลกเคยเป็นพระเอก เพราะเขาสามารถนำสิ่งไม่มีค่าของเหลือจากการทำปิโตรเลียมมาผลิตเป็นโฟม โฟมที่สามารถทนร้อน ทนหนาว กันน้ำ แข็งแรง และสะดวกแก่การใช้งาน เขาเกือบได้รับรางวัลโนเบลจากการผลิตโฟม แต่เมื่อเขาตายไปมนุษย์ค้นพบว่าโฟมมีอันตราย “ถ้าเขารู้ว่าสิ่งที่เขาคิดค้นเป็นอันตราย เขาคงเสียใจ” หมอใหญ่ กล่าวถึงเขา

หมอใหญ่พูดถึงตัวร้ายที่แท้จริงชื่อ สไตรีน สารที่อยู่ในโฟมที่สามารถซึมเข้าอาหารและเป็นสารก่อมะเร็งในร่างกายมนุษย์ เขายกตัวอย่างการทดลองหนึ่งเมื่อนำไข่ไก่สดวางบนแผงไข่โฟมระยะเวลาหนึ่ง นำไข่สดด้านในมาหาสารสไตรีน ปรากฏว่า “พบ” นั่นหมายความว่าสารสไตรีนสามารถซึมผ่านเปลือกไข่เข้าไปได้ แล้วนับประสาอะไรกับข้าวกล่องที่เรารับประทานที่ไม่มีแม้เปลือกป้องกัน สารสไตรีนจึงสามารถซึมเข้าอาหารได้โดยตรงและซึมได้ปริมาณมาก

หมอใหญ่ โนโฟม

 

“ลักษณะอาหารที่ทำให้สารสไตรีนซึมเข้าได้มากคือ อาหารที่ร้อนจัดหรือเย็นจัด อาหารที่มีไขมัน น้ำส้มสายชู หรือแอลกอฮอล์มาก และอาหารที่มีพื้นที่สัมผัสกับโฟมมาก”

หมอใหญ่ยังกล่าวถึงพฤติกรรมของแม่ค้าที่มักใช้ถุงร้อนวางก้นโฟมแล้วค่อยใส่อาหารลงไป การทำเช่นนี้ทำให้คนบริโภคได้รับสารสไตรีนแบบคูณสองทั้งจากพลาสติกและโฟม

ผู้ที่ได้รับสารสไตรีนเป็นประจำจะมีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกหมาก และมะเร็งตับ โดยผู้ที่รับสารสไตรีนต่อเนื่องกันนาน 10 ปี จะมีโอกาสเป็นมะเร็งมากกว่าคนอื่นถึง 6 เท่า

“สารสไตรีนจะทำให้คนเป็นมะเร็งตับ แม้ว่าคนนั้นไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แม่ที่กำลังตั้งครรภ์แล้วได้รับสารสไตรีนมาก ลูกอาจมีความผิดปกติด้านสมองและอวัยวะ แล้วมันยังเป็นขยะที่ย่อยสลายยาก ไม่คุ้มที่จะรีไซเคิล และกำลังล้นโลก”

หมอใหญ่ อธิบายว่า โฟมใช้เวลาย่อยสลายมากกว่า 1,000 ปี โดยส่วนใหญ่คนจะกำจัดมันด้วยการฝังกลบและเผา ซึ่งทั้งสองทางทำให้ดินเสียตลอดกาลและทำให้โลกร้อนตามลำดับ อีกทั้งยังเป็นขยะที่ไม่มีใครคิดอยากรีไซเคิล เพราะต้นทุนการรีไซเคิลสูงกว่าผลิตใหม่ถึง 3 เท่า จำนวนโฟมเกิดใหม่จึงมีแต่เพิ่ม ไม่มีลด มนุษย์ก็ใช้มันเพิ่ม ไม่มีลด และมนุษย์จึงเป็นมะเร็งเพิ่มไม่มีลดตามลำดับ


‘ชานอ้อย’ตัวช่วย

หมอใหญ่เสนอตัวเลือกให้คุณมีความเสี่ยงเป็นศูนย์ด้วยภาชนะที่ทำจากชานอ้อย วัสดุจากธรรมชาติที่ไม่เป็นอันตรายต่อชีวิตและธรรมชาติ เพราะชานอ้อยไม่มีสารสไตรีนและมันสามารถสลายตัวเองได้ภายใน 45 วัน แถมมันยังไม่สลายไปเฉยๆ เพราะมันจะกลายเป็นปุ๋ยให้ต้นไม้ใบหญ้า

“คนสนใจบริโภคอาหารออร์แกนิก แต่ส่วนใหญ่อาหารเพื่อสุขภาพจะอยู่ในภาชนะเช่นโฟมและพลาสติก ซึ่งก็เป็นอันตรายต่อสุขภาพอยู่ดี ดังนั้น อาหารสุขภาพควรอยู่ในภาชนะที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่น ชานอ้อย”

หมอใหญ่ โนโฟม

 

ผลิตภัณฑ์ไบโอชานอ้อยเป็นนวัตกรรมของบริษัทที่หมอใหญ่เป็นผู้ก่อตั้ง นอกจากไม่มีอันตรายต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม มันยังกันน้ำ เข้าไมโครเวฟได้ และผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นถูกฆ่าเชื้อโรค จึงมั่นใจได้ว่าสะอาด

ข้อดีของผลิตภัณฑ์ไบโอชานอ้อยดีกว่าโฟมทุกด้าน และหมอใหญ่ก็ยังหาไม่เจอว่ามันมีข้อเสียอะไรที่เป็นอันตรายต่อคนใช้และสิ่งแวดล้อม แต่ใช่ว่าของดีคนจะใช้เพราะไบโอชานอ้อยคือของใหม่ ถ้าจะมาแทนที่โฟมที่อยู่กับคนมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1940 ย่อมเป็นเรื่องยาก และของดีสิ่งนี้มีราคาแพงมากกว่าโฟมประมาณ 2 บาท ย่อมเป็นเรื่องยากที่คนจะควักเงินเพิ่ม

แต่เมื่อโฟมจะล้นศีรษะคน คนจึงต้องเอาตัวรอดโดยการมาหามันเอง

โนโฟม

หมอใหญ่ เล่าว่า เทศบาลบางแสนขอความร่วมมือให้หมอใหญ่และทีมงานมาให้ความรู้และรณรงค์ให้พ่อค้าแม่ค้าใช้ผลิตภัณฑ์ไบโอชานอ้อยหรือวัสดุธรรมชาติอื่นๆ เพราะบางแสนกำลังเผชิญปัญหาขยะล้นหาดจากโฟมและพลาสติก ซึ่งในอนาคตอันใกล้ ทะเลบางแสน...จะเป็นหาดไร้โฟม และขยะจะไม่เกลื่อนหาดอีกต่อไป

เกาะเสม็ดเป็นอีกหนึ่งแห่งที่หมอใหญ่เข้าไปรณรงค์ ทำให้ตอนนี้เกาะเสม็ดกลายเป็นเกาะไร้โฟมไปแล้ว เช่นเดียวกับถนนคนเดินเชียงใหม่ ที่ถนนทั้งสายไม่ใช้โฟม หรือเกาะนางยวนที่ไม่ให้นักท่องเที่ยวนำโฟมและพลาสติกขึ้นเกาะ ซึ่งเป็นนโยบายของเกาะที่หมอใหญ่ไม่มีส่วนร่วม แต่คนคิดเหมือนกัน

“ผมอยากให้สถานที่ที่เป็นเกาะ หาด และอุทยานแห่งชาติทุกแห่งไม่ใช้โฟม และไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวนำโฟมเข้าไป เพื่อรักษาธรรมชาติที่กำลังเสื่อมโทรมลงทุกวันไม่ให้แย่ลงไปกว่านี้ ซึ่งมันจะเป็นจริงได้ถ้าคนที่มีอำนาจบังคับใช้ ให้ความจริงจังกับปัญหาที่กำลังเกิดขึ้น และมีวิสัยทัศน์ที่จะแก้ปัญหา”

หมอใหญ่พูดถึงต่างประเทศที่จริงจังกับเรื่องไม่ใช้โฟม เช่น แหล่งท่องเที่ยวยูนิเวอร์แซลทั่วโลกไม่ใช้โฟม ไต้หวันทั้งประเทศไม่ใช้โฟม สวีเดนบังคับให้ผู้ผลิตโฟมเสียเงินค่ากำจัดโฟม เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่ผลิตออกมาเป็นตัวอย่าง

ขณะนี้นอกจากหมอใหญ่จะพยายามประสานงานกับผู้มีอำนาจออกคำสั่งห้ามใช้โฟมตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ แล้ว เขายังรุกไปตามมหาวิทยาลัย อย่างที่ลงมือและประสบความสำเร็จแล้ว คือในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ร้านค้าทั่วมหาวิทยาลัยไม่ใช้โฟม และที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยก็เริ่มเปลี่ยนแล้วตามโรงอาหารรวมของมหาวิทยาลัย

ความฝันของหมอใหญ่ที่อยากเห็นแหล่งท่องเที่ยวของไทยไม่ใช้โฟมไม่รู้ต้องรออีกนานแค่ไหนกว่าจะได้เห็น ทั้งที่เป็นเรื่องที่ “ไม่น่ารอ” เพราะพวกเราต่างรู้ดีว่าตอนนี้โลกป่วยขั้นโคม่า และคนก็เป็นมะเร็งกันมาก จนเป็นโรคที่คร่าชีวิตคนไทยเป็นอันดับหนึ่ง แต่ “เรา” สามารถเริ่มที่ตัวเองได้ตั้งแต่วันนี้ เวลาซื้อข้าวกล่องแถวบ้านก็นำจานที่บ้านไปใส่ หรือซื้อผลิตภัณฑ์ไบโอชานอ้อยติดรถติดบ้านไว้ เวลาซื้อของกลับก็ใช้กล่องของเรา

ฉันเชื่อว่าทุกคนทำได้ เพราะฉันเองเปลี่ยนมากินข้าวในกล่องไบโอชานอ้อยตั้งแต่สัมภาษณ์หมอใหญ่ และทราบถึงอันตรายของโฟม

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI