
Green Trendรักษ์โลกในภาคอุตสาหกรรม
ภัยธรรมชาติที่วิกฤตปะทุรุนแรงในทุกวันนี้ ..ส่งผลให้ทุกคนบนโลกนี้คิด คิด คิดหาวิธีเอาชนะภัยธรรมชาติที่กำลังคุกคามโลก
โดย...ชุติมา สุวรรณเพิ่ม
“ภัยธรรมชาติที่วิกฤตปะทุรุนแรงในทุกวันนี้ ..ส่งผลให้ทุกคนบนโลกนี้คิด คิด คิดหาวิธีเอาชนะภัยธรรมชาติที่กำลังคุกคามโลก ภัยไกลตัวที่เดินทางมาใกล้เราขึ้นทุกที .. จากการเป็นผู้ทำลายแบบรู้ตัวและไม่รู้ตัวในวันนี้ กำลังผ่องถ่ายความคิดสู่การเอาชนะการเริ่มต้นในวันนี้ จึงยังไม่สาย หากทุกคนจริงจังและเอาใจใส่อย่างเป็นรูปธรรม”
การที่ทุกภาคส่วนหันมาสนใจ และตื่นตัวในการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องมาได้กว่า 4 ปีมาแล้ว ภาคอุตสาหกรรมนับเป็นต้นเหตุหลัก ดูจะเป็นคำกล่าวที่ไม่เกินจริงนัก ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยควันพิษ การปล่อยของเสีย การเร่งกำลังการผลิต ไปจนถึงการผลิตสินค้าที่มากมายเกินความจำเป็น ฯลฯในวันนี้กลุ่มอุตสาหกรรมกำลังพลิกบทบาทของการเป็นตัวสร้างปัญหาให้กับสิ่งแวดล้อม มาเป็นตัวเดินเกมรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อช่วยโลก จนเกิดกระแสการอนุรักษ์ใหม่ ที่เรียกว่า“Green Trend”
กรีนเทรนด์เป็นแนวทางที่ภาคอุตสาหกรรมเริ่มหันมาใส่ใจและจริงจังกับการแก้ปัญหา โดยเริ่มจากการปรับกระบวนการผลิต ที่เน้นความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นอาทิ
-การจำกัดของเสียอย่างมีรู้ค่า รีไซเคิล รียูส
-การหาพลังงานทดแทนเพื่อการลดต้นทุน
-การเลือกเครื่องจักรที่ประหยัดพลังงาน
ซึ่งนวัตกรรมในเรื่องเหล่านี้จะจัดแสดงในงานRenewable Energy Asia2012เพื่อค้นหาพลังงานทดแทนที่ครบครันมากที่สุด ปีนี้เป็นปีที่ 21 มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ เกี่ยวกับการอนุรักษ์พลังงานและจุดประกายต่อยอด เพื่อการหันมาใช้พลังงานทางเลือกให้แก่องค์กรได้อย่างเหมาะสม ที่จะไม่ก่อให้เกิดมลภาวะอันจะส่งผลกระทบต่อโลก
‘หม้อบอยเลอร์’พลังไอน้ำหมุนเวียน
Renewable Energy Asiaงานสุดยอดนวัตกรรมพลังงานทางเลือกที่ใหญ่ระดับเอเชีย จะเริ่มในวันที่ 6-9 มิ.ย.นี้ ที่ไบเทค บางนา ด้วยการนำเสนอนวัตกรรมต่างๆ ที่จะช่วยพัฒนากระบวนการผลิตในระบบอุตสาหกรรมให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ในด้านลดภาวะโลกร้อน งานนี้จึงเป็นงานแสดงที่รวบรวมสินค้าและเทคโนโลยีที่ครบถ้วน เพื่อกลุ่มผู้ประกอบการทุกอุตสาหกรรม มีเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะช่วยประหยัดการใช้พลังงาน และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ไปจนถึงการสรรหาพลังงานทางเลือกที่สะอาดและยั่งยืน เพื่อช่วยลดปัญหามลพิษ ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญในขณะนี้
แม่งานใหญ่ นุชรินทร์ ภารดีวิสุทธิ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ยูบีเอ็ม เอเชีย (ประเทศไทย) ให้รายละเอียดเกี่ยวกับกรีนเทรนด์ ซึ่งจะเป็นไฮไลต์ในปีนี้ว่า เรื่องการหันมาสนใจพลังงานทางเลือกใหม่ๆ เพื่อสิ่งแวดล้อมในแวดวงอุตสาหกรรมของไทย คือ การเลือกใช้พลังงานหมุนเวียนจากธรรมชาติที่ไม่มีวันหมดไปโดยทดแทนพลังงานจากน้ำมัน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ ลม หรือจากก๊าซชีวภาพ น้ำเสีย ซึ่งตั้งแต่งานRenewable Energy Asiaเมื่อปีที่แล้ว นวัตกรรมเหล่านี้ได้รับความสนใจอย่างมาก
“ตามสถิติของกระทรวงแรงงาน ภาคอุตสาหกรรมใช้พลังงานและสร้างมลภาวะมากที่สุด รองลงมาคือ ขนส่ง และที่ใช้พลังงานอันดับรองลงมาคือ ภาคครัวเรือน และน้อยที่สุดคือ ภาคเกษตรกรรม แต่เราก็ไม่ได้ละเลย หรือไม่ใส่ใจ เพราะในปีนี้เมื่อมีการจัดงานขึ้นมา ซึ่งยูบีเอ็ม เอเชีย เป็นเจ้าภาพจัดนิทรรศการต่อเนื่องมาถึงปีที่ 4 แล้วค่ะ ก็ได้รับความสนใจจากบริษัทโรงงานอุตสาหกรรมทั้งขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดย่อมหลายๆ โรงงาน พร้อมที่จะลงทุนในเรื่องการหันมาสนใจใช้พลังงานหมุนเวียน จะช่วยลดความสิ้นเปลืองได้ แต่ความสนใจในเรื่องนี้ในวงการอุตสาหกรรมไทยนับเป็นเรื่องจริงจังกว่าประเทศอื่นๆ ในอาเซียน”นุชรินทร์ กล่าว
โรงงานอุตสาหกรรมที่มีนโยบายรักษ์สิ่งแวดล้อม เมื่อเอ่ยคำว่า พลังงานหมุนเวียน หรือRenewable Energyนุชรินทร์ กล่าวว่า ฟังๆ อาจเป็นเรื่องไกลตัว แต่ถ้าพูดถึงอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งที่ทุกๆ โรงงานต้องใช้ คือ เทคโนโลยีหม้อไอน้ำและภาชนะรับแรงดัน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในกระบวนการผลิตของทุกภาคอุตสาหกรรม เจ้าของกิจการทั้งเล็กและใหญ่ก็อาจจะคิดว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวมากขึ้น งานครั้งนี้จะมีนิทรรศการย่อยน่าสนใจ คือBoilex Asia2012 และงานPumps & Valves Asia2012 ยังเป็นการต่อยอดความคิดจากงานปีที่แล้ว
ผู้ผลิตหม้อไอน้ำ(Steam boiler)หม้อน้ำร้อน(hot water boiler)แ]tแลและหม้อน้ำมันร้อน(hot oil boiler)ในงานเราโชว์ฝีมือของคนไทยค่ะ บริษัท ไทย เค บอยเลอร์ คือผู้คิดค้นผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้ โดยได้รับการยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศมากกว่า 20 ปี ภายใต้มาตรฐานสากลASME:Boiler and Pressure Vessel Code, Section I. ในการออกแบบผลิตตรวจสอบ และทดสอบรับรองความปลอดภัย
“บอยเลอร์คือภาชนะที่ใช้ไอน้ำเป็นแรงดัน ที่เดิมเราใช้น้ำมันหรือก๊าซธรรมชาติเป็นแรงดัน เป็นนวัตกรรมใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพราะใช้น้ำเป็นพลังงานหมุนเวียน
โดยมีระบบควบคุมอัตโนมัติและสั่งการระยะไกล เพื่อเพิ่มความแม่นยำและเที่ยงตรง ซึ่งเป็นการนำเทคโนโลยีระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์มาใช้ในการควบคุม และติดตามสภาวะการทำงานของหม้อไอน้ำ หรืออุปกรณ์ต่างๆ โดยมีชุดควบคุมหลักเป็นชุดประมวลผล และแสดงผลผ่านรูปกราฟฟิกและส่งข้อมูลออนไลน์เข้าเครือข่ายคอมพิวเตอร์เพื่อให้อุปกรณ์สื่อสารล่าสุด คือ สมาร์ตโฟน ก็จะทำให้สามารถติดตามข้อมูลเกี่ยวกับการเดินเครื่อง ความดัน อุณหภูมิ อัตราการไหลของก๊าซ ตำแหน่งการทำงานของอุปกรณ์ รวมถึงระบบสัญญาณเตือนต่างๆ จากสถานที่ไกลออกไป และสามารถสั่งการควบคุมการใช้งานได้จากจุดเดียวกัน ประหยัดพลังงานคนได้ด้วย
ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบการเดินเครื่องได้เรียลไทม์และสั่งการปรับค่าได้โดยไม่จำเป็นต้องกลับมาปรับตั้งที่หม้อไอน้ำ ทำให้ผู้ใช้และผู้เกี่ยวข้องสามารถนำข้อมูลจากระบบออนไลน์ออกมาประกอบการตัดสินใจด้านต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว เช่น ปริมาณการใช้พลังงาน การใช้งานเครื่อง ประสิทธิภาพต่างๆ ของเครื่อง ปัญหาที่เกิดขึ้นกับเครื่องเรียลไทม์เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรม ความปลอดภัย ชิ้นนี้เป็นนวัตกรรมที่คนไทยคิดต่อยอดมาจากเยอรมนี”นุชรินทร์ กล่าวว่า นี่คือการประหยัดงานตั้งแต่ต้นทางเลยทีเดียว
‘ต้นน้ำสู้ปลายน้ำ’
Greenovation “Bioremediation Technology”นวัตกรรมสีเขียว ชีวบำบัดภัณฑ์เชิงนิเวศ ทางเลือกใหม่ของอุตสาหกรรมไทย
5 ปีที่แล้ว บริษัทไฮกริม เอ็นไวรอนเมนทอล แอนด์ รีเสิร์ชที่จะนำนวัตกรรมมาโชว์ในงานนี้ด้วย โดยเล็งเห็นว่า ในอนาคตอันใกล้เทรนด์การใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อลดโลกร้อนจะเริ่มเข้ามามีบทบาทในประเทศไทย จึงทำการวิจัยหานวัตกรรมจุลินทรีย์เพื่อย่อยน้ำมันปิโตรเลียมขึ้น
โดยมีการสนุนนักวิจัย วสันต์ อริยพุทธรัตน์ ได้เข้าไปศึกษาปริญญาโท ด้านจุลินทรีย์ย่อยสลายเฉพาะทาง ที่มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อคิดค้นสูตรในการย่อยสลายน้ำมันปิโตรเลียม ซึ่งเป็นเทคโนโลยีชีวภาพ ในการจัดการของเสียอย่างยั่งยืน ร่วมกับคณะสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อคิดค้นสูตรการย่อยสลายน้ำมันปิโตรเลียมให้แปรสภาพเป็นน้ำได้สำเร็จ จึงเข้าร่วมกับ สวทช. เพื่อก่อตั้งเป็นบริษัทคีน(KEEN)บริษัทผู้ผลิตที่สามารถตอบโจทย์สำคัญของภาคอุตสาหกรรมที่ต้องปรับกระบวนการผลิตให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และยังช่วยลดต้นทุน ลดเวลา โดยผลิตภัณฑ์จากบริษัทมีคุณสมบัติที่สามารถขจัด บำบัด และเยียวยาได้ภายในขั้นตอนเดียว
ความสำเร็จของคีนเกิดขึ้นจากการร่วมมือกันระหว่างศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช) ด้วยการศึกษาแนวคิดพัฒนานวัตกรรมไบโอเทคโนโลยีจากเยอรมนี นำมาศึกษาต่อยอดพัฒนาจนได้สารมหัศจรรย์ ที่เรียกว่า“สารชีวบำบัดภัณฑ์”(Bioremediation Agent)
“ในขณะที่เราศึกษาปัญหาในแต่ละอุตสาหกรรม เกือบทุกอุตสาหกรรมกำลังเผชิญปัญหาเดียวกัน ซึ่งก็คือ การขจัดคราบน้ำมันและคราบสิ่งสกปรกที่กำจัดยากในอุตสาหกรรมได้อย่างครบวงจร เป็นที่มาของคอนเซปต์‘ต้นน้ำสู้ปลายน้ำ’
ยกตัวอย่างเช่น ธุรกิจน้ำมัน ปิโตรเคมี แท่นขุดเจาะน้ำมัน ที่เรากำลังร่วมงานกับ ปตท สผ อยู่ในขณะนี้ ต้นน้ำ คือ การที่เราช่วยกำจัดคราบน้ำมันที่เกิดจากการขุดเจาะน้ำมัน จากเดิมที่ต้องมีWasteเป็นจำนวนมาก ซึ่งต่อให้มีการดักบำบัด ก็ไม่สามารถย่อยสลายได้ แต่เราสามารถย่อยสลายน้ำมันให้กลายเป็นน้ำได้ กลางน้ำ ก็คือ การขนส่งน้ำมัน ไปจนถึงโรงกลั่นน้ำมัน ส่วนปลายน้ำ คือ ปั๊มน้ำมัน ซึ่งรวมไปถึงห้องน้ำในปั๊มที่ 1 ใน 13 สูตรของเราสามารถขจัดกลิ่นและทำความสะอาดได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก เมื่อเปรียบเทียบกับการใช้น้ำยาทำความสะอาดทั่วไป”
ในอุตสาหกรรมอาหารก็มีปัญหากับการย่อยสลายน้ำมันและขจัดกลิ่นเป็นจำนวนมากเช่นเดียวกัน ต้นน้ำของอุตสาหกรรมนี้ คือ สเปรย์กำจัดกลิ่น ซึ่งเราจะติดตั้งเชื่อมกับอุปกรณ์ขจัดไอน้ำเสียตามโรงงาน เช่นเดียวกันกลางน้ำ ก็คือ การขนส่งอาหารที่ต้องใช้น้ำมัน ส่วนปลายน้ำ แน่นอนว่าต้องเป็นร้านอาหารที่หลีกเลี่ยงการบำบัดไขมันไม่ได้ โดยปกติแล้วจะต้องตักเอาไขมันจากถังดักไขมันเพื่อนำไปทิ้ง ซึ่งก็กลายเป็นขยะอยู่ดี ผลิตภัณฑ์จากคีนซึ่งย่อยสลายได้แม้กระทั่งน้ำมันปิโตรเลียม ก็สามารถย่อยสลายไขมันจากถังดักไขมันได้อย่างง่ายดาย เมื่อไขมันและสิ่งสกปรกน้อยลง แน่นอนว่าหนู แมลงสาบ หรือเชื้อโรคต่างๆ ก็จะน้อยลงตามไปด้วย
หรือการทำความสะอาดพื้นครัว ที่ปกติหลังจากทำความสะอาดพื้นแล้ว ต้องรอให้พื้นแห้งเป็นเวลานาน ถึงจะกลับเข้าไปทำงานได้ เพราะพื้นจะมีน้ำมันคงเหลืออยู่ แต่เมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ตัวนี้น้ำมันเหล่านี้จะหายไปทันทีหลังการทำความสะอาด อุตสาหกรรมอาหารขนาดใหญ่ที่ร่วมงานด้วยขณะนี้ เช่น ร้านอาหารเอส แอนด์ พีคอฟฟี่บีนส์แบล็คแคนยอน เป็นต้น
หลากหลายนวัตกรรมใหม่ โดยปีนี้เน้นไปที่พลังงานหมุนเวียน เป็นอีกเรื่องที่ในวงการอุตสาหกรรมให้ความใส่ใจเพื่อโลกสีน้ำเงินใบนี้







